วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน ขณะนี้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว โดยเฉพาะ อ. วังน้ำเย็น อ.วังสมบูรณ์ และ อ.คลองหาด กำลังทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่นแรกออกสู่ตลาด ซึ่งเป็นช่วงที่เกษตรกรต้องเร่งนำผลผลิตไปจำหน่ายเพื่อนำเงินมาใช้หมุนเวียนและชำระต้นทุนการผลิต
แต่ปีนี้เกษตรกรหลายรายกำลังประสบปัญหาราคาข้าวโพดตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการผลิตกลับเพิ่มสูงขึ้น โดยราคาข้าวโพดที่เกษตรกรได้รับจากลานรับซื้อบางแห่งอยู่ที่เพียง 5 บาท เศษต่อกิโลกรัม หรือไม่ถึง 6 บาท ส่งผลให้เกษตรกรกังวลว่าอาจไม่คุ้มกับต้นทุนที่ลงทุนไป เกษตรกร เปิดเผยว่า ต้นทุนการผลิตในปีนี้เพิ่มขึ้นแทบทุกด้าน โดยเฉพาะราคาพันธุ์ข้าวโพด ซึ่งขณะนี้เมล็ดพันธุ์ขนาด 10 กิโลกรัม มีราคาสูงกว่า 2,000 บาทต่อถุง ขณะที่ราคาปุ๋ยและสารกำจัดวัชพืชก็ปรับเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว รวมถึงราคาน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้นเกือบ 40 บาทต่อลิตร ทำให้ต้นทุนการผลิตต่อไร่สูงขึ้นกว่าทุกปี เมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รุ่นแรกทยอยออกสู่ตลาด กลับพบว่าเกษตรกรต้องเผชิญกับปัญหาราคาที่รับซื้อไม่สูง โดยเฉพาะผลผลิต ที่มีความชื้นสูง เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูฝน
" นอกจากนี้ เกษตรกรบางรายระบุว่า ลานรับซื้อขนาดใหญ่บางแห่งปรับเกณฑ์การรับซื้อ โดยไม่รับซื้อข้าวโพดที่มีความชื้นเกิน 30% จากเดิมที่เคยรับซื้อความชื้นไม่เกินประมาณ 33% ทำให้เกษตรกรที่นำผลผลิตซึ่งมีความชื้นสูงไปขาย ต้องหันไปขายให้กับลานรับซื้อรายย่อย ลานเร่ หรือขายแบบเหมา ซึ่งอาจทำให้ถูกกดราคาลงไปอีก
จากปัญหาดังกล่าว ล่าสุดสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสระแก้วได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์การรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ นายสุดใจ ทองแก้ว พาณิชย์จังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า ช่วงนี้ผลผลิตข้าวโพดที่เกษตรกรนำมาจำหน่ายตามลานรับซื้อในพื้นที่มีความชื้นค่อนข้างสูง เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูฝน โดยจากการตรวจสอบพบว่าผลผลิตบางรายมีความชื้นอยู่ที่ประมาณ 30–34%
ดังนั้น ราคาที่เกษตรกรได้รับจึงต้องมีการปรับลดตามเกณฑ์ความชื้น รวมถึงมีการหักสิ่งเจือปนตามหลักเกณฑ์การรับซื้อ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาข้าวโพดที่เกษตรกรได้รับจริงแตกต่างจากราคาประกาศ
สำหรับเกณฑ์การรับซื้อ หากข้าวโพดมีความชื้นอยู่ที่ประมาณ 30% ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 7 บาท 06 สตางค์ต่อกิโลกรัม และหากมีความชื้นสูงกว่านี้ ราคาจะปรับลดลงตามลำดับ โดยราคาที่เกษตรกรได้รับจริงอาจอยู่ที่ประมาณ 6.50 บาทต่อกิโลกรัม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพ ความชื้น และปริมาณสิ่งเจือปนของผลผลิตแต่ละราย
นายสุดใจกล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสระแก้วได้ติดตามและกำกับดูแลลานรับซื้อข้าวโพดในพื้นที่มาตั้งแต่ช่วงที่ผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาด โดยเน้นตรวจสอบให้ผู้ประกอบการ แสดงราคารับซื้ออย่างชัดเจน รวมทั้งกำชับให้มีการอธิบายหลักเกณฑ์การหักค่าความชื้นและสิ่งเจือปนให้เกษตรกรรับทราบก่อนทำการซื้อขาย เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน
ขณะเดียวกัน ยังได้ประสานเจ้าหน้าที่ชั่งตวงวัดจากสำนักงานสาขาในจังหวัดปราจีนบุรี เข้าตรวจสอบ เครื่องชั่งและเครื่องวัดความชื้น ของลานรับซื้อ เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการซื้อขายมีมาตรฐานและถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย... ยุทธนาอารีย์ /ผู้สื่อข่าวจังหวัดสระแก้ว 094-4780777
082-7339944