ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
สังคม / บุคคล ย้อนกลับ
สะเดาะปม “เพลงปริศนา” “เนเน่” ชิงบัลลังก์ทอง AGT เขย่า!ตำนานร็อกอเมริกัน
22 ก.ย. 2569

สะเดาะปม “เพลงปริศนา”
“เนเน่” ชิงบัลลังก์ทอง AGT
เขย่า!ตำนานร็อกอเมริกัน

เข็มนาฬิกา กินเวลาเข้าไปเรื่อย!
ทุกหนึ่งติ๊ก กระดิกหนึ่งครั้ง กระชับ “ชั่วโมงระทึก”หดสั้นลงไปทุกวินาที
คนไทยทั้งประเทศ เฝ้าตารอ อย่างใจจดจ่อ....
America’s Got Talent Season 21
พร้อมระเบิดรอบ Final “เนเน่ รอยัล”สาวน้อยมหัศจรรย์ จะก้าวขึ้นเขย่าเวทีแข่งขันระดับโลก ณ Pasadena Civic Auditorium เมืองพาซาดีนา ( Pasadena) รัฐแคลิฟอร์เนีย (California) สหรัฐอเมริกา
ร็อกเกอร์สตาร์แห่งอันดามัน “เนเน่” ถูกวางตัวคิวโชว์ขึ้นเวทีเป็นคนที่ 2 ตามเวลาท้องถิ่น 18:00–20:00 น. ของคืนวันที่ 22 กันยายน 2569
เปรียบเทียบตารางเวลาโลก ในช่วงเดือนกันยายน เวลาในไทยเร็วกว่า California 14 ชั่วโมง ซึ่งจะตรงกับบ้านเราตอน 8 โมงเช้า ของวันพุธที่ 23 กันยายน 2569
บอกเลยว่า ด่านนี้ไม่ธรรมดา ต้องใช้คำว่า “สุดมหาโหด โคตรมหาหิน” เพราะโปรไฟท์ของแต่ละทีมที่ผ่านเข้ามาถึงรอบชิง “บัลลังก์แชมป์ AGT”ได้นั้น ล้วนแต่หนาปึก-แข็งโป๊ก!
“ผนังทองแดง-กำแพงเหล็ก”ยังเจาะทะลวงง่ายกว่า!


มาดูกันว่า 9 ทีมคู่ต่อกร “เนเน่” ในรอบไฟนอล“ไผ เป็น ไผ!”บ้าง
คนแรก Lai Noelle สาวน้อยเจ้าของพลังเสียงสะกดใจ ร้องได้สะกดจิต พาตัวเองทะลุเข้ารอบชิงด้วยGolden Buzzer ของ “คีแนน ทอมป์สัน” Kenan Thompson นักแสดงตลกชาวอเมริกัน ที่ร่วมเป็นกรรมการตัดสิน
ทีมที่สอง นักมายากล Hundred Fingers เป็นหนึ่งใน 4 Acts ที่ได้รับปุ่มเหรียญทอง Golden Buzzer เข้าสู่ Final โดยตรง เคยแข่งขัน AGT มาก่อน และเคยเข้าสู่ Final ใน Season 17 มาแล้ว
นักมายากลผู้ที่หยิบ “ความตกใจ”มาขายบนเวที ให้คนดูร้องว้าวไปทั้งฮอลล์!ถือเป็นจุดแข็งของเขา
ถ้าโชว์ในรองชิงของ Hundred Fingers มี “บิด”ตอนท้ายที่ทำคนดู “ช็อก”แบบเข็มขัดสั้น “คาดไม่ถึง” อาจพลิกคะแนนโหวตได้ง่าย จึงถือเป็นคู่แข่งที่จัดอยู่ในโหมดอันตรายเชียวแหละ!
