กรมทางหลวงรับฟังความคิดเห็นประชาชน ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 213 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์ด้านการคมนาคมขนส่งสินค้าสัญจรไปมาช่วง อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์–อ.ภูพาน จ.สกลนคร
สกลนคร วันที่ 19 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลสร้างค้อ อ.ภูพาน จ.สกลนคร นายศราวุธ สุวรรณจูฑะ รอง ผวจ.สกลนคร เป็นประธานเปิดการประชุมปฐมนิเทศโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ 1) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 213 สายมหาสารคาม – สกลนคร ตอนสมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ – อ.ภูพาน จ.สกลนคร โดยมี นายสราญ มีมูซอ วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย รศ.ดร.อนุชา เพียรชนะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ผู้แทนกรมทางหลวง คณะที่ปรึกษาโครงการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกว่า 200 คน โดยนายศราวุธ สุวรรณจูฑะ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีความสำคัญต่อการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากทางหลวงหมายเลข 213 เป็นเส้นทางหลักเชื่อมโยงจ.มหาสารคามและ จ.สกลนคร รวมถึงเป็นเส้นทางรองรับการเดินทางของประชาชน การขนส่งสินค้า และการท่องเที่ยวในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความแออัดและอาจส่งผลต่อความปลอดภัยในการเดินทาง
สำหรับโครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 213 สายมหาสารคาม – สกลนคร ตอนสมเด็จ – ภูพาน มีระยะทางศึกษาประมาณ 18.34 กิโลเมตร เริ่มต้นบริเวณทางหลวงหมายเลข 213 ช่วงกิโลเมตรที่ 99+560 และสิ้นสุดที่กิโลเมตรที่ 117+900 ครอบคลุมพื้นที่ 2 ตำบล ได้แก่ ต.ผาเสวย อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ และ ต.สร้างค้อ อ.ภูพาน จ.สกลนคร รวม 6 หมู่บ้าน ซึ่งมีอยู่บนเขาสภาพคดเคี้ยวตามภูมิประเทศ การศึกษาครั้งนี้ครอบคลุมการสำรวจและออกแบบทางวิศวกรรม การวิเคราะห์ปริมาณจราจร การศึกษาด้านเศรษฐกิจและสังคม การสำรวจสภาพแวดล้อม การออกแบบโครงสร้างทาง ระบบระบายน้ำ ระบบไฟฟ้า งานสถาปัตยกรรม ตลอดจนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อให้การพัฒนาโครงการเป็นไปอย่างเหมาะสมและเกิดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด พื้นที่ศึกษาของโครงการส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม โดยกำหนดขอบเขตการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมในระยะ 500 เมตร จากแนวเส้นทางโครงการ เพื่อรวบรวมข้อมูลและประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน
การประชุมปฐมนิเทศครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลความเป็นมา วัตถุประสงค์ แนวทางการศึกษา และกรอบการดำเนินงานของโครงการ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชน หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ ได้ร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และสะท้อนสภาพปัญหาที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปใช้ประกอบการศึกษาและออกแบบโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากที่สุด โครงการดังกล่าวมีกำหนดดำเนินงานระหว่างวันที่ 24 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 14 กันยายน 2570 รวมระยะเวลาดำเนินการ 540 วัน โดยจะมีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระยะต่าง ๆ ของการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การพัฒนาโครงการเป็นไปอย่างมีส่วนร่วม โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและการพัฒนาพื้นที่ในอนาคต