ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
คอลัมนิสต์ประจำอปท.นิวส์ ย้อนกลับ
จีนกลับมาแล้ว
19 ม.ค. 2566

โลกของจีน  โดย ชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ

 จีนกลับมาแล้ว

         คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (NHC)  ได้ออกประกาศยกเลิกมาตรการกักตัวผู้ที่เดินทางจากนอกประเทศเข้าจีน   โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2566 เป็นต้นไปหลังจากได้ใช้มาตรการเข้มข้นมานับตั้งแต่ปี  2563 ตามนโยบายโควิดเป็นศูนย์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19             

          เหตุผลของการผ่อนคลายมาตรการดังกล่าวเนื่องจาก NHC มีมติปรับแนวทาง Zero-COVID เป็นการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับไวรัสแทน  เพราะพบว่าเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนที่ระบาดในปัจจุบันมีความรุนแรงน้อยลง  โอกาสที่ผู้ติดเชื้อจะมีอาการปอดอักเสบนั้นพบเคสน้อยมาก

          อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะเดินทางเข้าจีนยังคงต้องได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19แบบ PCR  แสดงผลก่อนขึ้นเครื่องจากประเทศต้นทางเป็นเวลา 48 ชั่วโมง  โดยไม่ต้องส่งผลไปยังสถานทูตหรือสถานกงสุลจีนเพื่อลงทะเบียนรหัสตามระเบียบเดิม

           ช่วงที่จีนตัดสินใจปิดประเทศใช้นโยบาย Zero-COVID เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดนั้น  นานาชาติรวมทั้งสหรัฐฯเรียกร้องให้จีนเปิดประเทศเพราะส่งผลกระทบหนักต่อระบบเศรษฐกิจโลก  แต่พอจีนลดความเข้มงวดประกาศเปิดประตูรับคนนอกเข้า-จะให้คนในออก  หลายประเทศตกใจพากันยกการ์ดสูงตั้งเงื่อนไขคนจีนเข้าประเทศ   กลับลำมองจีนเป็น “ปัจจัยเสี่ยง”ว่าจะทำให้เกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างอีกครั้ง  

          นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่าหลัง “ตรุษจีน”ปีนี้ซึ่งมีการเดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยวกันมาก  คนจีนจะติดเชื้อไวรัสกันมาก  จะมีผลบั่นทอนระบบเศรษฐกิจจีนที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก  แล้วผลกระทบนั้นจะส่งต่อเป็นลูกระนาดไปยังภูมิภาคและต่อโลก

          ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ(โดยเฉพาะชาติตะวันตก) ประเมินว่าแต่ละวันจีนมีผู้ติดเชื้อหลายล้านคน รวมถึงคาดว่าปี 2023 จีนอาจมีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิดอย่างน้อย 1 ล้านคน

          บริษัทข้อมูลด้านสาธารณสุขอังกฤษรายหนึ่งระบุว่า อาจมีประชาชนเสียชีวิตราว 9,000 คนต่อวันในจีน เนื่องจากโควิด-19         

          สำนักข่าวใหญ่ของอังกฤษ 2 แห่งอ้างแหล่งข่าววงในของ NHC โดยระบุว่าในช่วงเดือนธันวาคม 2023 ที่รัฐบาลปักกิ่งเริ่มผ่อนคลายมาตรการโควิด  มีชาวจีนที่อาจติดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่สูงถึง 250 ล้านคน หรือประมาณ 18% ของประชากรจีน 1,400 ล้านคน ซึ่งถ้าเป็นจริงถือเป็นเรื่องน่ากลัวมาก

          แต่จนถึงบัดนี้ยังไม่ปรากฏบุคคลหรือข้อมูลใดมายืนยันหรือรับรองว่าข่าวดังกล่าวไม่ใช่ “ข่าวโคมลอย”

          อย่างไรก็ตามที่ปรากฏแน่คือการปั่นข่าวการแพร่ระบาดเชื้อโควิดในจีนแผ่นดินใหญ่สามารถปลุกกระแส “รังเกียจจีน”ขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกาและบรรดาชาติพันธมิตรที่เกรงกลัวจีน

          ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2023 เป็นต้นมา  สหรัฐฯบังคับให้ผู้โดยสารทุกคนที่เดินทางจากจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และมาเก๊า จะต้องมีผลตรวจโรคโควิด-19 เป็นลบไม่ต่ำกว่า 48 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง จึงจะได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศเพื่อชะลอการระบาดในประเทศ

          รัฐบาลสหราชอาณาจักรโดยกระทรวงสาธารณสุขออกมาขานรับลูกพี่ใหญ่ทันควันด้วยการออกประกาศว่า  ผู้เดินทางมาจากจีนตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2023 ต้องตรวจหาเชื้อโควิดก่อนออกเดินทาง และตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม หน่วยงานด้านความมั่นคงทางสาธารณสุขจะสุ่มตรวจโควิดผู้เดินทางที่มาจากจีน    

          สหภาพยุโรป(EU)ออกแถลงการณ์ว่า ผู้โดยสารที่เดินทางออกจากประเทศจีนจะต้องแสดงผลการตรวจเชื้อโควิดเป็นลบก่อนเดินทางเข้าไปยัง 27 ประเทศในสหภาพยุโรป  และในระหว่างเที่ยวบินอาจถูกขอให้สวมหน้ากากอนามัย  รวมทั้งอาจถูกสุ่มตรวจเมื่อเดินทางถึงประเทศปลายทาง                      

           แคนาดาและออสเตรเลีย ก็ออกคำสั่งให้มีการตรวจหาเชื้อโควิดก่อนขึ้นเครื่องบิน สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากจีน ฮ่องกงและมาเก๊า

          ญี่ปุ่น แม้จะเป็นประเทศที่มีผลสำรวจพบว่าชาวจีนอยากไปท่องเที่ยวสูงสุดเป็นอันดับ 1 หลังโควิด  แต่รัฐบาลญี่ปุ่นมีประกาศตั้งแต่ 30 ธันวาคม 2022 ว่า   ผู้ที่เดินทางมาจากจีนจะต้องได้รับการตรวจคัดกรองที่สนามบิน  หากพบว่าผลตรวจเป็นบวกและมีอาการป่วยจำเป็นต้องกักตัวเป็นเวลา 7 วัน  หากไม่มีอาการต้องกักตัว 5 วัน  อีกทั้งยังคงเข้มงวดในเรื่องจำนวนเที่ยวบินจากจีนที่แม้จะมีความต้องการเพิ่มขึ้น

          อินเดีย  ชาติที่จำนวนประชากรจะแซงหน้าจีนในปีนี้  เกิดแรงกดดันจากพรรคการเมืองฝ่ายค้านให้รัฐบาลออกมาตรการสำหรับผู้ที่เดินทางจากมาจีน ฮ่องกง  ญี่ปุ่น  เกาหลีใต้  และไทย ต้องแสดงผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ ก่อนการเดินทางเข้าประเทศ และหากพบว่ามีอาการป่วย หรือผลตรวจเป็นบวก ต้องกักตัวตามกำหนด

          ไต้หวัน ดินแดนของจีนที่ถูกตะวันตกแทรกแซง   ประกาศว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยเครื่องบินและเรือจากจีน จะต้องตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1-31 มกราคมหากพบว่าผลตรวจเป็นบวกสามารถแยกกักตัวที่บ้าน

          “โมร็อกโก” ชาติในแอฟริกา ถึงขนาดสั่งห้ามผู้ที่เดินทางจากจีนเข้าประเทศ ไม่ว่าจะมีสัญชาติใดก็ตาม เดินทางเข้าประเทศ เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 มกราคมเป็นต้นไป เพื่อหลีกเลี่ยงการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่

           มาตรการป้องกันโควิดที่พุ่งเป้ามายังจีนดังกล่าวมีผลให้รัฐบาลจีนต้องออกแถลงการณ์ประณามประเทศต่าง ๆพร้อมเตือนว่า “อาจเจอมาตรการตอบโต้

          เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงต่อสื่อมวลชนว่า  การที่บางประเทศวางข้อจำกัดในการเข้าประเทศที่มุ่งเป้ามาที่นักท่องเที่ยวชาวจีนเท่านั้น   นับเป็นการขาดพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นที่ยอมรับ ซึ่งจีนอาจใช้มาตรการตอบโต้ในลักษณะเดียวกัน

          สำหรับประเทศไทยที่เป็นหนึ่งในเป้าหมายต้นๆที่ชาวจีนอยากมาเยือนนั้น  รัฐบาลแสดงจุดยืนชัดเจนว่า “ยินดีต้อนรับอย่างเป็นมิตร” โดยฝ่ายสาธารณสุขของไทยยึดหลักปฏิบัติกับผู้เดินทางจากทุกประเทศอย่างเท่าเทียมกัน

          ฝ่ายสาธารณสุขไทยประเมินว่านักท่องเที่ยวจีนคงไม่ได้หลั่งไหลมาไทยพร้อมๆกันอย่างเมื่อก่อน  มีการคาดการณ์ว่าเดือนมกราคมแม้จะตรงเทศกาลตรุษจีนแต่คงมาเพียง 4 หมื่นคน  เดือนกุมภาพันธ์ประมาณ  5 หมื่นคน และจะค่อยๆเพิ่มขึ้นในไตรมาสสองหรือช่วงครึ่งปีหลัง 

          เคยมีรายงานผลสำรวจชาวจีนว่า  เมื่อเปิดประเทศแล้วชาวจีนมากกว่า 50%  จะรอดูสถานการณ์ไปก่อนหลายเดือนหรือเป็นปีแล้วค่อยตัดสินใจเดินทางต่างประเทศอีกครั้ง

          ผลวิจัยอีกชิ้นระบุว่า  การเดินทางออกต่างประเทศของชาวจีนจะยังไม่กลับสู่ระดับปกติจนกว่าจะถึงปี 2024

          ฉะนั้น อย่าเพิ่งฝันหวาน

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16 - 31 มกราคม 2565
อปท.เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
16 ม.ค. 2566
ปรากฎการณ์ทางการเมืองท้องถิ่นในช่วงที่ผ่านมาไม่นานนี้ ต้องยอมรับว่า คือการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ที่คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาถึง 1,386,215 คะแนน สูงที่สุดนับตั้งแต่มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างไรก...
หนังสือในเครือ
ทำเนียบ อบจ. 76 จังหวัด