ทีมโชว์ที่สาม Unitree “แดนเซอร์ โรบอท” นักเต้นกับหุ่นยนต์ ผสมผสานด้วยเทคโนโลยี่ไฮเทค ถือว่าเป็นโชว์ที่ต่างไปจาก “เนเน่”แทบคนละโลก ผ่านทะลุเข้าสู่ Final ด้วย Golden Buzzer จาก Sofia Vergara
อีกทีมที่สุดจัด-แรงจัด Olivia Befus เป็นคู่แข่งที่ไม่ควรมองข้าม ผ่านเข้ารอบ Semifinal จากคะแนนโหวตจากผู้ชม โดยเธอแสดงร่วมกับสุนัข 3 ตัว และในรอบล่าสุดมีหนึ่งในสุนัขของเธอเล่นเทนนิสบนเวทีด้วย
Howie Mandel ถึงกับเคยชี้ว่า America loves dogs ซึ่งถือว่าเป็นจุดสำคัญมาก คนดูไม่ได้เพียงดู “ทักษะ” แต่กำลังดูความสัมพันธ์ระหว่างเด็กสาวกับสุนัขแสนรู้
แต่ Final ของ AGT ไม่ได้ตัดสินว่าใคร “เก่งกว่า”
คนดูโหวตว่า... “โชว์ไหนทำให้ฉันอยากหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโหวต?”
โชว์ “เพื่อนรักสี่ขา” จึงถูกจัดระดับ เป็นโชว์ประเภทที่เข้าถึงใจคนดูได้ลึกและครองใจผู้คนในสังคมได้มากกว่า
อีกทีมหนึ่งที่ทั้ง “ฟิต แอนด์ เฟิร์ม” คือโชว์กายกรรม Veronika Goroshkova งัดจุดแข็งออกมาสะกดคนดู ขายความหวาดเสียว ความยาก และเสี่ยงตาย “ท้าทายนรก” หาก Veronika ทำโชว์บนเวที Final ที่มีความเสี่ยงสูง และจบด้วยภาพจำใหญ่ เธอสามารถสร้าง Moment ได้จากกลุ่มที่นิยมชมชอบสายกายกรรม
คู่แข่งทีมต่อมา Acro Canine Crew เป็นการแสดงโชว์ทีมกายกรรมกับสุนัข ผสมผสานด้วยการแสดง ต่างจาก Olivia ที่มี Olivia เป็นคนเดินเรื่องกับสุนัขของเธอ
จุดตัดสำคัญ Howie Mandel เองเคยพูดถึงการที่ Dog Acts สองราย มาแข่งขันกันเองในช่วงเดียวกัน เขาคอมเมนต์ว่าคนดูจะนำทั้งสองมาเปรียบเทียบกัน
หากมองในเชิงกลยุทธ์ Olivia กับ Acro Canine Crew อาจแบ่งคะแนนกลุ่มคนรัก Dog Act กันเอง
คราวนี้มาดูคู่แข่งจากแดนกิมจิ ทีม“ Come Here” โชว์ Dance Crew จากเกาหลีใต้ ที่ผ่านมาโชว์ความพร้อมเพรียงในการเต้น และรูปแบบแนวคิดลีลาท่าทางการเต้น ใช้พลังแห่งความสามัคคีของกลุ่มสร้างความตื่นตาตื่นใจให้คนดู
ส่วนอีกทีมคือ Royal Lasers คู่แข่งที่น่าจับตามอง โชว์การเต้นผสมผสาน Laser ผสมกลมกลืน LED เติมด้วย Multimediaครบเครื่องเป็นโชว์ที่ออกแบบมาเพื่อเวทีโทรทัศน์โดยตรง ซึ่งในรอบFinal เป็นเวทีที่คนดูจำนวนมากรับชมผ่านโทรทัศน์ และออนไลน์ ไม่ใช่เพียงในโรงละครโชว์นี้ภาพแสงสีเสียง จึงต้องอลังการงานสร้าง ถึงสะกดอยู่
ดังนั้นโชว์ที่มีภาพจำขนาดใหญ่เท่านั้น จึงสามารถสร้างกระแสได้ในเวลาอันรวดเร็ว
อีกหนึ่งคู่แข่ง Geno Ploeger นักแสดงมายากล ที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ จุดน่าสนใจคือเขาไม่ได้ขายเพียง “มายากล” เขาพยายามสร้าง เรื่องราว ชีวิตผู้คนรอบตัว เข้ากับมายากล
ในรอบ Semifinal เขาใช้การแสดงที่เกี่ยวข้องกับการทำนาย ซึ่งทำให้ Mel B แสดงปฏิกิริยาตกใจ และเพียงหนึ่งวันต่อมา เขาก็ได้รับคะแนนโหวตท่วมท้นจากผู้ชมเข้าสู่รอบFinal
นี่เป็นโชว์รูปแบบหนึ่ง ที่น่ากลัวสำหรับคู่ต่อกรทุกคน เพราะถ้า Geno ทำให้คนดูถึงกับ “อึ้ง!” อุทานว่า
“เขารู้ได้ยังไง?”
