คอลัมน์ : รอบรั้วสถาบันพระปกเกล้า โดย : ศูนย์สื่อสารองค์กร
ปฐมาวดี วิเชียรนิตย์ นักวิชาการพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
สถาบันพระปกเกล้า
ในสมัยโบราณการนับวันขึ้นปีใหม่มีการยึดตามคติทางศาสนาโดยได้ถือเอาวันแรม 1 ค่ำ เดือนอ้ายเป็นวันขึ้นปีใหม่โดยให้เหมันตฤดูเป็นการเริ่มต้นปี กระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงในปี พ.ศ. 2432 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงเปลี่ยนมาเป็นวันที่ 1 เมษายนของทุกปีให้เป็นวันขึ้นปีใหม่

ในระยะต่อมาได้มีการเปลี่ยนการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ไทยจาก 1 เมษายน เป็น 1 มกราคม ที่เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยในปี พ.ศ. 2483 รัฐบาลได้เสนอ “ร่างพระราชบัญญัติปีประดิทิน พ.ศ. 2483” และที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบในวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2483 โดยประกาศให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2484 และปรากฎคำอธิบายของการเปลี่ยนวันปีใหม่ในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2484 ว่าการนิยมใช้วันที่ 1 มกราคมนี้มิได้เกี่ยวข้องกับลัทธิศาสนา จารีตประเพณี หรือการเมืองของชาติใดประเทศใด แต่เป็นการคำนวณโดยวิทยาการทางดาราศาสตร์ และนิยมใช้กันมาเป็นเวลากว่าสองพันปี เมื่อประเทศไทยได้นิยมถือสุริยคติตามอย่างนานาประเทศแล้วก็ควรที่จะใช้วันขึ้นปีใหม่อย่างนานาอารยประเทศ และยิ่งไปกว่านั้น การเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ทำให้มีความสอดคล้องกับนานาอารยประเทศที่ใช้ปฏิทินสากล (สุริยคติ) และเพื่อความสะดวกในการติดต่อค้าขายและการทูตกับต่างประเทศ ดังปรากฎใน ราชกิจจานุเบกษาวันที่ 1 มกราคม 2484 ความตอนหนึ่งว่า

“จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ คณะสงฆ์และอาณาประชาราษฎร์ทั้งมวล นิยมถือวันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ ให้ถือเป็นจารีตประเพณีของชาติตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และขอให้ปีวันเริ่มขึ้นในวันที่ 1 มกราคม พุทธศักราช 2484 นี้ จงเป็นเวลารุ่งอรุณแห่งชีวิต ให้ชาติไทยได้รับความเจริญและก้าวหน้าขึ้นสู่ความรุ่งโรจน์ใหญ่หลวง ให้อาณาประชาราษฎร์ทั้งปวงได้รับความร่มเย็นเป็นสุขทั่วกันเทอญ”
ผลจากการเปลี่ยนแปลงนี้มีผลให้ปี พ.ศ. 2483 มีเพียง 9 เดือน (เมษายน - ธันวาคม) และปี พ.ศ. 2484 เป็นต้นไป วันขึ้นปีใหม่จึงตรงกับวันที่ 1 มกราคม