สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวในวันเสาร์ (12 ก.ย.) ว่ากลไกความร่วมมือกลุ่มประเทศบริกส์ (BRICS) ได้กลายเป็นเวทีความร่วมมือที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกสำหรับตลาดเกิดใหม่และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา
.ระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมช่วงที่ 1 ของการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศบริกส์ ครั้งที่ 18 ณ กรุงนิวเดลี สีกล่าวว่าปีนี้เป็นวาระครบรอบ 20 ปีของความร่วมมือบริกส์ พร้อมเสริมว่าตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา กลไกความร่วมมือของบริกส์ยังคงเติบโตและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังแสดงถึงชีวิตชีวาและพลวัตอันโดดเด่น
.สีกล่าวว่านี่คือ 20 ปีแห่งการพึ่งพาตนเองและการสร้างความเข้มแข็งด้วยตนเอง โดยประเทศสมาชิกกลุ่มบริกส์ได้ร่วมกันแสวงหาวิถีการพัฒนาที่เหมาะสมกับเงื่อนไขของแต่ละประเทศอย่างจริงจัง จนกลายเป็นแบบอย่างของการรวมพลังเพื่อสร้างความเข้มแข็งในกลุ่มตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา
.สีชี้ว่าช่วงเวลาดังกล่าวยังถือเป็น 20 ปีแห่งการร่วมทุกข์ร่วมสุข โดยกลุ่มประเทศบริกส์ได้ร่วมมือกันรับมือกับความท้าทายต่างๆ ตั้งแต่วิกฤตการเงินโลก การระบาดใหญ่ของโควิด-19 ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กลุ่มบริกส์ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงในการปกป้องผลประโยชน์ร่วมกันของกลุ่มประเทศโลกใต้ (Global South) พร้อมทั้งมอบเสถียรภาพและแรงขับเคลื่อนเชิงบวกให้กับโลก
.สียกย่องความร่วมมือของบริกส์ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาว่าสัมฤทธิผลอย่างงดงาม โดยระบุว่ากลุ่มประเทศบริกส์ได้ขยายความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ วางรากฐานกรอบความร่วมมือที่ครอบคลุมในหลายมิติ และได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือของกลุ่มบริกส์ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
.สีเน้นย้ำว่าโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบศตวรรษ กลุ่มประเทศโลกใต้กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และกระแสที่มุ่งสู่โลกหลายขั้วอำนาจนั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจหยุดยั้งได้
.ขณะเดียวกัน การสวนกระแสของลัทธิเอกภาคีนิยมและการเมืองเชิงอำนาจกำลังทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ระบบพหุภาคีและระเบียบระหว่างประเทศต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก อีกทั้งความไม่สมดุลทั้งในด้านสันติภาพ การพัฒนา ความมั่นคง และธรรมาภิบาล ยังคงขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ
.สีกล่าวว่ากลุ่มประเทศบริกส์ควรยืนหยัดอย่างมั่นคงอยู่บนฝั่งที่ถูกต้องของประวัติศาสตร์ มุ่งมั่นเป็นผู้บุกเบิกแห่งยุคสมัย ร่วมกันขับเคลื่อนระเบียบระหว่างประเทศให้มีความยุติธรรมและเสมอภาคมากยิ่งขึ้น ตลอดจนจับมือกันสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ.
