ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
ธรรมาภิบาล ย้อนกลับ
บิ๊กราญ-อธิบดีกรมปกครอง รวบเฒ่าแดนมังกรเจ้าเล่ห์ หนีคดีฆ่าซุกไทยนาน 3 ทศวรรษ
14 ก.ย. 2569

บิ๊กราญ-อธิบดีกรมปกครอง รวบเฒ่าแดนมังกรเจ้าเล่ห์ หนีคดีฆ่าซุกไทยนาน 3 ทศวรรษ สวมรอยบัตรประชาชนไทย ทำธุรกิจทัวร์ครบวงจรในพัทยานาน 30 ปี จนรวยอู้ฟู้ พบทุนจดทะเบียน 89 ล้านบาท ยึดทรัพย์สินเกือบร้อยล้าน เตรียมเนรเทศพ้นประเทศไทย

เมื่อเวลา 13.00 น. ( 13 กันยายน 2569 ) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง.ผบ.ตร. ( ว่าที่ ผบ.ตร. ) นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร. , พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบช.สพฐ.ตร. , พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี , กำลังตำรวจภูธรภาค 2 , ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี , ตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง , ตำรวจท่องเที่ยว , ปลัดจังหวัด , นายอำเภอบางละมุง , จนท.ศูนย์ประสานงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียนกนมการปกครอง DOPA N.I.C.E. , เจ้าหน้ากรมการปกครอง นำหมายจับศาลจังหวัดพัทยา เลขที่ 509 / 2569 ฐานความแจ้งเอกสารอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานราชการ (บัตรประชาชนปลอม)  เข้าทำการจับกุม นายสุชาติ สุรชัย หรือ นายซู ซาน อายุ 67 ปี (Mr.Zhu Zhishan) ชาวจีน หลังพบหลักฐานสำคัญ ในการแอบสวมสิทธิ์ ทำบัตรประชาชนไทย ก่อนจะเข้ามาประกอบธุรกิจทัวร์ครบวงจรในไทยนานกว่าเกือบ 40 ปี และ ยังพบประวัติ อาชญากรรมร้ายแรง ก่อคดีในประเทศจีน จนถูกหมายจับอินเตอร์โพล โดยจับกุมได้บ้านเลขที่ 222/148 ของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง (สิริศา16 ) ม.7 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 

จากการสืบสวนสอบสวนข้อมูลเชิงลึก นายสุชาติ สุรชัย หรือชื่อจริงเดิม คือ นายซู ซาน อายุ 67 ปี ชาวจีน พบมีประวัติก่อคดีอาชญากรรมร้ายแรง (ฆาตกรรมผู้อื่นโดยเจตนา) เหตุเกิดเมืองไท่โจว มณฑลเจ้อเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน ก่อนจะถูกทางการประเทศจีนออกหมายจับ ในช่วงวันที่ 9 มกราคม 1990  (พ.ศ.2533) หรือเมื่อ 36 ปีก่อน จนในปี 2020 (พ.ศ.2563) องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ  ( หมายแดง อินเตอร์โพล เลขที่ A-6202/7-2020 )  ก่อนที่เจ้าตัวจะหลบหนีออกจากประเทศจีน มายังประเทศเมียนมาร์ (พม่า) ก่อนจะหลบหนีข้ามแดนมาในประเทศไทย 

จนกระทั่งใน พ.ศ.2544 นายซู ซาน มีการไปสวมสิทธิ์ ชาวกะเหรี่ยง ( ก่อนจะได้บัตรประชาชนไทย ที่ อ.พบพระ จ.ตาก โดยมีการจ่ายค่าดำเนินการไป 50,000 บาท จนมีบัตรประชาชนไทย ชื่อว่า “นายสุชาติ สุรชัย” (หมายเลขบัตรประชาชน 8 6307 84054 681 ) เมื่อได้บัตรประชาชนก็เริ่มมาประกอบธุรกิจในพื้นที่เมืองพัทยา โดยมีชื่อเป็นเจ้าของบริษัทฯ ทั้งหมด 5 บริษัทฯ ประกอบธุรกิจทัวร์ แบบครบวงจร อาทิ โรงแรม , ร้านอาหาร , ร้านกาแฟ , และธุรกิจต่างๆที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว โดยใช้ทุนจดทะเบียนบริษัทรวมกว่า 89 ล้านบาท รวมระยะเวลาการประกอบธุรกิจในเมืองพัทยารวมทั้งสิ้นกว่า 30 ปี 

