“ชีวิตเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย”
“ช็อกซีเนม่า คาคุก” หรือ “เฉิน ซีโฟร์ การละคร”? กันแน่ ?
การไม่ยอมแตะต้องข้าวปลาอาหาร... ย่อมเล็งหวังผลได้ ยังไงไม่กี่วัน อาการวูบต้องมาตบกะโหลกหัวทิ่ม!
แล้วมันก็จริงดั่งคาด!
ตอนราวๆทุ่มครึ่ง 11 พฤษภาคม 2569
เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ เรือนจำพิเศษพัทยา หาม “ หมิงเฉิน ซัน” ผู้ถูกชาวเน็ตขนานนามใหม่ เรียกว่า “เฉิน ซีโฟร์” นำส่งไปยังห้องฉุกเฉิน “โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ” อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี อย่างเร่งด่วน
หลังตำรวจคุมตัวไปฝากขังเข้าเรือนจำฯ ขณะกำลังเข้าสู่ระบบ คัดกรองผู้ต้องขังแรกรับ กลับเกิดอาการช็อก ชักตาตั้ง เนื้อตัวกระตุกเกร็ง!
นับแต่ถูกจับกุม เขาไม่ยอมแตะอาหารใดๆเลย ซดแต่น้ำเปล่าประทังความหิว พอร่างกายอ่อนระโหยโรยแรง สำทับความเครียดสะสมเข้าไป ไม่แคล้วร่วงราวอินทรีปีกหัก
หลังจากทีมแพทย์-พยาบาล เร่งเยียวยาปฐมพยาบาล ตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด ทั้งเจาะเลือด,เอกซเรย์ปอด, ทำCT Scan สมอง เพื่อค้นหาความผิดปกติ
แพทย์วินิจฉัยในเบื้องต้น คาดว่าก่อนถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ น่าจะกินยาประจำตัวเกินขนาด จึงได้ล้างท้องและพบของเหลวสีฟ้าตกค้างอยู่ พร้อมกับฉีดยาต้านพิษ ทำให้เริ่มขยับตัวและมีปฏิกิริยาตอบสนอง
ก่อนนำเข้าห้องสังเกตอาการใน ICU อาการล่าสุด รู้สึกตัวดี แต่ยังไม่ถอดสายออกซิเจนช่วยหายใจออก ส่วนผลตรวจปัสสาวะทางห้องปฏิบัติการ ไม่พบสารเสพติดทุกประเภท
แต่เพื่อความชัวร์ โรงพยาบาลได้ส่งตัวอย่างเลือด ไปตรวจวิเคราะห์โดยละเอียดเพิ่มเติม เพื่อค้นหากลุ่มสารแอลกอฮอล์ กลุ่มยาเบนโซไดอะซีปีน (Benzodiazepine) และสารเคมีจำพวกยาฆ่าแมลง คาดรู้ผลวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคมนี้ หรืออย่างช้า ภายในสัปดาห์หน้า
ขณะเดียวกัน ตำรวจชุดปฎิบัติการพิเศษ 491 กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ,ตำรวจภูธรบางละมุง และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เรือนจำพิเศษพัทยา พร้อมอาวุธครบมือ เฝ้าระวังคุมกันพื้นที่ และตรวจตราการเข้าออกภายในห้อง ICU อย่างเข้มงวด ตลอด 24 ชั่วโมง
ผู้ต้องหา “ไข่ในหิน”คดีสำคัญ เจ้าหน้าที่ฯ ไม่ปล่อยให้“การ์ดตก” หากประมาทเกิน-ประเมินต่ำ ผิดพลาดพลั้งเผลอเมื่อใด เรื่องเข็มขัดสั้นคาดไม่ถึง มันก็อาจอุบัติขึ้นได้หมด!
