กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ยกระดับห้องปฏิบัติการทดสอบสู่มาตรฐานระดับสากล มอก. 17025 - 2561 (ISO/IEC 17025 : 2017) มุ่งสู่เป้าหมาย “Green Laboratory” พร้อมเร่งพัฒนาการสกัดของเสียเหลือทิ้งในห้องปฏิบัติการ สนองนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เปิดเผยว่า กพร. ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการให้บริการวิเคราะห์ทดสอบคุณภาพแร่ โลหะ สารประกอบโลหะ ธรณีวัตถุ และตัวอย่างสิ่งแวดล้อม มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพของห้องปฏิบัติการทดสอบให้เข้าสู่ระดับมาตรฐานสากล โดยเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 กพร. ได้รับใบรับรองระบบงานจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพื่อรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบ ตามมาตรฐาน มอก. 17025 - 2561 (ISO/IEC 17025 : 2017) สาขาโยธา ขอบข่ายการทดสอบหาปริมาณทองคำ (Au) และเงิน (Ag) ในโลหะทองคำผสม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงระบบบริหารงานที่มีคุณภาพและวิธีการทดสอบของห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล สร้างความมั่นใจว่าผลการทดสอบมีความถูกต้อง แม่นยำ และน่าเชื่อถือ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นในการจัดเก็บค่าภาคหลวงแร่เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ภาครัฐ โดย กพร. มีแผนที่จะขยายผลการขอรับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการในขอบข่ายอื่น เช่น การตรวจสอบและวิเคราะห์ตัวอย่างสิ่งแวดล้อมด้วย ทั้งนี้ ห้องปฏิบัติการทดสอบของ กพร. ที่อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ มีการทดสอบกว่า 3,500 รายการต่อปี

นายกิตติพันธุ์ บางยี่ขัน ผู้อำนวยการกองนวัตกรรมวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง กล่าวเสริมว่า สืบเนื่องจากนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน จึงมุ่งเน้นส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดปริมาณของเสียในภาคอุตสาหกรรม และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม โดยสนับสนุนการศึกษาวิจัยเพื่อจัดการของเสียเหลือทิ้งในกระบวนการทดสอบของห้องปฏิบัติการ ซึ่งยึดโยงหลักการ “Circular Economy” และ “Green Chemistry” เข้าด้วยกัน เพื่อเป้าหมายเข้าสู่การเป็นห้องปฏิบัติการสีเขียว “Green Laboratory” โดยการจัดการของเสียในห้องปฏิบัติการด้วยกระบวนทางเคมีที่ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมประกอบด้วย การสกัดโลหะเงินบริสุทธิ์จากของเสียด้วยกระบวนการเคมีสีเขียว (Green Chemistry For Silver Recovery form Waste) และ “Eco Friendly Silver Nano (AgNPs)” เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการฆ่าเชื้อ ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งของการยกระดับห้องปฏิบัติการทดสอบในการปฏิบัติการเชิงนวัตกรรม รวมทั้งเป็นการส่งเสริมความสามารถและศักยภาพนักวิทยาศาสตร์ของ กพร. ให้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และมีความมุ่งมั่นในการวิจัย เพื่อสนองตอบแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป