ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
ท้องถิ่นไทย ย้อนกลับ
กิจกรรมส่งมอบต้นกล้าและปลูกไม้มีค่าเป็นเเนวป่ากันชนริมน้ำอย่างยั่งยืน
07 ก.ค. 2569

วันที่ 5 ก.ค. 2569 เวลา 10.00 น.  ที่สุ่มปลายักษ์ ต.ต้นตาล อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ดร.อุดม โปร่งฟ้า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี คุณภาวณี คำชาลี ผู้อำนวยการการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ  ประธานร่วมเปิดกิจกรรมส่งมอบต้นกล้าและปลูกไม้มีค่าเป็นแนวป่ากันชนริมน้ำ ภายใต้โครงการวิจัยเรื่อง "การบริหารจัดการปลูกไม้มีค่าริมน้ำเพื่ออนุรักษ์ระบบนิเวศและเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนเชิงบูรณาการ จังหวัดสุพรรณบุรี" โดยมี นายภูวนารถ จารุภูมิก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลต้นตาล คณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช.  อาจารย์ ธานินทร์ ผะเอม นายดุริยะ สถาพร คุณวุฒิศักดิ์ เพชรมีศรี นายพีฒน์พงษ์ เนียมมีศรี หัวหน้าส่วนราชการ กำนันตำบลต้นตาล พี่น้องประชาชนชาวตำบลต้นตาล พร้อมเเขกผู้มีเกียรติร่วมพิธี 


โครงการวิจัย เรื่องการบริหารจัดการปลูกไม้มีค่าริมน้ำเพื่ออนุรักษ์ระบบนิเวศ และเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนเชิงบูรณาการ จังหวัดสุพรรณบุรี เกิดขึ้นจากความตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างองค์ความรู้ และการส่งเสริมการปลูกไม้มีค่าริมน้ำของจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกป่าในพื้นที่ชุมชนริมน้ำ ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่มีความเปราะบางและมีบทบาทสำคัญต่อการดำรงชีวิตของชุมชน ทั้งในด้านการป้องกันการกัดเซาะหน้าดิน การฟื้นฟูความสมดุลของระบบนิเวศ ด้วยการใช้แนวคิดการเพิ่มพื้นที่ป่าจากการส่งเสริมการปลูกไม้มีค่า และไม้ยืนต้นที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้กับพื้นที่มาประยุกต์ใช้ร่วมกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการบริหารจัดการการปลูกไม้มีค่าริมน้ำ ส่งผลให้เกิดความร่วมมือ สำนึกรักษ์และหวงแหนต้นไม้จากคนในชุมชน ด้วยการสร้าง การมีส่วนร่วม การทำความเข้าใจ และการยอมรับตลอดจนเป็นฐานทรัพยากรที่สามารถต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนได้อย่างยั่งยืน ตำบลต้นตาล อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นพื้นที่ที่ดำเนินงานแบบบูรณาการร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ และภาคีเครือข่ายมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติของงานวิจัย มิติการให้บริการทางวิชาการ และมิติของการพัฒนาชุมชน ด้วยความเข้มแข็งของผู้นำ ความร่วมมือของชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีชีวิต และทรัพยากรธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์ ทำให้การเพิ่มพื้นที่ป่าของชุมชนสำเร็จลุล่วงได้ด้วยความร่วมมืออย่างเข้มแข็งจากหลายภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยให้เกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ มีพันธกิจสำคัญในการผลิตบัณฑิต พัฒนางานวิจัย บริการ
วิชาการ และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยมุ่งเน้นการนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์จริงในพื้นที่ การดำเนินโครงการวิจัยในครั้งนี้ จึงมิได้เป็นเพียงการศึกษาทางวิชาการเท่านั้น แต่เป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน ในการขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การปฏิบัติจริง เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสร้าง "แนวป่ากันชนริมน้ำ" ด้วยไม้มีค่า อย่างมีระบบ มีทิศทาง ซึ่งไม่เพียงแต่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ หรือเพิ่มพื้นที่ป่า แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสในการพัฒนาอาชีพ และให้ความมั่นคงทางการเงินแก่ประชาชน สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ในระยะยาวอย่างแท้จริง ตลอดจนนำไปสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้ของการสร้างต้นแบบการปลูกไม้มีค่าริมน้ำในอนาคต อันเป็นส่วนสำคัญของแนวทางการบริหารจัดการการปลูกไม้มีค่าริมน้ำที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชน สามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียว เป็นฐานสำคัญในการอนุรักษ์ระบบนิเวศ เสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นพื้นที่ที่มีความผูกพันกับสายน้ำและวิถีชีวิตของประชาชนมาอย่างยาวนาน แม่น้ำลำคลอง และพื้นที่ริมน้ำ ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรเท่านั้น แต่ยังเป็นฐานทรัพยากรสำคัญที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของชุมชนอีกด้วย การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม การกัดเซาะตลิ่ง การลดลงของพื้นที่ สี เขียว และ ความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ ล้วนเป็นความท้าทายที่ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องร่วมกันหาแนวทางแก้ไขอย่างจริงจังและยั่งยืน โดยที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรีให้ความสำคัญ พร้อมผลักดันและพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม และการเพิ่มพื้นสีเขียวของจังหวัดสุพรรณบุรีมาอย่างต่อเนื่อง โครงการวิจัยนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณการวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จึงนับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีของการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้ "ไม้มีค่าริมน้ำ" เป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูระบบนิเวศ ลดการกัดเซาะหน้าดิน เพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติ และในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและรายได้ให้แก่ชุมชนในอนาคต สิ่งสำคัญยิ่งกว่าการปลูกต้นไม้ คือ การปลูกความร่วมมือ ปลูกความรับผิดชอบร่วมกัน และปลูกจิตสำนึกในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่กับลูกหลานของเราต่อไป แนวป่า กันชนริมน้ำที่เริ่มต้นปลูกในวันนี้จะเติบโตเป็นทั้งกำแพงธรรมชาติ ในการปกป้องระบบนิเวศ เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน และเป็นมรดกทางทรัพยากรธรรมชาติที่ส่งต่อคุณค่าไปสู่คนรุ่นหลังต่อไป ตลอดจนเป็นต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่ที่สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1-15 กรกฎาคม 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
30 มิ.ย. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 479 การคอร์รัปชั่น นับเป็นปัญหาของประเทศไทยที่รื้อรังมานาน ยิ่งล่าสุด Transparency International ประกาศผลดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index: CPI) ประจำปี 2568 ออกมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 พบว่า ประเทศไทยทำค...