นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำชับกรมชลประทานเร่งบริหารจัดการน้ำและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง เพื่อเร่งลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ขณะที่ นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน มอบหมายให้ นายสิทธิพร พฤฒิพิบูลธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 11 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก พร้อมกำชับทุกหน่วยเร่งบริหารจัดการน้ำและระบายน้ำอย่างเต็มศักยภาพ โดยมี นายจิตเทพ เก้าพัฒนากุล หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการน้ำ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย
จุดแรกที่สถานีสูบน้ำคลองหกวาสายล่าง อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ขณะนี้เดินเครื่องสูบน้ำ 11 เครื่อง อัตราเครื่องละ 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เดินเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง ระบายน้ำได้ประมาณ 2.85 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อเร่งลดปริมาณน้ำและช่วยบรรเทาสถานการณ์ในพื้นที่
จากนั้นลงพื้นที่ประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำสมบูรณ์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เร่งผลักดันน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันสถานีสูบน้ำสมบูรณ์เดินเครื่องสูบน้ำ 2 เครื่อง อัตราเครื่องละ 15 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถระบายน้ำได้ประมาณ 2.59 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน

ส่วนที่อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา นายณัฐวุฒิ สินธุวงษ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระองค์ไชยานุชิต เปิดเผยว่า ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชลประทานและประชาชนในพื้นที่ ช่วยกันบรรจุและลำเลียงกระสอบทราย Big Bag เสริมแนวคันกั้นน้ำริมคลอง เพื่อป้องกันน้ำเอ่อล้นเข้าพื้นที่ชุมชน บ้านเรือนประชาชน และพื้นที่การเกษตร โดยจะเร่งดำเนินการในจุดที่มีความเสี่ยง เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน
กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 11 ยังคงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับแผนการบริหารจัดการและระบายน้ำให้เหมาะกับสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ รวมทั้งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับมือสถานการณ์น้ำ และลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด