ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
คุณภาพชีวิต ย้อนกลับ
คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม DPU จัด Spark Link Project เชื่อมห้องเรียนสู่อาชีพจริง รวม 5 กิจกรรมใหญ่
28 พ.ค. 2569

คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม DPU จัด Spark Link Project เชื่อมห้องเรียนสู่อาชีพจริง รวม 5 กิจกรรมใหญ่ เปิดพื้นที่โชว์ศักยภาพนักศึกษา พบสถานประกอบการ - เครือข่ายวิชาชีพก่อนก้าวสู่โลกการทำงาน

คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดงาน Spark Link Project ภายใต้แนวคิด “สายอาชีพท่องเที่ยวและบริการในงานเดียว” เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมสนม สุทธิพิทักษ์ โดยมี ดร.อนันต์ เชี่ยวชาญกิจการ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา เป็นประธานเปิดงาน เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก้าวสู่โลกอาชีพจริง ผ่านกิจกรรมที่เชื่อมโยงการเรียนรู้ในห้องเรียนกับประสบการณ์วิชาชีพ การแสดงศักยภาพของนักศึกษา เครือข่ายศิษย์เก่า และการพบปะสถานประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โรงแรม อาหาร และบริการอย่างใกล้ชิด 

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดย ดร.ยุวรี โชคสวนทรัพย์ คณบดีคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม พร้อมด้วยคณาจารย์ และนักศึกษาชั้นปีที่ 1–ชั้นปีที่ 4 เข้าร่วมกิจกรรมด้วยกันอย่างพร้อมเพรียง ความพิเศษของการจัดงานในปีนี้ คือการนำกิจกรรมสำคัญของคณะฯ ที่เดิมจัดแยกกัน มารวมไว้ในวันเดียว เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแสดงศักยภาพอย่างครบมิติ ภายใต้ 5 กิจกรรมหลัก

เริ่มจากกิจกรรมปัจฉิมนิเทศ เพื่อแสดงความยินดีกับนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่เสร็จสิ้นการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ พร้อมรับฟังข้อคิด มุมมอง และประสบการณ์จากรุ่นพี่ศิษย์เก่าที่ทำงานจริงในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนก้าวสู่โลกอาชีพ ต่อด้วย กิจกรรม Showcase ซึ่งเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ถึงชั้นปีที่ 4 ได้แสดงผลงานและศักยภาพจากการเรียนรู้ในแต่ละสาขา โดยเฉพาะนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่นำเสนอโครงการซึ่งพัฒนาจากการฝึกงานจริงกับสถานประกอบการ สะท้อนการเรียนรู้ที่ฝึกให้นักศึกษาสังเกตปัญหา วิเคราะห์สถานการณ์ และออกแบบแนวทางพัฒนางานในบริบทจริง

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Job Matching ที่เชิญสถานประกอบการกว่า 25 แห่ง ทั้งโรงแรม บริษัททัวร์ ธุรกิจบริการ และหน่วยงานด้านการศึกษาต่อต่างประเทศ เข้าร่วมเปิดรับสมัครงาน ให้ข้อมูลเส้นทางอาชีพ และพบปะนักศึกษาโดยตรง เพื่อเชื่อมโอกาสจากการฝึกงานสู่การทำงานจริงหลังสำเร็จการศึกษา พร้อมด้วย กิจกรรม Bye Nior ที่เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้พบปะ แลกเปลี่ยน และรับแรงบันดาลใจจากผู้มีประสบการณ์ในสายงานบริการ ช่วยเติมเต็มมุมมองด้านวิชาชีพ การพัฒนาทักษะ และการวางแผนอนาคต ก่อนปิดท้ายด้วย กิจกรรมคืนสู่เหย้าศิษย์เก่า เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคณะฯ นักศึกษาปัจจุบัน และศิษย์เก่า ให้เกิดเครือข่ายสนับสนุนนักศึกษารุ่นใหม่ทั้งด้านการฝึกงาน การทำงาน และการพัฒนาวิชาชีพในอนาคต

ดร.อนันต์ เชี่ยวชาญกิจการ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า โครงการ Spark Link Project จัดขึ้นจากแนวคิดของคณะฯ ที่ต้องการเชื่อมโยงการเรียนรู้ในห้องเรียน ประสบการณ์การทำงานจริง และเครือข่ายความสัมพันธ์ของคนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการไว้ในงานเดียว เพื่อให้นักศึกษาได้เห็นเส้นทางอาชีพของตนเองอย่างเป็นรูปธรรม โดยคำว่า SPARK สื่อถึงองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนานักศึกษา ได้แก่ Skill การพัฒนาทักษะที่จำเป็น, Professional การสร้างมาตรฐานวิชาชีพตั้งแต่ยังเรียน, Advancement การสนับสนุนความก้าวหน้าทางวิชาชีพ, Real Experience / On the Job Training การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง และ Knowledge การเสริมสร้างองค์ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ

