มท.3 “เจเศรษฐ์” กำชับ กปภ. ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยงานบนผิวจราจร มุ่งสร้างความปลอดภัยทั้งผู้ปฏิบัติงานและประชาชน
การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ยกระดับมาตรฐานการบริหารความปลอดภัยงานบนผิวจราจร (Road Work Safety) ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ตามนโยบายกระทรวงมหาดไทย โดยกำหนดแนวปฏิบัติครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน ระหว่างปฏิบัติงาน และหลังเสร็จงาน พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานยึดหลัก “ปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน ปลอดภัยของผู้ใช้ทาง และงานแล้วเสร็จตามแผน” เพื่อลดความเสี่ยงจากการปฏิบัติงานบนผิวจราจร สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน และผลักดันเป้าหมาย Zero Accident อย่างเป็นรูปธรรม
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการบริหารความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของหน่วยงานในสังกัด โดยเฉพาะงานซ่อมบำรุงและก่อสร้างระบบประปาที่ดำเนินการบนผิวจราจร ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทั้งต่อผู้ปฏิบัติงานและประชาชนผู้ใช้เส้นทาง จึงได้กำชับให้การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ยกระดับมาตรฐานการบริหารความปลอดภัยงานบนผิวจราจร (Road Work Safety) ให้เป็นแนวปฏิบัติเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในการทำงาน ควบคู่กับการให้บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ แนวทางการบริหารความปลอดภัยงานบนผิวจราจรของ กปภ. ยึดหลักสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ "ปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน ปลอดภัยของผู้ใช้ทาง และงานแล้วเสร็จตามแผน" โดยกำหนดให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน ระหว่างปฏิบัติงาน และหลังเสร็จงาน เพื่อให้ทุกภารกิจเป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และลดผลกระทบต่อการจราจรให้น้อยที่สุด
นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวว่า ก่อนเริ่มปฏิบัติงานทุกครั้ง ต้องมีการประเมินความเสี่ยงของพื้นที่และจัดทำแผนบริหารการจราจร (Traffic Management Plan : TMP) ตรวจสอบความพร้อมของบุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์ และอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) รวมถึงเลือกช่วงเวลาที่ส่งผลกระทบต่อการจราจรน้อยที่สุด ขณะปฏิบัติงานต้องติดตั้งป้ายเตือน ป้ายลดความเร็ว ป้ายเบี่ยงช่องจราจร กรวยจราจร ไฟสัญญาณ และอุปกรณ์ป้องกันพื้นที่อันตรายตามมาตรฐาน พร้อมจัดให้มีผู้ควบคุมการจราจร (Flagman) ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง และหลังเสร็จงานต้องตรวจสอบความปลอดภัย รื้อถอนอุปกรณ์ คืนสภาพการจราจร และตรวจสอบไม่ให้มีวัสดุหรือสิ่งกีดขวางตกค้างก่อนเปิดพื้นที่ให้ประชาชนใช้งานตามปกติ
พร้อมทั้งเน้นย้ำให้นำแนวทางการบริหารความปลอดภัยงานบนผิวจราจรมาใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร รวมไปถึงบูรณาการร่วมกับแนวทางการควบคุม กำกับ และดูแลความปลอดภัยในการทำงานของผู้รับจ้าง เพื่อให้พนักงาน ผู้ควบคุมงาน และผู้รับจ้างทุกฝ่ายถือปฏิบัติในมาตรฐานเดียวกันตามกฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของ กปภ. อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ กปภ. ได้กำหนดมาตรฐานการจัดพื้นที่ปฏิบัติงานบนผิวจราจรอย่างชัดเจน เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างปลอดภัย และประชาชนสามารถใช้เส้นทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
นายจักรพงศ์ คำจันทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กปภ. จะติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับงานซ่อมบำรุงและก่อสร้างระบบประปาที่ดำเนินการบนผิวจราจรอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและดำเนินการด้านความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ.2564 มาตรฐานการควบคุมการจราจรระหว่างการก่อสร้างและบำรุงรักษาทาง (กรมทางหลวง) และคู่มือการอำนวยความปลอดภัยงานทางในเขตก่อสร้าง (กรมทางหลวงชนบท) เพื่อผลักดันเป้าหมาย Zero Accident และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในทุกภารกิจของ กปภ.