สศก. เปิดโมเดล ASP จับคู่บริการเช่าเครื่องจักรกลเกษตร หนุน Sharing Economy แก้ปมแรงงานสูงวัย ชี้ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ไม่น้อยกว่า 10% ด้านผู้ให้บริการโกยรายได้เสริม 6.2 แสน - 1.38 แสนบาทต่อฤดูกาล ดีเดย์ปี 69 นำร่องเก็บข้อมูลอัตราค่าบริการ 296 ตัวอย่างทั่วประเทศ หวังวางแผนหนุนนโยบายแม่นยำ
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคเกษตรไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อช่วยเกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และรับมือกับข้อจำกัดด้านแรงงานภาคเกษตรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้ เครื่องจักรกลทางการเกษตร ควบคู่กับการพัฒนา ผู้ให้บริการทางการเกษตร (Agricultural Service Provider: ASP) ซึ่งเป็นโมเดลที่ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงบริการเครื่องจักรกลได้สะดวก ทันต่อฤดูกาลผลิต ลดภาระการลงทุนซื้อเครื่องจักรเอง และช่วยให้ผู้มีเครื่องจักรกลสามารถสร้างรายได้เสริมจากการให้บริการในพื้นที่
แรงงานภาคเกษตรอายุเฉลี่ย 59.44 ปี
ปัจจุบันภาคเกษตรไทยเผชิญข้อจำกัดด้านแรงงานอย่างชัดเจน โดยอายุเฉลี่ยของหัวหน้าครัวเรือนเกษตรเพิ่มขึ้นมา อยู่ที่ 59.44 ปี ในปี 2565 ขณะที่สัดส่วนแรงงานเกษตรอายุมากกว่า 60 ปี เพิ่มขึ้นจาก 13% ในปี 2546 เป็น 22% ในปี 2561 สวนทางกับแรงงานเกษตรวัย 15–40 ปี ที่ลดลงจาก 48% เหลือ 28% ในช่วงเวลาเดียวกัน สะท้อนความจำเป็นในการนำเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดภาระแรงงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้เหมาะสมกับบริบทของภาคเกษตรไทย
สศก. จึงสนับสนุนแนวทาง Sharing Economy หรือเศรษฐกิจแบ่งปันในภาคเกษตร โดยส่งเสริมให้เกษตรกร สถาบันเกษตรกร หรือผู้ประกอบการที่มีเครื่องจักรกล สามารถพัฒนาเป็น ASP เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรรายอื่นที่ยังไม่มีเครื่องจักรกลเป็นของตนเอง ช่วยให้เกิดการใช้เครื่องจักรกลร่วมกันอย่างคุ้มค่า ลดต้นทุนต่อหน่วย เพิ่มโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยีของเกษตรกรรายย่อย และสร้างรายได้เสริมให้กับผู้มีเครื่องจักรกลในพื้นที่
ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ได้จัดทำ ระบบการขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตร ผ่านเว็บไซต์ https://emachine.doae.go.th/ เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกร สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบการที่มีเครื่องจักรกล เข้าสู่ระบบการให้บริการได้อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยให้การบริหารจัดการบริการเครื่องจักรกลในพื้นที่ต่าง ๆ สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกรในช่วงฤดูกาลผลิตมากขึ้น
หนุนโมเดลบริการเช่าเครื่องจักการเกษตร
จาก ผลการลงพื้นที่สำรวจของ สศก. ณ เดือนเม.ย.2569 พบว่า การใช้บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรผ่านผู้ให้บริการ ASP หากดำเนินการในรูปแบบที่เหมาะสมกับพื้นที่ ชนิดพืช และช่วงเวลาการผลิต เกษตรกรมีโอกาส ลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตหรือรายได้ไม่น้อยกว่า 10% ขณะที่ผู้ให้บริการ ASP มีโอกาสสร้างรายได้เสริมจากการรับจ้างบริการเครื่องจักรกล โดยข้อมูลตัวอย่างการรับจ้างเหมาบริการครบวงจรในพื้นที่ 50 ไร่ ต่อฤดูกาล ประเมินว่าสามารถสร้างรายได้ประมาณ 62,000–138,000 บาท ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับชนิดพืช กิจกรรมการผลิต ประเภทเครื่องจักร อัตราค่าบริการ และความต้องการใช้บริการในแต่ละพื้นที่
สำหรับปี 2569 สศก. จะต่อยอดการดำเนินงานดังกล่าว โดยเริ่มดำเนินการ จัดเก็บข้อมูลอัตราค่าให้บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรเป็นปีแรก จำนวน 296 ตัวอย่างทั่วประเทศ ผ่านสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1–12 เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงพื้นที่สำหรับใช้ประกอบการวิเคราะห์ต้นทุนการผลิต การจัดทำข้อมูลสนับสนุนเชิงนโยบาย และการวางแผนพัฒนาระบบบริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรให้ตอบโจทย์เกษตรกรในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