ดร.อนันต์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปีในรั้วมหาวิทยาลัย นักศึกษาได้เรียนรู้ เติบโต และสะสมประสบการณ์ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน จากวันแรกของการเริ่มต้นชีวิตนักศึกษา สู่ช่วงเวลาที่ต้องเตรียมก้าวออกไปเผชิญโลกการทำงานจริง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่นักศึกษาจะได้เรียนรู้ พัฒนาศักยภาพ และค้นพบเส้นทางของตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักศึกษาคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม ที่นอกจากจะได้รับองค์ความรู้ด้านการบริหารการท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม อาหาร และบริการแล้ว ยังได้รับการพัฒนาทักษะสำคัญที่จำเป็นต่อการทำงานจริง ทั้งการทำงานร่วมกับผู้อื่น การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การสื่อสารอย่างมืออาชีพ และการให้บริการด้วยความเข้าใจผู้คน

เพื่อให้นักศึกษามีความพร้อมก่อนออกสู่สถานประกอบการ คณะฯ ได้จัดกระบวนการเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบ โดยเสริมโมดูลเพิ่มเติมก่อนการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ครอบคลุมทั้งด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ บุคลิกภาพ ภาษา และโปรแกรมเฉพาะทางที่ใช้ในอุตสาหกรรม เช่น โปรแกรมด้านโรงแรม ระบบจองห้องพัก และระบบจองที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติงานจริงได้อย่างมั่นใจเมื่อต้องเข้าสู่สถานประกอบการ

รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการเข้าฝึกงานที่ผ่านมาพบว่า นักศึกษาคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรมจำนวนไม่น้อยได้รับการทาบทามเข้าทำงานตั้งแต่ช่วงฝึกประสบการณ์วิชาชีพ เนื่องจากมีพื้นฐานทักษะที่พร้อมต่อการทำงานจริง และสามารถปรับตัวเข้ากับบริบทของสถานประกอบการได้ดี สะท้อนให้เห็นว่าการเตรียมความพร้อมก่อนออกฝึกงานมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้นักศึกษาไม่เพียงเข้าใจบทเรียนในเชิงทฤษฎี แต่ยังสามารถนำความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน นางสาวนนทกา แย้มบรรจง ผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรมและพัฒนาบุคคล โรงแรม Andaz One Bangkok ระบุว่า การเข้าร่วมงาน Spark Link Project ครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการแนะนำโรงแรม Andaz One Bangkok ให้นักศึกษาได้รู้จักมากขึ้น ในฐานะโรงแรมไลฟ์สไตล์ลักชัวรีในเครือ Hyatt ที่เปิดรับนักศึกษาฝึกงานตลอดทั้งปี ครอบคลุมหลายแผนก ทั้งแผนกครัว แผนกอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึง Front Office, Housekeeping, Human Resources, Finance, Sales and Marketing, Fitness Center รวมถึงแผนกสนับสนุนอื่น ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้การทำงานจริงในธุรกิจโรงแรมระดับสากล

นางสาวนนทกา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้โรงแรม Andaz One Bangkok ได้ลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ช่วยให้นักศึกษาได้พบกับสถานประกอบการโดยตรง สามารถสอบถามข้อมูลการฝึกงาน สมัครฝึกงาน หรือฝากประวัติไว้เพื่อพิจารณาโอกาสการทำงานในอนาคตได้ ทั้งนี้ เครือ Hyatt มีความร่วมมือกับ DPU มาอย่างต่อเนื่อง และเคยรับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเข้าฝึกงานในหลายโรงแรมของเครือ ซึ่งพบว่านักศึกษามีความเข้าใจการทำงานจริงและสามารถปรับตัวได้ดี เนื่องจากได้รับการเตรียมความพร้อมจากคณะก่อนออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพ

ในมุมมองของสถานประกอบการ ทักษะสำคัญที่นักศึกษาควรมี คือ Growth Mindset กล้าคิด กล้าทำ กล้าถาม และสามารถต่อยอดงานจากคำแนะนำของผู้สอนได้ด้วยตนเอง เพราะโลกการทำงานจริงต้องการบุคลากรที่พร้อมเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง รวมถึงควรมี Critical Thinking หรือทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ สามารถจัดลำดับความสำคัญของงานได้ว่าเรื่องใดควรทำก่อนหรือหลัง นอกจากนี้ทักษะภาษาอังกฤษ ทั้งการฟัง พูด อ่าน และเขียน ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในธุรกิจโรงแรมระดับลักชัวรีที่มีบุคลากรและลูกค้าหลากหลายเชื้อชาติ หากนักศึกษามีภาษาที่สาม เช่น ภาษาจีน เกาหลี หรือญี่ปุ่น ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการทำงานในอุตสาหกรรมบริการได้มากขึ้น

