
นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ประเทศไทยมีลักษณะสภาพอากาศแห้ง และจะเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนมีนาคม ต่อเนื่องจนถึงเดือนพฤษภาคม ส่งผลให้มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดเหตุไฟไหม้บ่อขยะมูลฝอย โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการจัดการขยะไม่ถูกต้อง มีปริมาณขยะสะสมจำนวนมาก หรืออยู่ใกล้พื้นที่เกษตรกรรมที่มีการเผาในที่โล่ง
จากข้อมูลสถิติการเกิดเหตุไฟไหม้บ่อขยะมูลฝอยในช่วงเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 พบว่า เกิดเหตุไฟไหม้บ่อขยะมูลฝอยทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 150 ครั้ง โดยเกิดขึ้นมากที่สุดในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 45 ครั้ง รองลงมาได้แก่ภาคกลาง จำนวน 26 ครั้ง ภาคตะวันออก จำนวน 24 ครั้ง ภาคใต้ จำนวน 6 ครั้ง และภาคตะวันตก จำนวน 4 ครั้ง โดยจังหวัดที่เกิดเหตุไฟไหม้บ่อขยะมูลฝอยสูงสุด ได้แก่ ลำพูน อุบลราชธานี เชียงใหม่ เชียงราย ชัยภูมิ และขอนแก่น
นายสุรินทร์ กล่าวว่า เหตุไฟไหม้บ่อขยะมูลฝอยก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนอย่างรุนแรง เนื่องจากการเผาไหม้ขยะอย่างไม่สมบูรณ์ทำให้เกิด ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM10 และ PM2.5 รวมถึงก๊าซพิษหลายชนิด เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ ไนโตรเจนไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ไฮโดรเจนคลอไรด์ ฟอร์มาลดีไฮด์ ตลอดจนสารไดออกซินและฟูแรน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง นอกจากนี้ น้ำเสียจากการดับเพลิงอาจไหลลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ส่งผลให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม กระทบต่อสัตว์น้ำและระบบนิเวศในพื้นที่ใกล้เคียง
เพื่อเตรียมความพร้อมและลดความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุไฟไหม้บ่อขยะมูลฝอยในช่วงเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2569 ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าของหรือผู้ดูแลบ่อขยะมูลฝอย ดำเนินมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ดังนี้
1. กลบทับขยะด้วยดินหรือวัสดุคลุมที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ
2. ห้ามสูบบุหรี่ ก่อกองไฟ หรือเผาขยะภายในพื้นที่บ่อขยะมูลฝอยโดยเด็ดขาด
3. ควบคุมไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามาคุ้ยเขี่ยหรือเผาขยะเพื่อเอาวัสดุมีค่า
4. จัดให้มีการตรวจตราและเฝ้าระวังพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อนจัด
5. เตรียมความพร้อมของหน่วยงานด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงหน่วยงานสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ รวมทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์ เครื่องมือ และแหล่งน้ำสำหรับการระงับเหตุไฟไหม้
หากประชาชนหรือเจ้าหน้าที่พบสัญญาณผิดปกติ เช่น กลิ่นไหม้ ไอน้ำร้อนลอยขึ้นจากชั้นขยะ ควันไฟผิดปกติ หรือพบเหตุไฟไหม้ในบริเวณบ่อขยะมูลฝอย ขอให้รีบแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โดยทันที เพื่อให้สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนได้อย่างทันท่วงที การป้องกันไฟไหม้บ่อขยะไม่ใช่เพียงภารกิจของหน่วยงานรัฐเท่านั้น แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความปลอดภัยด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน นายสุรินทร์ กล่าว