ลดภาระ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร
“การพัฒนา ASP เป็นแนวทางที่ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงเครื่องจักรกลได้ง่ายขึ้น ลดภาระการลงทุน ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ โดย สศก. จะสนับสนุนข้อมูลและการวิเคราะห์เชิงนโยบาย เพื่อให้การบริหารจัดการบริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรตอบโจทย์พื้นที่ และเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม”
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อภาคเกษตร ได้แก่ ความแปรปรวนของสภาพอากาศ โดยเฉพาะการเข้าสู่ภาวะเอลนีโญในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงและความแห้งแล้ง รวมถึงราคาน้ำมันและปุ๋ยเคมีมาตรการทางการค้าที่เข้มงวดของประเทศคู่ค้าสำคัญ ความผันผวนของค่าเงินบาท และแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวด้วย
เปิดแผนขับเคลื่อนระยะเร่งด่วนกระทรวงเกษตร
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดแนวทางขับเคลื่อนทั้งมาตรการระยะเร่งด่วน และการพัฒนาภาคเกษตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ โดยในระยะเร่งด่วน ให้ความสำคัญกับการดูแลปัจจัยพื้นฐานที่กระทบต่อต้นทุนและการผลิตของเกษตรกร อาทิ การบริหารจัดการและกระจายน้ำมันดีเซลและน้ำมัน B20 ผ่านระบบสหกรณ์
การส่งเสริมการใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ตามค่าวิเคราะห์ดิน การใช้ปุ๋ยชีวภาพและเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ รวมถึงการยกระดับการบริหารจัดการน้ำ การปฏิบัติการฝนหลวง และการเตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนการผลิตและรองรับความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ
ขณะที่การพัฒนาภาคเกษตร ในระยะต่อเนื่องนั้นมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของภาคเกษตรไทย โดยส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำและนวัตกรรมให้เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่และความต้องการของเกษตรกร พร้อมทั้ง Reskill และ Upskill ให้กับเกษตรกร ตลอดจนสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับเครื่องจักรกลทางการเกษตร เพื่อเสริมความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน
สำหรับแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจการเกษตรทั้งปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วง 0.5 – 1.5% เมื่อเทียบกับปี 2568 เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี รวมถึงการบริหารจัดการน้ำ การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ การควบคุมและเฝ้าระวังโรคระบาดในพืช สัตว์ และประมงอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการทำการเกษตร และการยกระดับสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน
ประโยชน์สำคัญของ ASP คือ การทำให้เครื่องจักรกลทางการเกษตรถูกใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าและทั่วถึงมากขึ้น โดยเกษตรกรรายย่อยสามารถเลือกใช้บริการเครื่องจักรกลตามความจำเป็นของแต่ละกิจกรรมการผลิต ตั้งแต่การเตรียมดิน ปลูก ดูแลรักษา พ่นสารด้วยโดรน เก็บเกี่ยว ไปจนถึงขนส่งผลผลิต ช่วยลดการพึ่งพาแรงงานคน ลดระยะเวลาการทำงาน ลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต และเพิ่มความแม่นยำในการใช้ปัจจัยการผลิต ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการ ASP ยังมีโอกาสใช้เครื่องจักรที่มีอยู่ให้เกิดรายได้ต่อเนื่อง เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจในชุมชน และช่วยให้บริการเครื่องจักรกลกระจายถึงเกษตรกรในพื้นที่ได้มากขึ้น
