ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
พลังงาน / สิ่งแวดล้อม ย้อนกลับ
กรมอุทยานฯ แถลงข้อเท็จจริงฯกรณีการเสียชีวิตของช้างป่า "สีดอหูพับ" ระหว่างการเคลื่อนย้าย​
09 มี.ค. 2569

​ตามที่ปรากฏเหตุการณ์การเสียชีวิตของช้างป่า "สีดอหูพับ" เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ในระหว่างการดำเนินการจับและเคลื่อนย้ายจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น เพื่อนำไปปรับพฤติกรรมในโครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย​ นั้น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามคำสั่งลับ ที่ 24/2569 ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 และแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแก้ไขปัญหาช้างป่าของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยตั้งแต่งบุคคลภายนอกที่เป็นสัตวแพทย์จากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัย อันเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ โดยเป็นผู้มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์จริงด้านสุขภาพและวางยาสลบช้างและสัตว์ป่า เพื่อร่วมตรวจสอบรายละเอียดพยานหลักฐานและขั้นตอนการปฏิบัติงานให้เกิดความกระจ่างแก่สังคม บัดนี้ คณะกรรมการฯ ได้ดำเนินการรวบรวมพยานเอกสารรวม 117 ชุด และบันทึกถ้อยคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวน 20 ราย เรียบร้อยแล้ว จึงขอแถลงสรุปผลการตรวจสอบใน 3 ประเด็นสำคัญ ดังนี้

​​ประเด็นที่​ 1.เหตุผลและความจำเป็นในการปฏิบัติงานตามคำสั่งศาลปกครอง

​จากการตรวจสอบพบว่า ศาลปกครองขอนแก่นได้มีคำสั่งกำหนดมาตรการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราว (คดีหมายเลขดำที่ 186/2568) ให้กรมอุทยานฯ ดำเนินการจับและเคลื่อนย้ายช้างป่าจำนวน 4 ตัว รวมถึง "สีดอหูพับ" ออกจากพื้นที่เกษตรกรรมของประชาชนภายใน 30 วัน เนื่องจากช้างกลุ่มดังกล่าวได้สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตของประชาชนในพื้นที่

​ประเด็นดังกล่าวคณะกรรมการฯ พบว่า กรมอุทยานฯ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างครบถ้วน โดยมีการยื่นขอขยายระยะเวลาต่อศาลปกครองขอนแก่นและขอให้พนักงานอัยการแก้ต่างคดียื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลเพื่อขอระงับการบังคับตามคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษา จนกว่าจะมีการประเมินแนวทางที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ตามมาตรา 75/4 แห่ง พรบ.จัดตั้งศาลปกครองฯ คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวมีผลบังคับทันที การยื่นอุทธรณ์ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับการ หากเจ้าหน้าที่ไม่เร่งดำเนินการอาจถือเป็นการละเลยต่อหน้าที่และมีความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลโดยไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งมีโทษปรับและโทษทางวินัย

​ประเด็นที่ 2: ความถูกต้องของกระบวนการและระเบียบกฎหมาย

​คณะกรรมการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า การปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ตาม พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 72 และระเบียบกรมอุทยานฯ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาแก่ประชาชนและสัตว์ป่า มิใช่การแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ มีการจัดทำโครงการรองรับ มีการอนุมัติงบประมาณ และประสานงานร่วมกับหน่วยงานปกครองและทีมผู้เชี่ยวชาญอย่างเป็นระบบ

ประเด็นที่ 3: ข้อเท็จจริงด้านเทคนิควิชาการ การใช้ยา และสาเหตุการเสียชีวิต​จากการตรวจสอบรายละเอียดขั้นตอนการวางยาซึมและการเคลื่อนย้าย สรุปข้อเท็จจริงได้ว่า​ การประเมินรูปลักษณ์และน้ำหนัก​นั้น​ ทีมสัตวแพทย์และผู้เชี่ยวชาญได้ประเมินน้ำหนักช้างจากระยะไกลไว้ที่ 2.3 - 2.5 ตัน (ผลชันสูตรจริงคือ 2.8 ตัน) และประเมินอายุไว้ที่ 15 - 20 ปี ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะทางกายภาพที่ปรากฏ นอกจากกระที่ใบหูและรอยตีนแล้ว​ ยังพบว่าช้างป่ามีอาการตกมัน เมื่อเดือนกันยายน 68 ที่ผ่านมา​ (ซึ่งอาการตกมันจะพบในช้างเพศผู้อายุตั้งแต่​ 15 ปีขึ้นไป)​ และสอดคล้องกับผลงานวิจัยวิชาการที่ใช้อ้างอิง

การใช้ยาซึมในช่วงเวลาปฏิบัติงานรวม 4 ชั่วโมง 36 นาที มีการให้ยาซึม (Xylazine) รวม 5 ครั้ง ปริมาณรวม 27 มิลลิลิตร (2,700 มิลลิกรัม) เพื่อรักษาระดับการซึมตามการตอบสนองของสัตว์ ซึ่งทีมสัตวแพทย์ยืนยันว่าเป็นไปตามหลักวิชาการและไม่เกินกว่าขนาดยาปกติสำหรับการจัดการช้างป่าโดยมีข้อจำกัดการปฏิบัติงาน​ในช้างป่าธรรมชาติที่ไม่สามารถควบคุมการงดน้ำและอาหารได้เหมือนสัตว์เลี้ยง ประกอบกับพื้นที่เกิดเหตุเป็นไร่อ้อยและมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ​ สำหรับสาเหตุการเสียชีวิต​ จากผลการชันสูตรโดยละเอียดสรุปว่า เกิดจากระบบทางเดินหายใจล้มเหลว​

คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้รวบรวมพยานหลักฐานคำให้การ​และผลชันสูตรจากห้องปฏิบัติการให้คณะผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแก้ไขปัญหาช้างป่าฯ​ พิจารณาให้ความคิดเห็นตามหลักวิชาการ​ จากการพิจารณาข้อเท็จจริงโดยสรุป คณะกรรมการฯ​ เห็นว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามขั้นตอน มีแผนกำหนดอย่างชัดเจน ทั้งในการเตรียมการก่อนปฏิบัติการ การประเมินข้อมูลช้างป่าก่อนยิงยา การซักซ้อมแผนปฏิบัติการและแผนฉุกเฉิน โดยพบว่าในขณะภาวะวิกฤติ ช้างสีดอหูพับเกิดการสำลักอาหารนั้น เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามหลักการและวิธีการอันพึงกระทำตามหลักวิชาชีพสัตวแพทย์ในการช่วยเหลือ แก้ไข และรักษาอาการสำลักอาหารของช้างป่าแล้ว มิได้ปรากฏว่ามีการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด​ ทั้งนี้คณะกรรมการฯ​ จะนำข้อมูลดังกล่าว​ ให้กรมอุทยานฯ นำไปศึกษาเชิงลึกอย่างละเอียดเพื่อพัฒนาระบบการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าขนาดใหญ่ให้มีความปลอดภัยสูงสุด และจะรายงานข้อเท็จจริงนี้ต่อศาลปกครองและสื่อสารต่อสาธารณชนต่อไป

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1 - 15 มีนาาคม 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
03 ก.พ. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 469 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ จะว่าไปแล้ว เราน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในหลายด้านอยู่มิใช่น้อย โดยเฉพาะกับตัวของนักการเมืองที่ขันอาสาเข้ามารับใช้ประชาชน เพราะหากลองส่อ...