ขณะที่ นายทักษิณ คำโคตรสูนย์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาการโรงแรมและธุรกิจอาหาร คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า กิจกรรม Showcase ในงาน Spark Link Project เป็นเวทีที่ให้นักศึกษาได้นำเสนอผลงานที่เกิดจากการฝึกประสบการณ์วิชาชีพจริง โดยตนได้นำเสนอโครงการพัฒนาเครื่องดื่มจากวัตถุดิบเหลือใช้ในแผนกอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการฝึกงานที่โรงแรม Le Méridien Phuket Beach Resort จ.ภูเก็ต ในแผนก Food and Beverage ส่วนงานบาร์ เป็นระยะเวลา 4 เดือน

“โครงการดังกล่าวเกิดจากการสังเกตว่า ภายในแผนกบาร์และครัวมีวัตถุดิบเหลือใช้จำนวนมาก เช่น เปลือกกล้วย แกนสับปะรด เปลือกสับปะรด และกากกาแฟ จึงนำมาต่อยอดเป็นเครื่องดื่มค็อกเทลรูปแบบใหม่ เพื่อลดของเสียและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบ โดยเมนูที่ได้รับความสนใจคือ Peel the Future ซึ่งพัฒนาจากเปลือกกล้วยและกากกาแฟ มีกลิ่นหอมของกาแฟ มะพร้าว คาราเมล และวานิลลา เคยนำไปจำหน่ายจริงภายในโรงแรมเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน ในราคาแก้วละ 330 บาท และได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้า” นักศึกษารายเดิม กล่าว

นายทักษิณ กล่าวต่อว่า การทำโปรเจกต์นี้ทำให้ได้นำความรู้จากห้องเรียน โดยเฉพาะด้านเครื่องดื่มและทักษะ Mixology มาประยุกต์ใช้กับการทำงานจริง ตั้งแต่การคิดสูตร เลือกวัตถุดิบ ทดลองรสชาติ ไปจนถึงการพัฒนาเมนูร่วมกับพี่ ๆ ในแผนก หัวหน้างาน และอาจารย์ที่ปรึกษา ขณะเดียวกันการฝึกงานยังช่วยพัฒนาทักษะสำคัญในสายงานบาร์เทนเดอร์ ทั้งการบริการลูกค้า การสื่อสาร การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และการทำงานภายใต้แรงกดดัน

นายทักษิณ กล่าวทิ้งท้ายว่า กิจกรรม Spark Link Project โดยเฉพาะ Job Matching เป็นประโยชน์กับนักศึกษาชั้นปีที่ 4 อย่างมาก เพราะเปิดโอกาสให้ได้พบสถานประกอบการโดยตรง โดยตนได้ยื่นประวัติ สอบถามข้อมูลการทำงาน และพูดคุยกับรุ่นพี่ศิษย์เก่าในสายธุรกิจโรงแรม ช่วยเพิ่มโอกาสในการหางานและสร้างความมั่นใจก่อนก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริงหลังสำเร็จการศึกษา

ภายในงานยังมีกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรม โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวบุญณพร ไฮดอน ผู้อำนวยการกลุ่มนิทรรศการ สถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ นายชวิศ ชื่นเจริญ ประธานกรรมการบริษัท สไมล์ พิคเจอร์ จำกัด ร่วมจัดนิทรรศการ “ชุดไทยพระราชนิยม” เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับเครื่องแต่งกายไทย และส่งเสริมให้นักศึกษา บุคลากร และผู้เข้าร่วมงานเห็นคุณค่าของชุดไทยในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์สำคัญของชาติ โดยมีการจัดแสดงชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ชุดพระราชทานสำหรับบุรุษ 3 แบบ พร้อมสตูดิโอถ่ายภาพชุดไทย และมอบแสตมป์ที่ระลึก “อัคราภิรักษศิลปิน” ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงแก่ผู้เข้าร่วมงานอีกด้วย

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16-31 พฤษภาคม 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
30 เม.ย. 2569
อปท.นิวส์ เชิญเป็นแขก 475 ระบบการเมืองบ้านเรากำหนดให้มีสมาชิกรัฐสภา 2 ประเภทด้วยกัน 1. คือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สส. และ 2. คือ สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ซึ่งทั้ง 2 สภา ก็คือสภานิติบัญญัติที่ดูแลการออกกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตาม ในรัฐธรรนูญ 2560 ที่กำลังใช้อยู่ใน...