ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
ข่าวเด่น / ไฮไลท์ ย้อนกลับ
“น่าน–หลวงพระบาง” สองเมืองเก่า หนึ่งสายวัฒนธรรม สู่เมืองมิตรภาพ เดินหน้าความร่วมมือรอบด้าน
03 ต.ค. 2569
น่าน–หลวงพระบาง ก้าวสำคัญของความสัมพันธ์ระดับท้องถิ่น ไทย–ลาว จังหวัดน่าน ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “เมืองมิตรภาพ” (Friendship Cities) กับแขวงหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เดินหน้าความร่วมมือครอบคลุมเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา สาธารณสุข ศิลปวัฒนธรรม และการอนุรักษ์เมืองเก่า พร้อมเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมผ่านโครงการสะพานเชียงแมน–หลวงพระบาง และต่อยอดความร่วมมือเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาเมืองเก่าน่านสู่การได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
วันที่ 2 ตุลาคม 2569 นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นำคณะผู้แทนจังหวัดน่านเข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการเป็น เมืองมิตรภาพ (Friendship Cities) ระหว่างจังหวัดน่าน ราชอาณาจักรไทย กับแขวงหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมี ท่านบุนเหลือ สินไซวอละวง ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง แขวงหลวงพระบาง ร่วมลงนาม ณ แขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองพื้นที่และวางกรอบความร่วมมือให้มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
นายชัยนรงค์ กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างจังหวัดน่านกับแขวงหลวงพระบาง ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันทั้งในมิติประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิศาสตร์ โดยเฉพาะรากวัฒนธรรมล้านนา–ล้านช้าง วิถีชีวิตของผู้คนในลุ่มน้ำโขง งานพุทธศิลป์ ประเพณี และเอกลักษณ์ของเมืองเก่าที่ยังคงมีชีวิตและได้รับการสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
กรอบความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายจะครอบคลุมหลายด้าน ได้แก่ การอนุรักษ์และบริหารจัดการเมืองเก่าและมรดกทางวัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม ประเพณีและงานหัตถกรรม การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างสองเมือง การศึกษาและการแลกเปลี่ยนเยาวชน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนาเมือง เศรษฐกิจสร้างสรรค์ การค้า การลงทุน สาธารณสุข และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ทั้งจังหวัดน่านและแขวงหลวงพระบางมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองเก่าทางวัฒนธรรมของสองประเทศ ซึ่งสามารถต่อยอดจากทุนทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม อาหาร วิถีชีวิต และงานหัตถกรรมท้องถิ่น สร้างเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการของทั้งสองพื้นที่
หลวงพระบาง มีสถานะเป็นเมืองมรดกโลกของ UNESCO ตั้งแต่ปี 2538 โดย UNESCO ระบุถึงคุณค่าโดดเด่นของเมืองจากการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมลาวดั้งเดิมกับสถาปัตยกรรมยุโรปในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19–20 รวมถึงภูมิทัศน์เมืองและมรดกทางศาสนาที่ได้รับการอนุรักษ์อย่างโดดเด่น
ขณะที่จังหวัดน่านเดินหน้าสร้างความร่วมมือเพื่อยกระดับการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า โดยรัฐบาลไทยได้สนับสนุนแนวทางการเตรียมความพร้อมเพื่อนำเสนอคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรมของน่านต่อ UNESCO ซึ่งเป็นกระบวนการระยะยาวที่ต้องอาศัยการศึกษาข้อมูล การอนุรักษ์ การบริหารจัดการพื้นที่ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
อีกหนึ่งกลไกสำคัญที่จะช่วยเสริมความเชื่อมโยงระหว่างน่านกับหลวงพระบาง คือ โครงการก่อสร้างสะพานเชียงแมน–หลวงพระบาง ซึ่งมีความคืบหน้าในระดับนโยบาย โดยเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีไทยเห็นชอบการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่รัฐบาล สปป.ลาว สำหรับโครงการดังกล่าว วงเงินรวม 1,783,671,500 บาท และกำหนดกรอบการจัดสรรงบประมาณในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2571–2574