สีเรียกร้องให้กลุ่มบริกส์เป็นผู้นำการขับเคลื่อนการพัฒนาที่นำโดยนวัตกรรม โดยระบุว่ากลุ่มประเทศบริกส์ควรชิงความได้เปรียบเชิงรุกอย่างแน่วแน่ เสริมสร้างความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งเสริมการพัฒนาระบบโอเพนซอร์ส ความเปิดกว้าง การร่วมมือ และการแบ่งปัน ตลอดจนผลักดันความร่วมมือเชิงปฏิบัติไปสู่สาขาใหม่ๆ และยกระดับไปอีกขั้น
.สีกล่าวว่าเขายินดีต้อนรับกลุ่มประเทศบริกส์ให้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจังในองค์การความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์โลก (World Artificial Intelligence Cooperation Organization) โดยจีนได้เสนอข้อริเริ่มเพื่อส่งเสริมการสร้างอุตสาหกรรมยุคใหม่ผ่านปัญญาประดิษฐ์ในกลุ่มประเทศบริกส์ และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อสร้างผลลัพธ์มากขึ้น ทั้งในด้านการวิจัย การพัฒนา และการประยุกต์ใช้งาน ตลอดจนกระชับความร่วมมือในห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
.ประธานาธิบดีจีนเรียกร้องให้กลุ่มบริกส์เป็นผู้นำในการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพ โดยระบุว่ากลุ่มประเทศบริกส์ควรยึดมั่นในวิสัยทัศน์ความมั่นคงร่วมกัน ที่มีความครอบคลุมรอบด้าน เน้นการร่วมมือ และมีความยั่งยืน ต่อต้านแนวคิดสงครามเย็นและการเผชิญหน้าแบบแบ่งขั้ว คัดค้านการละเมิดอธิปไตยและการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น พร้อมทั้งแสดงบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการคลี่คลายประเด็นความขัดแย้งที่กำลังทวีความรุนแรงของโลก เพื่อสร้างคุณูปการอันโดดเด่นตามแบบของบริกส์ ในการหาทางออกที่จะแก้ไขปัญหาทั้งที่ปลายเหตุและต้นตอ
.สีกล่าวว่าจีนจะร่วมมือกับบรรดาชาติสมาชิกกลุ่มบริกส์เพื่อแสดงบทบาทอันพึงมี ในการนำสันติภาพและความสงบสุขมาสู่ภูมิภาคตะวันออกกลางและอ่าวอาหรับ
.สียังเรียกร้องให้กลุ่มบริกส์เป็นผู้นำในการส่งเสริมการเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างอารยธรรม โดยกล่าวว่าประเทศสมาชิกควรเชิดชูคุณค่าร่วมของมนุษยชาติ สนับสนุนการแลกเปลี่ยนและการเรียนรู้ระหว่างอารยธรรม ตลอดจนการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ทั้งยังควรผลักดันให้การประชุมเวทีกลุ่มบริกส์ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนและวัฒนธรรมประสบความสำเร็จ ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้านธรรมาภิบาลของรัฐ และสร้างแรงขับเคลื่อนเชิงบวกเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างมั่นคง
.สีสนับสนุนการกระชับความร่วมมือด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการศึกษา เสริมสร้างการแลกเปลี่ยนในหมู่เยาวชน รวมถึงส่งเสริมให้ประชาชนมีปฏิสัมพันธ์กันบ่อยครั้งขึ้น และผูกพันใกล้ชิดกันมากขึ้น รวมถึงเรียกร้องให้กลุ่มบริกส์เป็นผู้นำการปฏิรูปและปรับปรุงธรรมาภิบาลโลก
.สีกล่าวกระตุ้นให้กลุ่มบริกส์ก้าวทันกระแสความเป็นประชาธิปไตยที่เพิ่มมากขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ส่งเสริมระบบธรรมาภิบาลโลกที่มีความยุติธรรมและเสมอภาคยิ่งขึ้น พร้อมธำรงไว้ซึ่งอำนาจของสหประชาชาติ
.สีกล่าวว่ากลุ่มบริกส์ควรสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีที่มีองค์การการค้าโลกเป็นศูนย์กลาง และปฏิเสธมาตรการปกป้องทางการค้าทุกรูปแบบ นอกจากนี้ กลุ่มประเทศบริกส์ควรเป็นผู้นำด้านธรรมาภิบาลโลกในมิติใหม่ๆ เช่น ไซเบอร์สเปซ อวกาศ และทะเลลึก พร้อมทั้งเพิ่มพลังเสียงของกลุ่มประเทศโลกใต้.
สีย้ำว่าตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา ความสมานฉันท์และความร่วมมือยังคงเป็นพลังขับเคลื่อนภารกิจของกลุ่มบริกส์ พร้อมเรียกร้องให้สมาชิกบริกส์รักษาความจริงใจและเปิดเผยต่อกัน แสวงหาจุดร่วมบนความแตกต่าง และเคารพข้อกังวลหลักของกันและกัน
.สียังขอให้กลุ่มสมาชิกเข้าใจกันและกันอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นผ่านการสื่อสารและการเจรจา รับมือกับความแตกต่างอย่างเหมาะสม และรับรองว่าความร่วมมือของบริกส์จะยังคงก้าวหน้าต่อไปอย่างมั่นคง
สีกล่าวด้วยว่าจีนจะเข้ารับตำแหน่งประธานหมุนเวียนของกลุ่มประเทศบริกส์ และจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอด ครั้งที่ 19 ในปีหน้า
."จีนพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อสร้างฉันทามติ สร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้น และก้าวเข้าสู่ 'ทศวรรษทอง' ครั้งที่สามของกลุ่มบริกส์ เพื่อร่วมกันเปิดบทใหม่แห่งอนาคตที่สดใส มั่งคั่ง และก้าวหน้า" สีกล่าวทิ้งท้าย