ฉากทัศน์วูบคาคุก จะเป็น“เฉิน ซีโฟร์ การละคร” ตั้งใจให้มันเกิด หรือไม่ก็ตาม แต่เจ้าหน้าที่ฯ ต้องรัดกุม คุมเข้มสุดขั้ว ชัวร์สุดติ่ง สถานการณ์วางใจไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว!
ด้วยมันสมอง ระดับคีย์แมน “จารชน 2 หน้า”อย่าง “ หมิงเฉิน ซัน” ดูเปลือกนอกติ๋มๆราวแมวซึม พูดเพ้อพร่ำคร่ำครวญหาว่า อยากไปเซย์ฮัลโหล กับ “ยมบาล”ในนรกภูมิ!
แต่...แต่...แต่... ล้อมวงกันเข้ามา มีเรื่องชวน “ขนแขน สแตนอัพ”มาเหลา-เล่าสู่ ให้ฟัง!
โปรไฟล์ “เฉิน ซีโฟร์” ชั่วโมงบินสุดโลดแล่น ไม่ธรรมดานะ จะบอกให้!
ความลับใน“กล่องดำ”ถูกแคะแกะออกจากโทรศัพท์มือถือของหนุ่มมังกรลายเทา เจอข้อมูลลับ กับความจริงบางส่วนอันน่าตกใจ สร้างความประหวั่นพรั่นพรึง ถึงกับขนหัวลุกได้ไม่น้อย !
หลักฐานบางอย่าง สวนทางกับ “โรคซึมเศร้า” แถมยังย้อนแย้งทแยงมุม ปมที่ว่าเขาชอบสะสมอาวุธปืน เป็นชีวิตจิตใจ ผ่อนคลายเป็นงานอดิเรกยามว่าง...ว่าซ่านนน!
หูยยยยย! “เฉิน ซี้ซั้ว” ขี้หก ทั้งเพ!!
อยากบอกให้เธอรู้ “หน่วยข่าว(ลับ)”อ่ะ เขาไม่เชื่อกากน้ำลาย “มังกรเทาเจ้าเล่ห์”อย่างเจ้า แต่แรกแล้ว! มันหน่อมแน้ม ... Impossible!ค่ะ
ล้วงลึก “เฉิน ไม่ธรรมดา” เขาเป็นหนึ่งใน “ลิ่วล้อ”เครือข่ายองค์กรอาชญากรรมนอกกฎหมาย “แก๊ง 14 K” มาเฟียจีนแก๊งใหญ่ที่แผ่อิทธิพลสยายปีกธุรกิจมืด อย่างกว้างขวางไปทั่วโลก
ภายหลังจากที่ถูกทางการจีนหวดด้วยไม้แข็ง ปราบปรามอย่างหนักในปี 2556 ทำให้กลุ่มก้อน 14 K แตกกระสานซ่านเซ็น เผ่นหนีตายจากฮ่องกง-มาเก๊า ออกไปสร้าง “อาณาจักรสีเทา”ในประเทศแถบอาเซียน
หมุดหมาย เขมร-พม่า คือเป้าหมายปักธงลงเสาเอก สร้างอาณาจักรบาป!