โครงการสะพานเชียงแมน–หลวงพระบางมีเป้าหมายสำคัญในการเชื่อมโยงเส้นทางจาก เมืองหงสา–บ้านเชียงแมน เข้ากับถนนหมายเลข 13 ใน สปป.ลาว โดยเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยเติมเต็มจุดเชื่อมต่อข้ามแม่น้ำโขง และสนับสนุนการเดินทางจากจังหวัดน่านไปยังหลวงพระบางให้สะดวกยิ่งขึ้น
ข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐระบุว่า เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยลดระยะเวลาเดินทางระหว่างน่านกับหลวงพระบางได้ประมาณ 30–45 นาที เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการขนส่งสินค้า และเพิ่มโอกาสด้านการค้าชายแดนและการท่องเที่ยว โดยมีการประเมินว่าในช่วง 5 ปีแรก จังหวัดน่านอาจมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 80,000 คนต่อปี และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 360 ล้านบาทต่อปี
สำหรับปัจจุบัน การเดินทางในเส้นทางดังกล่าวยังมีจุดที่ต้องข้ามแม่น้ำโขงด้วยแพขนานยนต์บริเวณบ้านเชียงแมน–เมืองจอมเพชร การก่อสร้างสะพานจึงมีความสำคัญในฐานะโครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยเชื่อมโยงเส้นทางการเดินทาง การค้า และการท่องเที่ยวระหว่างจังหวัดน่านกับหลวงพระบางให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ จังหวัดน่านยังมีแนวคิดในการส่งเสริม เส้นทางบินตรงระหว่างน่านกับหลวงพระบาง โดยจะหารือกับสายการบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง รองรับนักท่องเที่ยว และสร้างโอกาสใหม่ด้านการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน และเศรษฐกิจของทั้งสองพื้นที่ ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการหารือและการศึกษาความเป็นไปได้ จึงต้องพิจารณาความพร้อมด้านตลาด เส้นทางบิน และปัจจัยทางธุรกิจของสายการบินต่อไป
นายชัยนรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือเมืองมิตรภาพในครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงาน แต่ต้องการให้เกิดการเชื่อมโยงในระดับประชาชน ภาคธุรกิจ เยาวชน สถาบันการศึกษา และชุมชน โดยเฉพาะการนำทุนทางวัฒนธรรมของทั้งสองเมืองมาต่อยอดเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ควบคู่กับการอนุรักษ์อัตลักษณ์และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่
หลังจากการลงนาม ทั้งสองฝ่ายจะเดินหน้าหารือในรายละเอียดและกำหนดแนวทางดำเนินงานของความร่วมมือแต่ละด้านให้มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากขึ้น ตั้งแต่การอนุรักษ์เมืองเก่า การแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม การศึกษา การท่องเที่ยว การค้า การลงทุน ไปจนถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพชีวิตของประชาชน
ความร่วมมือระหว่าง “น่าน–หลวงพระบาง” จึงเป็นมากกว่าการเชื่อมโยงสองพื้นที่ผ่านเส้นทางคมนาคม แต่เป็นการเชื่อมโยง ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ผู้คน และโอกาสทางเศรษฐกิจ ของสองเมืองเก่าในลุ่มน้ำโขง โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการรักษามรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ พร้อมพัฒนาเมืองอย่างเหมาะสมและยั่งยืน
“น่าน–หลวงพระบาง สองเมืองเก่า หนึ่งสายวัฒนธรรม สู่เมืองมิตรภาพ เชื่อมใจ เชื่อมเศรษฐกิจ เชื่อมการท่องเที่ยว และร่วมสร้างอนาคตไปด้วยกัน”
หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1-15 ตุลาคม 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
02 ต.ค. 2569
"น้ำ" นับเป็นปัจจัยสำคัญทั้งในการดำรงชีพ และขับเคลื่อนระบบนิเวศของโลก โดยปัจจุบัน มีความสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจด้วย ทั้งในภาค การเกษตรและอุตสาหกรรม ที่จะนำไปใช้ใน การชลประทานเพาะปลูกพืชผล เลี้ยงสัตว์ และ เป็นกระบวนการผลิตสินค้าหรือพลังงานไฟฟ้า ซึ่งแน่...