เขาจะสร้าง Viral Moment ได้ไม่ยาก
ถ้าเอา "รูปแบบโชว์" มาชนกัน
“เนเน่” ร็อกเกอร์สตาร์แห่งอันดามัน มองมุมไหนก็ยังดูเหนือกว่า จึงถูกจัดให้เป็น “เต็งหนึ่ง”บนเวทีชิงดำ America’s Got Talent Season 21ครั้งนี้
“ตัวตน” ชัดเจน
ไม่ใช่แค่นักร้อง
แต่เป็น Sixteen year old Thai Rock Singer + Guitarist ลีลาพลิ้วไหว นิ้วไร้กระดูก ระดับเทพ
มีสตอรี่เส้นทาง “เปิดหมวก”จากตลาดนาคา ภูเก็ต ก้าวสู่เวที AGT ระดับโลก อย่างน่าทึ่ง
เนเน่สามารถใช้ เสียง + กีตาร์ + บุคลิก + เพลง เป็นอาวุธหลัก!
ถ้าเพลงโชว์บนเวที Final ที่เธอเลือกแล้ว แต่ยังถูกปกปิดเป็น “ความลับ”จนกว่าวินาทีสุดท้ายมาถึง มีศักยภาพที่จะสร้าง Viral Moment ที่แตกต่างจากโชว์อื่น
เปลี่ยนสายตาคนดู ให้เป็นคำพูด... “มันทำให้ฉันอยากหยิบ โทรศัพท์ขึ้นมาโหวต?”
สามารถสะกด “อเมริกันชน”ตรึงตราตรึงใจ บนหน้าจอโทรทัศน์ได้!
“บังลังก์ทอง AGT” แค่เอื้อม!
ว่าแต่ “บทเพลง”ที่เธอเลือก...คือเพลงอะไร?