เหล่าบรรดาขุนพล “หัวแถว 14 K ”แฝงตัวมาในคราบนักลงทุน เจ้าของ “คาสิโน” แต่ฉากหลังสุดโสมม “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ขบวนการค้ามนุษย์ และยาเสพติด
“หมิงเฉิน ซัน” ยืนแถวหน้า อยู่ในระดับ “บอส” เป็นเฟืองจักรนรกตัวใหญ่ที่สำคัญ ของเครือข่ายสแกมเมอร์ และ “คอลเซ็นเตอร์”ข้ามชาติ
ควบคุม สั่งการ รับงาน ดูแลการเงิน จัดจบธุรกิจมืด ในพื้นที่บ้านใกล้เรือนเคียง ติดกับผืนแผ่นดินไทย
เฉิน ซีโฟร์ หาได้ “ซึมเศร้า”ตามคำกล่าวอ้าง เขาจัดอยู่ในระดับ “มันสมอง” ในกลุ่มชั้นเป็นมือเป็นตีนระดับที่สาม ทำงานในเงามืด เรียกกัน “ฝ่ายปฎิบัติการ และควบคุม”อาณาจักรสแกมเมอร์ รวมทั้งค่ายกักขัง ที่ได้รับมอบหมายมาจากนายใหญ่ “บิ๊กบอส” อีกทอดหนึ่ง
อีกทั้งยังถูกวางตัวอยู่หัวแถว เป็นเบอร์ต้นของกลุ่มระดับที่สี่ รับหน้าที่ “หน่วยคุ้มกัน และรักษาความปลอดภัย” เป็นหน่วยปฎิบัติการติดอาวุธ มีหน้าที่จัดหาอาวุธยุทธโธปกรณ์ เครื่องยุทธภัณฑ์ แม้กระทั่งวัตถุระเบิดที่มีอำนาจการทำลายล้างสูง อย่าง “ซีโฟร์”ก็อยู่ในหน้าเสื่อที่เขาเป็นผู้ดูแล
โปรดักส์ อุ้ม,กักขัง,ทรมาน ยัน “ส่งไปเกิดใหม่" ก็ฝังอยู่ในโหมดไลน์นี้เช่นกัน!
“บริษัทจัดสรรความตาย” อุ้มหายฝ่ายตรงข้าม ใครที่เป็นปฎิปักษ์ ทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลอง ขัดผลประโยชน์ เฉินเป็นผู้รับใบสั่งพาทัวร์ยมโลก
รับตั๋วตายแล้วมาจ่ายงานตรงไปยังลูกน้อง “นิ้วสายเหนี่ยว” พร้อมอาวุธที่จัดหามาให้แบบครบครัน
“งานสายดาร์ค” แบบต้องใช้กลไกไส้แกนกลางสมอง คิดออกแบบ สั่งการ วางแผนสลับซับซ้อน ซ่อนปมหลายชั้น ทำเป็นขั้นเป็นตอน คนที่มีอาการทางจิต “ป่วยซึมเศร้า” คงยากจะเข้าถึง ระดับเบอร์หนึ่งหัวแถว สั่งการได้ !
ข้อมูลเชิงลึก ยังพบความสัมพันธ์กับ “บิ๊กทหารกัมพูชา” และผู้กลุ่มผู้มีอิทธิพลในระดับท้องถิ่น เขาฉลาดพอ ที่ยอมเขี่ยเศษเนื้อข้างเขียงเลี้ยงให้เชื่อง เพื่อใช้เป็น “เกราะคุ้มกันภัย -ไม้กันหมา” ให้วงจรธุรกิจมืด ไหลลื่นไร้รอยต่อ ไม่มีสะดุด!
พลิกดูข้อมูลเส้นทางการเงิน ที่ทาง “ตำรวจไซเบอร์” กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตรวจสอบบัญชีและการทำธุรกรรมของหมิงเฉินฯ
เจอเส้นเงินหมุนเวียนหลายสิบล้านบาท โดยมีความเชื่อมโยงกับบัญชีธนาคาร และบัญชี “คริปโทเคอร์เรนซี” ที่โยงใยกับขบวนการหลอกลวงของแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา
ภาพโปรไฟล์ “เฉิน ซีโฟร์” โฟกัสชัดขึ้น สะท้อนย้อนแย้ง สวนทางกับ ภาพจำแลง “มังกรซึมหงอย” ราวฟ้ากับเหว!อย่างสิ้นเชิง!
“คิดสะระตะ”ไล่เรียงตามเนื้อผ้า ฉากทัศน์ “เฉิน ซีโฟร์ ”เปิดม่านการละคร ดูสมจริง แค่ฉากอีตอนรถคว่ำ!?!?
อั๋นพันดาว