
นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวเนื่องในโอกาสวันสถาปนาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ครบรอบ 66 ปี ภายใต้แนวคิด “66 ปี แห่งความไว้วางใจ กฟภ. เติมพลังให้ทุกชีวิต” (66 Years of Trust PEA Powering Every Life) ว่า ตลอด 66 ปี PEA ทำหน้าที่จัดหาและให้บริการไฟฟ้าแก่ประชาชน พร้อมสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคม ปัจจุบันกำลังก้าวสู่บทบาท “ผู้ให้บริการพลังงานแห่งอนาคต” ด้วยการผสานเทคโนโลยีดิจิทัล AI นวัตกรรม และพลังงานสะอาด เพื่อยกระดับระบบไฟฟ้าและบริการให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของภาคพลังงาน
นอกจากนี้สิ่งที่ PEA กำลังเผชิญอยู่ก็คือโลกพลังงานกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาดและเศรษฐกิจดิจิทัล PEA จึงได้เตรียมขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ระยะ 5 ปี ระหว่างปี 2570-2574 เพื่อยกระดับองค์กรและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง โดยมีเป้าหมายสำคัญทั้งด้านความมั่นคงทางพลังงาน การสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ และการพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน รองรับทั้งการเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียนและการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop), การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (EV), การลงทุน Data Center ที่ต้องการใช้ไฟฟ้าปริมาณสูง รวมถึงแนวโน้มตลาดไฟฟ้าที่เปิดกว้างขึ้นและการซื้อขายพลังงานสะอาดโดยตรง
ดังนั้นภารกิจของ กฟภ. ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดหาและจ่ายไฟฟ้าให้เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องพัฒนาโครงข่ายให้มีความมั่นคง ยืดหยุ่น และรองรับรูปแบบการผลิตและการใช้ไฟฟ้าที่หลากหลายมากขึ้น โดยได้เตรียมขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ระยะ 5 ปี ระหว่างปี 2570-2574 เพื่อยกระดับองค์กรและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง โดยมีเป้าหมายสำคัญทั้งด้านความมั่นคงทางพลังงาน การสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ และการพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน
โดยหัวใจสำคัญของแผนยุทธศาสตร์ คือการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าสู่สายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ ( Smart Grid) และเดินหน้าการปรับปรุงและยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย (Grid Modernization) เพื่อรองรับระบบไฟฟ้าที่มีการผลิตแบบกระจายตัวมากขึ้น จากเดิมที่ไฟฟ้าไหลจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ไปยังผู้ใช้ไฟฟ้า ปัจจุบันประชาชนและภาคธุรกิจสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองจาก Solar Rooftop และส่งไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบได้ ขณะที่พลังงานหมุนเวียนมีความผันผวนตามสภาพอากาศ ทำให้ระบบจำหน่ายต้องมีความยืดหยุ่นและสามารถบริหารจัดการแบบเรียลไทม์ได้มากขึ้น
นอกจากนี้ กฟภ. จึงเตรียมนำมิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Meter) ระบบเซ็นเซอร์ Data Analytics และระบบกักเก็บพลังงาน หรือ BESS มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารโครงข่าย รองรับพลังงานหมุนเวียน และเพิ่มความมั่นคงของระบบในระยะยาว

ยกระดับโครงข่าย รับ Energy Transition
PEA ยกระดับระบบจำหน่ายสู่ Smart Grid และ Grid Modernization เพื่อรองรับ Solar Rooftop รถยนต์ไฟฟ้า (EV) Data Center และพลังงานหมุนเวียน โดยนำ Smart Meter และระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) มาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารโครงข่าย รวมถึงเตรียมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Direct PPA และการเชื่อมต่อพลังงานสะอาด
“AI GOES” ยกระดับการทำงานและบริการ
PEA นำ AI มาประยุกต์ใช้ภายใต้แนวคิด “AI GOES” ครอบคลุมการบริหารโครงข่าย การปฏิบัติงาน การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาธุรกิจ และบริการประชาชน เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดขั้นตอน และยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ
ไฟฟ้าต้องเข้าถึงทุกคน
PEA ขยายระบบไฟฟ้าให้ครอบคลุมครัวเรือนและพื้นที่ทำกิน สนับสนุนคุณภาพชีวิตและโอกาสทางเศรษฐกิจ สำหรับพื้นที่ห่างไกลใช้ Solar Energy ร่วมกับ BESS เป็นทางเลือกในการจัดหาไฟฟ้า เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงพลังงานอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
เตรียมระบบสำหรับตลาดไฟฟ้ายุคใหม่
PEA พัฒนา Energy Trading Platform (ETP) และ TPA Platform เพื่อรองรับการซื้อขายพลังงานสะอาดและการใช้โครงข่ายในรูปแบบใหม่ โดยคำนึงถึงความโปร่งใส เป็นธรรม และประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้า
บริการดิจิทัล สะดวกในทุกขั้นตอน
PEA Smart Plus และ PEA e-Service ช่วยให้ผู้ใช้ไฟฟ้าจัดการบริการได้ง่ายผ่านช่องทางดิจิทัล ตั้งแต่ชำระค่าไฟ ยื่นคำร้อง ตรวจสอบการใช้ไฟฟ้า รับ e-Bill/e-Receipt การแจ้งเตือน ตลอดจนบริการด้าน Solar Rooftop และยานยนต์ไฟฟ้า
สู่ “Sustainable Energy Utility for ALL”
PEA วางเป้าหมายจาก Digital and Green Grid สู่ Smart Energy Solution และ “Sustainable Energy Utility for ALL” มุ่งสร้างระบบพลังงานที่มั่นคง สะอาด มีประสิทธิภาพ และเข้าถึงได้อย่างเป็นธรรม พร้อมสนับสนุนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
66 ปีแห่งความไว้วางใจ คือรากฐานของก้าวต่อไปต่อยอดความไว้วางใจที่ได้รับจากประชาชน ด้วยเทคโนโลยี Smart Grid, AI พลังงานสะอาด และนวัตกรรม เพื่อให้พลังงานไฟฟ้าเป็นมากกว่าความสว่าง แต่เป็นพลังที่สร้างโอกาส ยกระดับคุณภาพชีวิต และเสริมศักยภาพเศรษฐกิจไทย