OR เผยผลการดำเนินงานครึ่งแรกของ ปี 2569 มีรายได้จากการขายและบริการ จำนวน 381,793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32,205 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้จากการขายและบริการ จำนวน 205,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29,542 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 16.8% จากไตรมาสก่อน จากการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ และยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจ EV และธุรกิจ Lifestyle ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและพลังงานโลก
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้จากการขายและบริการ จำนวน 205,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29,542 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 16.8% จากไตรมาสก่อนในทุกกลุ่มธุรกิจ และมี EBITDA จำนวน 53 ล้านบาท ลดลง 7,047 ล้านบาท หรือลดลง 99.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แม้รายได้โดยรวมจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ EBITDA ได้รับแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งภาวะอุปสงค์พลังงานที่ชะลอตัว ราคาพลังงานที่มีความผันผวนและยังคงทรงตัวในระดับสูง อันเป็นผลมาจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ในขณะที่ กลุ่มธุรกิจ Lifestyle มี EBITDA ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสนี้ Cafe Amazon มีปริมาณจำหน่าย 117 ล้านแก้ว เพิ่มขึ้น 5 ล้านแก้ว หรือเพิ่มขึ้น 4.5% นับเป็นยอดจำหน่ายสูงสุดเป็นประวัติการณ์
สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 OR มีรายได้จากการขายและบริการ จำนวน 381,793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32,205 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.2% จากราคาจำหน่ายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้ว่าปริมาณจำหน่ายปรับตัวลดลง EBITDA มีจำนวน 7,153 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 35.2% โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจ Mobility และ Global ที่กำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรปรับตัวลดลง ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ Lifestyle เพิ่มขึ้น ตามกำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น จากทั้งธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจค้าปลีกอื่นๆ
.jpg)
ในช่วงที่ผ่านมา OR มีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือเพื่อการขยายธุรกิจ (Expansion Partnership Agreement) กับบริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เพื่อขยายร้านอาหาร 4 แบรนด์หลัก ได้แก่ The Pizza Company, Dairy Queen, The Steak & More และ Chiho Ramen ภายในพื้นที่สถานีบริการและพื้นที่เชิงพาณิชย์ของ OR เพื่อพัฒนาเป็น Food & Lifestyle Destination รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ และเติมเต็ม OR Ecosystem สำหรับการดำเนินงานในต่างประเทศ OR ได้ทยอยปรับโครงสร้างการลงทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยยุติการดำเนินงานของบริษัทย่อยที่ไม่มีการดำเนินธุรกิจใน สปป.ลาว และเวียดนาม ตามแผนบริหารพอร์ตการลงทุน โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจหลัก
OR ยังคงขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตระยะยาวผ่านการลงทุนในธุรกิจแห่งอนาคต โดยเร่งขยายเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV Station PluZ ควบคู่กับการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมีการบริษัทเพิ่มสัดส่วนการขนส่งพลังงานผ่านระบบท่อจากการลงทุนในบริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (“TPN”) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ พร้อมส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเพิ่มสัดส่วนเม็ดพลาสติกรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น ช่วยลดการใช้พลาสติกใหม่ได้ 1,800 ตันต่อปี ในส่วนของธุรกิจ Lifestyle OR ได้เปิดให้บริการ Café Amazon Experience แห่งแรกของโลกที่ย่านอารีย์ กรุงเทพฯ ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและต่อยอดแบรนด์สู่ Lifestyle Destination OR ยังคงดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “Empowering All Toward Inclusive Growth” ผ่านโครงการสำคัญ เช่น โครงการไทยเด็ด สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชนกว่า 500 ราย เพิ่มโอกาส สร้างรายได้ และยกระดับมาตรฐานสินค้า Café Amazon for Chance เปิดโอกาสให้ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางเข้าถึงอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน โดย OR ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกดัชนี Dow Jones Best-in-Class Indices (DJ BIC) กลุ่ม Emerging Markets Index ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ได้รับคะแนนสูงสุดในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก (Retailing) จากการประเมิน Corporate Sustainability Assessment (CSA) ของ S&P Global สะท้อนการดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี” ที่มุ่งดำเนินธุรกิจ สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่นยืน
"แม้ว่าผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้จะได้รับแรงกดดันจากปัจจัยเศรษฐกิจโลก ความผันผวนตลาดพลังงานโลก และต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น แต่ OR ยังคงเดินหน้าลงทุนในธุรกิจแห่งอนาคตอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านพลังงานสะอาด ดิจิทัลแพลตฟอร์ม ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตระยะยาว การลงทุนเชิงกลยุทธ์ในวันนี้จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้ OR สามารถสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น พร้อมสร้างคุณค่าให้กับผู้บริโภค สังคม และประเทศในอนาคต" หม่อมหลวงปีกทอง กล่าวเสริมในตอนท้าย