ท่ามกลางภูมิประเทศที่สูงชันและสภาพอากาศสุดขั้วของที่ราบสูงชิงไห่–ทิเบต จีนกำลังเดินหน้าโครงการฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวครั้งใหญ่ “โครงการฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวภูเขาเหนือ–ใต้แห่งลาซา” (拉萨南北山绿化工程) เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ภูเขาแห้งแล้งรอบเมืองลาซาให้กลับมามีระบบนิเวศที่สมบูรณ์มากขึ้น
ที่ราบสูงชิงไห่–ทิเบตได้รับการขนานนามว่า “หลังคาโลก” และ “ขั้วโลกที่สาม” เนื่องจากมีบทบาทสำคัญต่อความสมดุลทางระบบนิเวศของเอเชีย เป็นแหล่งกำเนิดและพื้นที่สำคัญของระบบแม่น้ำหลายสาย โดยเฉพาะแม่น้ำยาร์ลุงซังโป ซึ่งมีความสำคัญต่อภูมิภาคเอเชียใต้
พื้นที่รอบเมืองลาซาต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางธรรมชาติ ทั้งระดับความสูง อากาศหนาวเย็น ความแห้งแล้ง และพื้นที่ภูเขาที่มีพืชพรรณปกคลุมน้อย ส่งผลให้การฟื้นฟูป่าและเพิ่มพื้นที่สีเขียวกลายเป็นภารกิจที่ท้าทายอย่างยิ่ง
โครงการดังกล่าวดำเนินการในช่วงปี 2021–2035 ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มแม่น้ำลาซาและพื้นที่ตอนกลางของแม่น้ำยาร์ลุงซังโป โดยมีเป้าหมายลงทุนรวม 32,962 ล้านหยวน และเพิ่มพื้นที่สีเขียวประมาณ 2.07 ล้านหมู่

แผนงานแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่
ระยะที่ 1 (2021–2025)
มุ่งฟื้นฟูพื้นที่ภูเขาและพื้นที่โดยรอบเมืองที่มีระดับความสูงต่ำกว่า 4,100 เมตร พร้อมวางระบบพื้นฐานด้านการปลูกและดูแลต้นไม้
ระยะที่ 2 (2026–2030)
ผลักดันเป้าหมาย “ลาซาสีเขียวภายใน 10 ปี” ด้วยการขยายพื้นที่ป่าและเสริมสร้างแนวป้องกันทางนิเวศ
ระยะที่ 3 (2031–2035)
ยกระดับความมั่นคงของระบบนิเวศป่าไม้และทุ่งหญ้า เพื่อให้เกิดการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน
3 ความท้าทายของภารกิจเปลี่ยนภูเขาให้เป็นพื้นที่สีเขียว
การปลูกป่าในพื้นที่สูงของลาซาไม่ใช่เพียงการปลูกต้นไม้ แต่เป็นโจทย์ด้านวิศวกรรมและระบบนิเวศที่ซับซ้อน

หนึ่ง ความเปราะบางของภูมิประเทศ : พื้นที่ลาซาตั้งอยู่บนที่ราบสูงชิงไห่–ทิเบต ซึ่งเกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาอย่างยาวนาน ทำให้หลายพื้นที่มีภูมิประเทศลาดชัน ดินตื้น และเสี่ยงต่อการกัดเซาะ ดินถล่ม และภัยธรรมชาติ
สอง ข้อจำกัดด้านน้ำ : พื้นที่ปลูกป่าส่วนใหญ่มีความสูงมาก ดินกักเก็บน้ำได้จำกัด และมีฤดูแล้งยาวนาน การจัดการระบบชลประทานจึงเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของโครงการ ทั้งการกักเก็บ การลำเลียง และการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
สาม ความยากลำบากด้านการก่อสร้าง : พื้นที่ภูเขาหลายแห่งเข้าถึงได้ยาก การขนส่งอุปกรณ์และระบบน้ำต้องอาศัยการวางแผนอย่างละเอียด ขณะที่ข้อจำกัดด้านถนน ไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้การดำเนินงานต้องใช้ทั้งเทคโนโลยีและแรงงานจำนวนมาก
วิทยาศาสตร์นำทาง สร้างป่าให้เหมาะกับภูเขาสูง
เพื่อเพิ่มอัตราการอยู่รอดของต้นไม้ โครงการให้ความสำคัญกับการคัดเลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม โดยมีการศึกษาพันธุ์ไม้จากหลายพื้นที่ของจีน เช่น ชิงไห่ กานซู่ ส่านซี และหูหนาน ก่อนนำมาปรับสภาพให้เหมาะกับภูมิอากาศของทิเบต
แนวทางสำคัญคือการเลือกพันธุ์ไม้ที่สามารถทนต่อความหนาวเย็น ความแห้งแล้ง และสภาพพื้นที่สูง เพื่อสร้างระบบนิเวศที่มีความหลากหลายมากขึ้น
นอกจากนี้ การดำเนินงานยังอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายคุ้มครองระบบนิเวศที่ราบสูงชิงไห่–ทิเบต ซึ่งมุ่งเสริมสร้างการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และป้องกันความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมของพื้นที่สำคัญแห่งนี้
จากภูเขาแห้งแล้ง สู่ความหวังของเมืองสีเขียว
โครงการฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวภูเขาเหนือ–ใต้แห่งลาซา สะท้อนความพยายามในการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเมืองกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
จากภูเขาที่เคยเผชิญข้อจำกัดของธรรมชาติ สู่เป้าหมายการเป็นเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวมากขึ้นบนหนึ่งในภูมิประเทศที่สูงที่สุดของโลก นี่คือความท้าทายครั้งใหญ่ของการสร้าง “อารยธรรมนิเวศวิทยาบนหลังคาโลก”
ภาพ-ข่าว / มณีนาถ อ่อนพรรณา จากทิเบต