อย่าว่าแต่พี่น้องชาวไทยเท่านั้นที่อยากรู้...ผู้คนทั้งโลกต่างพากัน “เดาทาง”ไปต่างๆนานา
หลังจาก “เนเน่” หยิบวิญญาณร็อกที่ตายแล้ว ขึ้นมาชุบชีวิตใหม่
เริ่มจากบันไดขั้นแรก เพลง “Zombie”ทำรุ่นใหญ่สายร็อก สะท้านสะเทือนเลื่อนลั่น
เนเน่ เลือกเพลงร็อกระดับตำนานของวงไอริช “The Cranberries” พร้อมลีลาโซโล่กีตาร์ดุดันไม่เกรงใจใครในรอบ Audition จนได้รับ Yes จากกรรมการทั้ง 4 คน
ตามด้วย เพลง “Hysteria” ในรอบ Judges' Callbacks “เนเน่”ใช้เพลง “Hysteria” ของวงร็อกอังกฤษ “Muse” พาตัวเองผ่านเข้าสู่รอบแสดงสด โดยเป็นหนึ่งใน 44 ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านไปรอบลึก
พร้อมกันนี้ เธอยังปลุกวิญญาณ “Black Hole Sun”ชึ้นมาในรอบ Quarterfinals ด้วยการนำเพลงของวงกรันจ์-อัลเทอร์เนทีฟร็อกอเมริกัน “Soundgarden” ซึ่งเป็นเพลงจากปี 1994 เช่นเดียวกับ Zombie มาเขย่าจนโลกทั้งใบสั่นไหวยวบยาบ
ทำให้ Mel B ห้ามใจไม่อยู่ มือลั่นกด Golden Buzzer ให้เนเน่ผ่านเข้าสู่รอบ Final ทันที ไม่ต้องแข่งในรอบถัดไป
สำหรับเพลงที่คาดว่า “เนเน่” น่าจะหยิบมาเป็น “เรือธง”เพื่อข้ามฝั่ง ไปนั่งบัลลังก์แชมป์ AGT ในรอบชิง คือเพลง...ของ วงร็อก “Metallica”
แล้วชื่อเพลงล่ะ?รู้กันยัง?ถ้ายัง จะกระซิบบอก!
แต่เอางี้…!เท่าที่ตามติดชีวิต “เนเน่” ร็อกสตาร์แห่งอันดามัน
พอวิเคราะห์ได้ว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ “เนเน่”จะใช้เป็น “ท่าไม้ตาย” อยู่ด้วยกันมี 2 เพลง!
เพลงแรก เป็นเพลงที่คนอเมริกันส่วนมากคุ้นหู ช่วงริฟฟ์เปิดเพลงจดจำง่าย และมีพื้นที่ให้โชว์เสียงร้อง
“ Enter Sandman” ฝันร้ายของเด็กชายคนหนึ่ง!
อีกเพลง หากนำมาโชว์ เนเน่จะแสดงความสามารถด้านกีตาร์ได้มากกว่า หนักกว่าและเป็น Metallica ยุคคลาสสิกมากกว่า มีพื้นที่สำหรับ Guitar performance
ยิ่งถ้าโชว์ “ร่างทอง”ออกมา ด้วยลีลาโซโล่กีตาร์ระดับเทพด้วยแล้ว สามารถแสดงตัวตนของ “เนเน่”ในฐานะ Rock guitarist ได้ชัดเป๊ะมาก
เพลงที่ว่านี้ เปิดด้วยริฟฟ์กีตาร์ที่หนักและซับซ้อน จังหวะเปลี่ยนหลายครั้ง เสียงร้องมีความก้าวร้าว ช่วงกลางเพลงเปลี่ยนอารมณ์เป็นท่อนบรรเลงที่ค่อนข้างมืดมนหดหู่ จากนั้นกลับเข้าสู่ความหนักหน่วงอีกครั้ง
“Master of Puppets” เจ้านายของหุ่นเชิด
แหมมมม! พอดีโควตาหน้ากระดาษ หมดก่อน!
งั้นจะบอกว่า ทำไม? Enter Sandman กับ Master of Puppets สองเพลงฮิตของตำนานวงร็อก “Metallica” ถึงมีความเป็นไปได้สูง
มันมีที่มาที่ไป ไม่ใช่นายบังเอิญเดินผ่าน!?!?
รอลุ้นเช้าวันที่ 23 กันยาฯก่อน... แล้วจะมาเหลาให้ฟัง!

อั๋นพันดาว

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16-31 กันยายน 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
30 ก.ค. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 481 หนี้ ที่ถือได้ว่า หนี้สาธารณะ เป็นเรื่องหนึ่งที่สังคมไทยพูดถึง และห่วงใยกันมาตลอด เพราะหนี้มีมากก็หมายถึง เครดิตของประเทศก็จะลดลง กล่าวกันว่า ปัญหา หนี้สาธารณะ คือภาวะที่รัฐบาลมีหนี้สินสะสมจาก การกู้ยืมเงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงป...