ศ.สุชาติ! แก้เงินบาทที่แข็งเกินไป ด้วยการเพิ่มปริมาณเงินในปท. และเร่งเพิ่มการเจรจาเขตการค้าเสรี, การส่งออกและท่องเทียว, และการลงทุนจากตปท.จะเพิ่มขึ้น ระบบศก.จึงจะฟื้นขึ้นมาได้
1.ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ความเห็นว่าเมื่อ 2-3 วันมานี้ ได้พบพูดคุยกับกรรมการหอการค้าไทยหลายท่าน ในเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งเกินไป จะหาทางปรับค่าเงินบาทลงมาให้เหมาะสมได้อย่างไร เพื่อให้การส่งออกและท่องเที่ยวมีรายได้มากขึ้น, ให้การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เข้ามามากขึ้น, ตอนนี้ยังเข้ามาน้อย เพราะพวกเขาเอาดอลลาร์ มาแลกเงินบาทได้น้อยลงไปเรื่อยๆ แต่ไปแลกเงินอินเดียเงินเวียดนามได้มากขึ้นเรื่อยๆ ค่าแรงงานค่าไฟจึงดูแล้วถูกลงเรื่อยๆ ในสายตานักลงทุนต่างประเทศ
2.กระผมเสนอสูตรค่าเงินบาทระยะยาวว่า e = P/Pf คือ ค่าเงินบาท e, เท่ากับระดับราคาสินค้าเรา P, หารด้วยราคาสินค้าของประเทศคู่ค้า Pf ดังนั้น หากเงินเฟ้อเรา P, ต่ำกว่าเงินเฟ้อคู่ค้า Pf, เงินบาทก็ต้องแข็งค่า, และเงินบาทได้แข็งค่ามากเทียบเกือบทุกประเทศในโลกมากว่า 10 ปีแล้ว ไม่ใช่เพิ่งแข็งในปีนี้ เช่น แข็งกว่าเงินด่องเวียดนาม1.6 เท่า แข็งกว่ารูปีอินเดีย 2.7 เท่า เทียบ10 ปีที่ผ่านมา
3.ที่มีหลายคนพูดว่าเงินบาทแข็ง เพราะเงินดอลล่าร์อ่อนบ้าง, เราเกินดุลการค้าและบริการบ้าง, เงินเทาไหลเข้าบ้าง เป็นเรื่องเฉพาะระยะสั้น เป็นการพูดแบบกำปั้นทุบดิน ไม่ใช่ปรัชญา, พฤติกรรม, หรือทฤษฎีอะไร
4.การที่จะทำให้เงินบาทอ่อนลง ก็ต้องให้แบงค์ชาติเพิ่มปริมาณเงินบาทในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้ดอกเบี้ยที่แท้จริงลดลง, เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันติดลบมาตลอด 9 เดือนแล้ว, เงินบาทก็จะอ่อนค่าลง "การเพิ่มปริมาณเงินบาทในระบบเศรษฐกิจไทย จึงเป็นแก้ปัญหาที่เหตุ" เป็นการเติมน้ำในบ่อปลาที่มีน้ำน้อยเกินไป เมื่อน้ำเพิ่มขึ้นจนเหมาะสม ปลาก็จะโตขึ้นมาเอง
5.วิธีการอื่นๆ ที่สามารถฟื้นเศรษฐกิจได้ในระยะยาว คือ การลดคอรัปชั่น, ทำให้ระบบราชการดีขึ้น ลด Redtape ลง, ทำให้บ้านเมืองสงบไม่มีสงคราม, ทำให้กฎหมายเป็นธรรมอย่างเป็นที่ประจักษ์, การสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศ และการเร่งเจรจาเพิ่มเขตการค้าเสรี โดยในระยะสั้น เราต้องปรับค่าเงินบาทให้อ่อนลงให้เหมาะสม เพราะระบบเศรษฐกิจไทยที่ไม่เติบโตมากว่า 10 ปีนั้น เป็นเพราะเราตั้งราคาของประเทศ คือค่าเงินบาทแพงเกินไป
6.การลงทุนและการส่งออกเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ดร.สุชาติ กล่าว