ตาวัย 83 พายเรือออกไปรับข้าวกล่องช่วงน้ำท่วม ก่อนสูญหายนานกว่า 12 วัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทรา นำเรือระดมค้นหา และใช้โดรนบินสำรวจ ก่อนพบร่างใต้เรือพลาสติกคว่ำกลางบ่อกุ้ง มีตาข่ายกันนกพันติดร่างตา เจ้าหน้าที่คาด ตาอาจจะมองไม่เห็นตาข่ายในบ่อกุ้ง เพราะน้ำท่วมจมตาข่าย ไม้พายอาจพายไปติดตาข่าย ดึงเรือตาจนคว่ำ ก่อนร่างจะติดตาข่ายจนว่ายน้ำไม่ได้เสียชีวิต เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ส่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ 23 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา สามารถค้นพบร่างนายมนตรี เมืองฟักอายุ 83 ปี หลังหายตัวออกจากบ้านพักที่ถูกน้ำท่วม ขณะพายเรือออกไปรับข้าวกล่อง ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยพบร่างนอนคว่ำหน้า ที่ขามีเชือกกันนกของบ่อกุ้งพันติดอยู่ โดยมีเรือพลาสติกสีส้มทับร่างของนายมนตรีเอาไว้ โผล่มาแค่ช่วงขา โดยลอยคว่ำหน้าอยู่ภายในบ่อกุ้งของชาวบ้าน หมู่ 1ต.หัวไทร อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา
ย้อนกลับไป เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 นายมนตรี ซึ่งอาศัยอยู่บ้านเพียงลำพัง น้ำได้เข้าท่วมบ้านได้รับความเดือดร้อน นายมนตรี ได้พายเรือพลาสติกออกมารับข้าวกล่องทุกวัน กระทั่งชาวบ้านไม่เห็นนายมนตรี พายเรือกลับมาคิดว่าไปอยู่กับญาติแล้ว แต่เมื่อผ่านไปหลายวันยังติดต่อนายมนตรี ไม่ได้ จึงได้แจ้งให้อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา จุดบางคล้าช่วยค้นหาแต่ไม่พบ เนื่องจากในเวลานั้นพื้นที่หัวไทร อำเภอบางคล้า มีน้ำค่อนข้างสูง จึงยากต่อการค้นหานายมนตรี ผู้สูญหาย
จนกระทั่งเช้า วันนี้ ( 23 ต.ค.69 ) นายไพโรจน์ บุญหิรัญ หัวหน้าชุดปฏิบัติการหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ได้รับการประสานจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1ต.หัวไทร อ.บางคล้า ให้ช่วยระดมกำลังออกตามหานายมนตรี อีกครั้ง เนื่องจากปริมาณน้ำในพื้นที่ ลดลงไปค่อนข้างมากแล้ว นายไพโรจน์ จึงวางแผนค้นหาโดยการ นำเรือร่องไปตามคลองและพื้นที่น้ำท่วมในบริเวณนั้น อีกส่วนหนึ่งได้นำโดรนบินค้นหาด้านบนอากาศ ก่อนจะพบเรือต้องสงสัยสีส้ม ลอยคว่ำหน้าอยู่กลางบ่อกุ้งของชาวบ้าน จึงใช้โดรนบินเข้าไปสำรวจใกล้ๆ ก่อนจะพบขาของคนลอยออกมาอยู่นอกเรือ จึงมั่นใจว่าร่างที่พบน่าจะเป็นนายมนตรี ผู้ที่สูญหายไปก่อนหน้านี้ จึงได้วิทยุแจ้งกำลังเจ้าหน้าที่ที่อยู่บนเรือค้นหา ให้เดินทางเข้ามาตรวจสอบบริเวณกลางบ่อกุ้งที่พบ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและยืนยันว่าเป็นร่างผู้เสียชีวิตจริง จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ตามเข้าไปอีก 1 ชุด เพื่อนำร่างนายมนตรี กลับเข้าฝั่ง ซึ่งขณะพบร่างของนายมนตรี นั้น ร่างของนายมนตรี ถูกตาข่ายดักนกของบ่อกุ้งพันอยู่กับเรือ จึงทำให้ร่างของนายมนตรี ไม่ได้ลอยไปไหน สภาพศพเริ่มเปื่อยยุ่ย เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ จึงได้ทำการตัดเชือกตาข่ายที่พันร่างนายมนตรี ออก ก่อนจะนำร่างเข้าฝั่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
หลังพบร่าง เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ประสาน ร.ต.อ.คมสัน เป้าเปี่ยมทรัพย์ รอง. (สว) สอบสวน สภ.บางคล้า พร้อมแพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลบางคล้า ลงพื้นที่ตรวจชันสูตรศพเบื้องต้น ก่อนจะส่งร่างไปชันสูตรเพิ่มเติมที่นิติเวช เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงก่อนจะมอบร่างให้ญาตินำศพไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป
ด้านนายไพโรจน์ บุญหิรัญ หัวหน้าชุดปฏิบัติการหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า สาเหตุที่เรือของตามนตรี คว่ำนั้น อาจจะเกิดจาก ขณะที่ตามนตรี พายเรือกลับเข้าบ้านแล้วไม้พายอาจจะไปเกี่ยวเข้ากับตาข่ายดักนกริมบ่อกุ้งที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งตามนตรี อาจจะมองไม่เห็นตาข่าย ทำให้ไม้พายติดตาขายดึงเรือตามนตรี คว่ำลงไปในน้ำและร่างของตา มนตรี อาจจะติดตาข่าย จึงไม่สามารถว่ายน้ำช่วยเหลือตนเองได้จึงจมน้ำในที่สุด ซึ่งบริเวณนั้นน้ำยังท่วมอยู่ ไม่มีรถสัญจรและเจ้าของบ่อกุ้งยังไม่ได้เข้ามาตรวจสอบ จึงทำให้ไม่มีใครพบร่างตามนตรี จนเวลาผ่านมา 12 วัน จนเจ้าหน้าที่ออกค้นหาและใช้โดรนบินสำรวจก่อนพบร่างตา มนตรี ในที่สุด