นอกจากนี้ยังพบว่า ในระหว่างที่เข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย นายสุชาติ สุรชัย หรือชื่อจริง เดิม คือ นายซู ซาน ได้จดทะเบียนสมรส ที่ อ.บางละมุง กับ นางสาวหยุนฮัว เหริน วันที่ 12 พ.ย.2533 และ กำเนิดลูกแฝด ชาย-หญิง ปัจจุบัน อายุ 12 ปี โดนการไปแจ้งเกิดสูติบัตรจนลูกได้สัญชาติไทยทั้ง 2 คน และ ยังพบประวัติ ว่า ในช่วง 13 ปี นายซู ซาน มีการย้ายเข้า-ออก ทะเบียนบ้านทั้งหมด 8 ครั้ง โดยย้ายออกจาก บ้านเลขที่ใน อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เมื่อปี 2546 เข้ามาในทะเบียนบ้านอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี จากนั้นก็มีการย้ายเข้าออกบ้านเลขที่ในพื้นที่อำเภอบางละมุง รวม 7 ครั้ง ซึ่งบ้านเลขที่ที่มีการย้ายล่าสุด คือบ้านเลขที่ 223/36 ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2559 และเป็นบ้านเลขที่เดียวกันกับที่อยู่ปัจจุบันตามบัตรประชาชน


 
ส่วนการจับกุมได้ในครั้งนี้สืบเนื่อง นายสุชาติ สุรชัย หรือ นายซู ซาน ได้ทำวีซ่า เดินทางไปยังประเทศจีน  (ประเทศบ้านเกิด) จนกระทั่งทางการจีน พบเอกสารมีความผิดปกติ เนื่องจาก นายซู ซาน เป็นประชาชนพลเมืองของประเทศจีนมาก่อน แต่กลับได้สัญชาติไทยอย่างมีนัยยะสำคัญ ทางการประเทศจีนจึงมีการสืบสวนจนพบว่า นายสุชาติ ก็คือ นายซู ซาน และมีประวัติ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา สถานทูตจีนจึงมีการประสานมาทางกระทรวงมหาดไทย ให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน 

จนกระทั่งล่าสุด กระทรวงมหาดไทย โดย ศูนย์ต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน DOPA N.I.C.E. พบว่านายซู ซาน มีการยื่นเรื่องมีการไปยื่นเอกสารเพื่อต่อบัตรประชาชน ที่อำเภอบางละมุง แต่เนื่องจากเอกสารไม่ครบโดยต้องรอ เอกสารสำคัญบางส่วน  แต่เมื่อทางอำเภอตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก พบความผิดปกติหลายอย่าง จึงยื่นเรื่องกลับไปยังกรมการปกครอง รวมถึงลงพื้นที่ไปสอบปากคำญาติพี่น้องชาวกะเหรี่ยง (แผนดินสูง) ว่า นายสุชาติ สุรชัย หรือ นายซู ซาน เป็นบุคคลในเครือญาติหรือไม่ ซึ่งได้รับการยืนยันว่า ไม่ใช่ญาติพี่น้อง และคาดว่าน่าจะมีการสวมสิทธิ์เพื่อใช้บัตรประชาชน กรมการปกครอง จึงมีคำสั่ง นายอำเภอบางละมุง เดินทางไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.บางละมุง จนกระทั่งมีการออกหมายจับ นายสุชาติ สุรชัย หรือ นายซู ซาน ฐานความผิด “แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และแจ้งข้อความหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการขอมีบัตร และแจ้ง ข้อความหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการขอมีบัตร” ต่อมาตำรวจจึงเริ่มปฏิบัติการสืบสวนสอบสวนจนสามารถขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยา ออกหมายจับ โดยตำรวจสืบสวนภาค 2 ร่วมกับตำรวจ สภ.บางละมุง สามารถจับกุม นายสุชาติ สุรชัย หรือชื่อจริง เดิม คือ นายซู ซาน ได้บ้านพักดังกล่าว เมื่อช่วงค่ำ ของวันที่ 12 กันยายน 2569  ( มีคลิปตอนจับกุม ) 

