สถานการณ์น้ำท่วมฉะเชิงเทรา ยังคงน่าห่วงในหลายอำเภอ ที่ทั้งอำเภอบางคล้าและอำเภอบางน้ำเปรี้ยว ยังมีน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ช่วงค่ำวันนี้ เกิดฝนตกหนัก และน้ำทะเลได้หนุนสูง ทำให้น้ำในแม่น้ำบางปะกง ระบายไม่ทัน เอ่อล้นเข้าท่วมถนนหลายสายกลางเมืองแปดริ้ว สูง 20–35 เซนติเมตร รถจักรยานยนต์หลายคันเครื่องดับต้องเข็นเข้าข้างทาง ชาวบ้านหวั่นน้ำทะลักเข้าร้านค้า เร่งนำกระสอบทรายตั้งแนวป้องกัน
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ยังคงได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอบางคล้าและอำเภอบางน้ำเปรี้ยว ซึ่งระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่พื้นที่อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังในวงกว้าง กลับเริ่มมีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมถนนสายสำคัญหลายจุดในช่วงค่ำวันนี้ (6 ตุลาคม 2569)
โดยสาเหตุสำคัญ มาจากสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำบางปะกง ประกอบกับช่วงเย็นที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำบางปะกง ระบายลงสู่ทะเลได้ช้าลง ก่อนเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ต่ำและถนนหลายสายภายในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา อาทิ บริเวณถนนชุมพล ด้านหน้าโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ และหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา พบว่ามีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 20–30 เซนติเมตร และมีปริมาณน้ำตลอดทั้งสาย ส่งผลให้รถจักรยานยนต์ หลายคันที่พยายามขับฝ่าน้ำเกิดเครื่องดับ ต้องจอดและเข็นเข้าข้างทาง
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งเคยผ่านประสบการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ต่างเริ่มเตรียมความพร้อม โดยนำกระสอบทรายมาวางเสริมแนวคันปูนที่เคยทำไว้ รวมทั้งเตรียมกระสอบทรายไว้บริเวณหน้าร้านค้า เพื่อป้องกันน้ำจากถนนที่อาจถูกแรงกระเพื่อมจากรถยนต์ไหลทะลักเข้าภายในร้าน
ส่วน ถนนพานิช หรือถนน 100 หมอ พบว่ามีน้ำท่วมเต็มพื้นที่จนถึงบริเวณฟุตบาท แต่รถยนต์ยังสามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ขณะที่ ถนนมรุพงษ์ริมน้ำ ซึ่งเป็นถนนที่อยู่ติดแม่น้ำบางปะกงมากที่สุด พบว่าน้ำเอ่อท่วมขึ้นมาถึงขอบฟุตบาท โดยเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาติดตั้ง เพื่อเร่งสูบน้ำภายในเขตเทศบาลระบายลงสู่แม่น้ำบางปะกง
ขณะที่บริเวณ หน้าโรงพยาบาลพุทธโสธร เจ้าหน้าที่ได้ปิดช่องทางเข้าโรงพยาบาล 1 ช่องทาง พร้อมนำกระสอบทรายมาวางเป็นแนวป้องกันน้ำ ส่วนภายในโรงพยาบาลได้เริ่มดำเนินการสูบน้ำออกจากพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเอ่อเข้าพื้นที่สำคัญของโรงพยาบาล
ส่วน ถนนหน้าเมือง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดที่มีระดับต่ำของตัวเมืองฉะเชิงเทรา พบว่ามีน้ำท่วมขังตลอดแนว ระดับน้ำประมาณ 30–35 เซนติเมตร แม้รถยนต์ยังสามารถสัญจรผ่านได้ แต่รถจักรยานยนต์ ที่พยายามขับฝ่าน้ำหลายคันประสบปัญหาเครื่องยนต์ดับและสตาร์ตไม่ติด จนต้องเข็นเข้าจอดริมทาง
สำหรับสาเหตุของน้ำที่เข้าท่วมพื้นที่ใจกลางเมืองฉะเชิงเทรา ในครั้งนี้ นอกจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังเป็นผลจากมวลน้ำในแม่น้ำบางปะกง ที่ไหลมาจากพื้นที่ตอนบน ทั้งจาก อำเภอบางคล้า อำเภอพนมสารคาม และอำเภอบางน้ำเปรี้ยว ก่อนจะไหลลงมาตามแม่น้ำบางปะกง แต่ในช่วงเวลาเดียวกันเกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้น้ำในแม่น้ำบางปะกงไม่สามารถระบายลงสู่ทะเลได้อย่างเต็มที่ จึงเกิดการเอ่อกลับเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำและถนนสายสำคัญหลายจุดภายในตัวเมืองฉะเชิงเทรา
อย่างไรก็ตาม หากระดับน้ำทะเลลดลงตามรอบน้ำ และไม่มีมวลน้ำระลอกใหม่เข้ามาเพิ่มเติม คาดว่าในช่วงกลางดึกคืนนี้ ระดับน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ตัวเมืองฉะเชิงเทราจะเริ่มลดลงและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกและระดับน้ำในแม่น้ำบางปะกงยังอยู่ในระดับสูง
นิราช ทิพย์ศรี/อาษา/ปรีญาภรณ์/จันทร์พิทักษ์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา 0909535645