Facebook ฟาร์มอ้นสังขละบุรี หลังจากโพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับเส้นทางรถไฟสายมรณะสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อ 84 ปีที่แล้ว มีผู้เข้ามากดไลค์หลักล้าน ต่างชื่นชอบแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่เชิงประวัติศาสตร์ ของอำเภอสังขละบุรี หลังจากเขื่อนวชิราลงกรณ สร้างเสร็จครั้งแรกในรอบ 42 ปี ไม่ใช่จะเกิดขึ้นง่าย
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ นายกิตติ นามสมมุติอายุ 47 ปี เจ้าของชื่อ Facebook ฟาร์มอ้นสังขละบุรี เปิดเผยว่า ตนเองกับกลุ่มเพื่อนชอบท่องเที่ยวในพื้นที่แล้วนำมาลงเพจของตนเองเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี เป็นประจำหลังจากทราบข่าวว่าเขื่อนวชิราลงกรณ มีการปล่อยน้ำเพื่อปรับปรับปรุงซ่อมแซม ทำให้เกิดแนวคิดกับกลุ่มเพื่อนว่าชวนกันไปท่องเที่ยวสำรวจประวัติศาสตร์ทางรถไฟสายมรณะสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงนี้ถึงเดือนมิถุนายน 2569 น้ำในแม่น้ำรันตี แห้งลงมาก
ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 42 ปี หลังจากมีการสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ์เสร็จสิ้นในปี 2527 จึงถือโอกาสอันดีลงพื้นที่ตั้งแต่สะพานรันตี ถึงบริเวณสามแยกอำเภอสังขละบุรี ระยะทาง 8 กิโลเมตร พบร่องรอยทางรถไฟสายมรณะสภาพปัจจุบันเป็นถนนลูกรัง ความกว้างประมาณ 4 เมตร พบบ่อน้ำสร้างด้วยคอนกรีตจากคำบอกเล่าของชาวบ้านว่าเป็นบ่อเก็บน้ำไว้ สำหรับเติมหัวจักรรถไฟ ในสมัยนั้น ความกว้าง 10 × 10 เมตรของบ่อโผล่ขึ้นกลางแม่น้ำรันตี กลางธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์อย่างสวยงาม
กล่าวช่วงท้ายเพิ่มเติมว่า สงกรานต์ปีนี้ขอเชิญชวนมาท่องเที่ยว แนวศึกษาประวัติศาสตร์ ทางรถไฟสายมรณะสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่อำเภอสังขละบุรี เพื่อเก็บรายละเอียดประวัติศาสตร์ เอาไว้สอนลูกสอนหลานให้ถูกต้องครั้งต่อไป
ประวัติ...เส้นทางรถไฟสายมรณะจุดนี้ ได้สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรัฐบาลญี่ปุ่น ขอยืมเงินจากรัฐบาลไทย จำนวน 4 ล้านบาท การก่อสร้างใช้เวลาในการสร้างเสร็จเพียง 1 ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2485 ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2486 เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า หลังสงครามทางรถไฟบางส่วนถูกรื้อทิ้ง บางส่วนจมอยู่ใต้อ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ทางรถไฟสายนี้ถือเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงเหตุการณ์สงครามในครั้งนั้น เนื่องจากน้ำพักน้ำแรงของการบุกเบิกก่อสร้าง เป็นของทหารเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มา แผนที่เส้นทาง DEATH RAILWAY เหตุที่ทางรถไฟสายนี้ได้ชื่อว่าทางรถไฟสายมรณะ ก็เพราะว่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายพันธมิตรได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดา Gelf vow Slowe นิวซีแลนด์ ประมาณ 61,700 คน กรรมกรชาวชาวจีน ญวน ชวา มลายู พม่า อินเดีย อีกจำนวนมาก ที่ถูกเกณฑ์มาเป็นทาสไม่ต่ำกว่า 2 แสนนาย หรือเทียบเท่ากับไม้หมอนรองรางรถไฟ เพื่อมาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์แห่งนี้ เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า เพื่อลำเลียงอาวุธ ยุทโธปกรณ์ รวมทั้งกำลังพล เพื่อจะไปโจมตีพม่า และอินเดียต่อไป
ซึ่งขณะนั้นเป็นดินแดนอาณานิคมของอังกฤษ เส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่ การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงคราม และโรคภัยตลอดจนการขาดแคลนอาหาร ทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง ทางรถไฟสายนี้สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2486 เปิดใช้ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ปีเดียวกัน
หลังสิ้นสุดสงครามรัฐบาลไทยได้จ่ายเงินจำนวน 50 ล้านบาท เพื่อซื้อทางรถไฟสายนี้ จากอังกฤษ และทำการซ่อมบำรุงบางส่วนของเส้นทางดังกล่าว เพื่อเปิดการเดินรถตั้งแต่สถานีหนองปลาดุกจนถึงสถานีน้ำตก โดยอยู่ในความดูแลของการรถไฟแห่งประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน....เส้นทางรถไฟสายนี้เป็นอนุสรณ์ของโลกที่จารึกความโหดร้ายทารุณของสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นอนุสรณ์แก่ผู้เสียชีวิตในสงครามด้วย
//////////////////////////////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์