นอกจากนี้ในระหว่างที่ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง.ผบ.ตร. ( ว่าที่ ผบ.ตร. ) นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นำกำลังตรวจสอบบ้านพักของผู้ต้องหา โดยบ้านหลังดังกล่าวมีเนื้อที่ประมาณ 90 ตาราง บริเวณด้านหลังบ้านพบว่ามีการทำห้องลับ อยู่ใต้ดิน โดยมีการดัดแปลงจากสระว่ายน้ำทำเป็นห้องลับ ขนาดใหญ่ ตรวจพบว่าภายในห้อง มีลักษณะเป็นห้องเก็บของวัตถุโบราณ และ พระเครื่องจำนวนมาก ตำรวจจึงยึดไว้ทำการตรวจสอบทั้งหมด พร้อมทั้งยึดทรัพย์สินหลายรายการ อาทิ โฉนดที่ดิน 11 แปลง รวม 10 ไร่ ( เป็นการจดในนามบริษัทฯ 9 แปลง , ส่วนตัว 2 คน )  ซึ่งแต่ละที่อยู่ในทำเลทองกลางใจกลางเมืองพัทยา และรถยนต์ กว่า 6 คัน ซึ่งรวมมูลค่าเกือบ 100 ล้านบาท ( 89.5 ล้าน ) 

นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผย การจัดครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างทางการไทยและทางการจีน  ซึ่งภายหลังทราบเรื่องนาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  มีการสั่งการ ให้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน จนเป็นที่มาของการจับกุม นายสุชาติ หรือ นายซูซาน รวมถึงการถอดถอนสัญชาติไทย ซึ่งรวมถึงตัว ลูกแฝด 2 คน ที่ได้สัญชาติไทยก่อนหน้านี้ และเตรียมบังคับใช้กฏหมาย พระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. ๒๔๙๙  ที่เปลี่ยน มาเป็นกฎหมายหลัก และมีการประกาศใช้ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2569 เพื่อเพิ่มมาตรการเด็ดขาดในการจัดการ กับชาวต่างชาติ ที่เข้ามากระทำผิดในประเทศไทย  เตรียมขยายผลเรื่องนี้และมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นกรณีมีการออกบัตรประชาชน ให้กับชาวจีนรายนี้ โดยจะมีคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ในพื้นที่อำเภอพบพระ จังหวัดตาก และมีการตรวจสอบแบบ ถอนรากถอนโคน อีกทั้งยังพบว่าหลังมีการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก มีบุคคลชาวต่างชาติในลักษณะดังกล่าวอีกหลายราย ซึ่งห่างกับกระทรวงมหาดไทย จะร่วมมือกับสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ กวาดล้างชาวต่างชาติกลุ่มนี้ให้สิ้นซาก 

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง.ผบ.ตร. ( ว่าที่ ผบ.ตร. ) กล่าวว่า กรณีนาย ซูซาน ก่อเหตุฆ่าผู้อื่นในประเทศจีน ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปี 2533 หรือ 36 ปี ก่อน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าคดีดังกล่าว ยังไม่หมดอายุความ โดยทางการไทยเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีก่อนจะส่งตัวกลับไปให้ทางจีนดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้จะมี สืบสวนสอบสวน ดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง กับนายซูซาน ทั้งหมด พร้อมทั้งทำการยึดทรัพย์ซึ่งรวมมูลค่าเกือบ 100 ล้านบาท 

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะดำเนินการกวาดล้างเครือข่ายนอมินีอย่างจริงจัง ซึ่งปัจจุบันทำไปแล้วกว่า 10 เฟส และเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาประชาชน เพื่อนำผลประโยชน์และทรัพย์สิน กลับคืนสู่แผ่นดินมาตภูมิไทย พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์หากประชาชน หากมีข้อมูลการกระทำผิดของกลุ่มชาวต่างชาติสามารถแจ้งข้อมูลมาได้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งทางตำรวจจับกวาดล้างจับกุมอย่างจริงจังต่อไป…

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1-15 กันยายน 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
30 ก.ค. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 481 หนี้ ที่ถือได้ว่า หนี้สาธารณะ เป็นเรื่องหนึ่งที่สังคมไทยพูดถึง และห่วงใยกันมาตลอด เพราะหนี้มีมากก็หมายถึง เครดิตของประเทศก็จะลดลง กล่าวกันว่า ปัญหา หนี้สาธารณะ คือภาวะที่รัฐบาลมีหนี้สินสะสมจาก การกู้ยืมเงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงป...