กาญจนบุรี : ต้นแบบครั้งประวัติศาสตร์ ชาวหนองขาวยกมือไม่เอาโรงงานแต่งแร่ พรึบศาลา 3 หลังวัดอินทราม ส่วนบรรยากาศครึกครื้นปนไปด้วยความตึงเครียด ด้าน ดร.สนธิ คชวัฒน์ การเปิดเวทีครั้งนี้ที่นี่คือโมเดลของไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บริเวณศาลา 3 หลังวัดอินทาราม ตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี สถานที่เปิดเวทีทำประชาพิจารณ์ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในการอนุญาตให้ บริษัท ไบร์ทบิซ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และบริษัท ดีพ เอิร์ธ ทรัพยากร จำกัด สร้างโรงงานแต่งแร่ขึ้นในพื้นที่หมู่ 7 ตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี โดยประชาชนได้ทยอยเดินทางมาลงทะเบียนตั้งแต่เวลาเปิดเวทีเนื่องจากชาวบ้านบางรายจำต้องต้องไปทำมาหากิน ประชาชนได้พร้อมใจกันเดินทางมาถึงเวทีเพื่อลงทะเบียนกันอย่างเนืองแน่น ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกครื้น โดยทางผู้จัดได้จัดเตรียมเก้าอี้เอาไว้รองรับประมาณ 1500 ตัวแต่ก็ยังไม่เพียงพอต้องหาเก้าอี้มาเสริม จนกระทั่งเวลา 10.00 น.ผู้คนก็ยังเดินทางมาจนล้นทะลักศาลา 3 หลัง ชาวบ้านจำนวนมากต้องยืนรอรับฟังโดยรอบเวทีรวมมากกว่า 3000 คน
ในการนี้มีเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี ผู้แทนอำเภอท่าม่วง รวมถึงนายอุดร เพ็งอร่าม นายกเทศมนตรีตำบลหนองหญ้าดอกขาว เจ้าของพื้นที่ตั้งโรงงานแต่งแร่ ได้เดินทางมาตอบข้อซักถาม มีนายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร หรือ สส.แมน อดีตก สส.กาญจนบุรี เขต 2 เป็นแกนนำชาวบ้าน มีทนายความจากสภาทนายความแห่งประเทศไทย มาร่วมเพื่อดูในข้อกฎหมาย
อีกทั้งได้เชิญ ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมสิ่งแวดล้อมไทย ดร.อาจารี แก้วเหล่ายูง อาจารย์ประจำคณะวิศวะกรรมสิ่งแวดล้อมและการจัดการภัยพิบัติ และรองศาสตราจารย์ ดร.เอริกา พฤฒิกิตติ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและการจัดการภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี มาให้ความรู้ถึงกระทบเกี่ยวกับโรงงานแต่งแร่ดังกล่าว และนอกจากนี้นายณัชพล สุพัฒนะ หรือมาร์ค พิตบูล หัวหน้าพรรคศรัทธา ดร.พิมไหมทอง ศักดิพัตโภคิน (มาดามส้ม) เลขาธิการพรรค ได้เดินทางมาร่วมเวทีใครั้งนี้ด้วย ซึ่งได้รับการต้อนรับชากประชาชนเป็นอย่างดี
โดยหลังจากที่ ดร.สนธิ คชวัฒน์ รวมถึง ดร.อาจารี แก้วเหล่ายูง และรองศาสตราจารย์ ดร.เอริกา พฤฒิกิตติ กล่าวบนเวทีแล้วเสร็จ พิธีกรซึ่งเป็นแกนนำชาวบ้าน ได้ประกาศให้นายอุดร เพ็งอร่าม นายกเทศมนตรีตำบลหนองหญ้าดอกขาว ได้ออกมาชี้แจ้งข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับฟัง โดยนายอุดร ได้ออกมาปฏิเสธว่า จนถึงปัจจุบันเทศบาลยังไม่อนุญาตให้ทางบริษัทก่อสร้างอาคารโรงงานแต่งแร่แต่อย่างใด ที่ผ่านมาบริษัทได้ขออนุญาตขุดเพื่อปรับพื้นที่ในที่ของตนเองเท่านั้น แต่ภายหลังเทศบาลได้สั่งระงับไปแล้ว โดยที่นายอุดรฯได้พยาบามอธิบายข้อซักถามในหลายประเด็น แต่ชาวบ้านที่มาก็รู้สึกไม่พอใจจึงส่งเสียงดันลั่นเวที โดยมีปลัดเทศบาลตำบลฯคอยช่วยอธิบาย แต่บรรยากาศก็ยังคงเป็นเช่นเดิม
จากนั้นนายฉัตรพันธุ์ เดชกิจสุนทร ได้เชิญเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมมาชี้แจ้งที่หน้าเวที แต่บรรยากาศก็ยังคงตรึงเครียดเช่นเดิม จนกระทั่งเวลาผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง นายฉัตรพันธุ์ เดชกิจสุนทร แกนนำชาวบ้าน จึงประกาศยุติเวที พร้อมให้ประชาชนที่มายกมือลงประชามติด เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งผลปรากฏว่า ประชาชนที่มาทั้งหมดมีมติยกมือไปในทิศทางเดียวกันคือ ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีโรงงานแต่งแร่ในพื้นที่ตำบลหนองขาว อีกทั้งยังพร้อมใจกันตะโกนว่า ออกไปๆ อีกด้วย
ทั้งนี้ ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเผยว่า การะเปิดเวทีประชาพิจารณ์ในวันนี้มีประชาชนชาวตำบลหนองเดทางมาร่วมเป็นจำนวนตมาก แต่ปรากฎว่าทางโรงงานนั้นไม่ได้เดินทางมาร่วมด้วยซึ่งก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะสาเหตุอะไร จึงเกิดการหารือกัน เมื่อถึงเวลายกมือปรากฎว่าประชาชนที่มาต่างพร้อมใจกันคัดค้านไม่เห็นด้วย ผมจึงได้แนะนำไปว่ายกมืออย่างเดียวไม่ได้ทุกคนจะต้องไปลงชื่อในทะเบียนว่าไม่เห็นด้วย สมมุติว่าประชาชนที่มารวมกันประมาณ 3,000 คน หากมีการลงชื่อคัดค้านเกินครึ่งหนึ่งก็ให้ส่งรายชื่อทั้งหมดไปให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด และให้อุตสาหกรรมจังหวัดส่งไปที่ กพร.หรือกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเข้าสู่คณะกรรมการการเหมืองแร่ ให้ทราบว่าชาวตำบลหนองขาวเขาไม่เอาโรงแต่งแร่ คล้ายๆกับการทำประชามติ เพราะฉะนั้นเขาจึงสามารถมีมติยุติโครงการนี้ได้
เท่าที่เห็นบรรยากาศในวันนี้ส่วนใหญ่ชาวบ้านไม่เอาโรงแต่งแร่ อีกทั้งยังไม่มีความชัดเจยเลยว่า การสร้างโรงงานแต่งแร่นั้นที่บริษัทจะแต่งแร่อะไร หากทำได้จริงหางแร่จะไปทิศทางไหน มาตรการลดผลกระทบคืออะไร และที่สำคัญโรงงานแต่งแร่นั้นตั้งอยู่ใกล้คลองเกินไป ส่วนบ่อบำบัดน้ำเสียก็ไม่มีความชัดเจน สรุปแล้วไม่มีมาตรการลดผลกระทบที่ชัดเจนอะไรเลย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือประชาชนเขากลัวกลัวว่า กลัวว่าจะไหลซึมลงไปในแหล่งน้ำ ซึ่งตามหลักการก็คือการตั้งโรงงานจะต้องอยู่ห่างจากแหล่งน้ำประมาณ 100 เมตร แต่โรงงานแห่งนี้อยู่ใกล้กับคลองชลประทานในพระราชดำริเพียงแค่ 20 เมตรเท่านั้น
เพราะฉะนั้นหากมีการนำแร่มากองเอาไว้จนสูงขึ้น เมื่อถึงเวลาฝนตกแล้วกาดน้ำมันชะลงสู่ที่ต่ำแล้วจะแก้ไขยังไง เพราะสิ่งเหล่านั้นอาจจะไหลลงในคลองหรือลงในพื้นที่เกษตรที่เป็นที่นาเพราะแร่มันมีโลหะหนักเปื้อนอยู่แล้ว สิ่งนี้คือสิ่งที่ประชาชนเขากลัว
จากการที่ได้ดูพื้นที่แล้วพบว่าพื้นที่ก่อสร้างโรงงานแต่งแร่แห่งนี้อยู่ใกล้กับถนนสายมอเตอร์เวย์ M81 (บางใหญ่ – กาญจนบุรี)แต่กลับถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่สีม่วง เหมือนไข่แดง แต่พื้นที่โดยรอบนั้นเป็นสีเขียวที่เต็มไปด้วยท้องนา ซึ่งความหมายของสีม่วง คือโรงงานและคลังสินค้า เดิมเขาได้กำหนดเอาไว้ว่าพื้นที่แห่งนี้สามารถสร้างคลังสินค้าได้ เพื่อความสะดวกในการนำสินค้าขึ้นมอเตอร์เวย์ M81 ไปลงที่ท่าเรือแหลมฉบัง แต่กลับกลายเป็นว่ามาสร้างโรงงานแต่งแร่ ซึ่งค่อนข้างอันตราย ความจริงโรงงานแต่งแร่จะต้องไปตั้งอยู่ในเขตสัมปทานแร่ หรือในเขตเหมืองแร่ ต้องแยกออกจากกัน และถึงแม้คุณจะมีสิทธิสร้างแต่ประชาชนเขาไม้ไว้ใจกันแล้ว
สำหรับบรรยากาศในวันนี้ส่วนตัวยอมรับเลยว่าชาวตำบลหนองขาวเดินทางมาร่วมลงทะเบียนการเปิดเวทีทำประชาพิจารณ์เป็นจำนวนมหาศาลซึ่งถือว่าเป็นโมเดลของประเทศไทยได้เลย เพราะหลายเวทีที่ผ่านมาเต็มที่มาลงแค่ชื่อแล้วก็เดินทางกลับ นั่นจึงถือว่าเป็นเวทีจัดตั้ง อยากจะฝากไปถึงทุกจังหวัดเวลาเวลาจะทำรายงานสิ่งแวดล้อมหรือทำเวทีประชาพิจารณ์ ขออย่าให้เจ้าของโครงการเป็นคนจัด ควรต้องมีกรรมการจังหวัดหรือคนกลางเป็นคนจัด หากให้เจ้าของโครงการเป็นคนจัด คนที่เห็นด้วยก็คือคนที่นั่งอยู่ในห้อง ส่วนคนที่ไม่เห็นด้วยให้อยู่นอกห้อง แต่ถ้าหากประชาชนเป็นคนจัดหรือกรรมการระดับจังหวัดเป็นผู้จัดเวที ทุกคนที่มาจะได้มีสิทธิออกความเห็นได้ตามหลักของประชาธิปไตย แต่กฎหมายได้กำหนดเอาไว้ว่าให้เจ้าของโครงการเป็นคนจัดเวที ทุกวันนี้จึงเกิดปัญหาขึ้นในทุกที่ สุดท้ายก็เกิดความขัดแย้งกันขึ้นในชุมชน
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์ รายงาน