พร้อมนำเสียงจากกำลังพลมากำหนดเป็นนโยบาย มุ่ง “บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา”
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลา 13.30 น. ที่ โรงแรมไมด้าแกรนด์ ทวารวดี นครปฐม พล.ต.ท.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เป็นประธานการประชุมมอบแนวทางการบริหารราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมีรองผู้บัญชาการ ผู้บังคับการ รองผู้บังคับการ และหัวหน้าสถานีตำรวจทั้ง104 สถานีในสังกัดตำรวจภูธรภาค 7 เข้าร่วมประชุม เพื่อถ่ายทอดนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่
การประชุมครั้งนี้แตกต่างจากการมอบนโยบายทั่วไป เพราะนโยบายส่วนหนึ่ง มาจาก เสียงของกำลังพลโดยตรง ตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง ผบช.ภ.7 ได้เปิดแบบสอบถาม “เสียงจากกำลังพล ภ.7” ให้ข้าราชการตำรวจทุกระดับแสดงความคิดเห็นโดยไม่ต้องระบุตัวตน ส่วนใหญ่เป็นกำลังพลหน้างาน ในสถานีตำรวจ ผลสำรวจพบว่ากำลังพลมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง ของตำรวจภูธรภาค 7 สูงที่สุด ในทุกหัวข้อที่สำรวจ พร้อมสะท้อนความต้องการสำคัญในเรื่องกำลังพล อุปกรณ์การปฏิบัติงาน ที่พักอาศัย และความเป็นธรรมในการพิจารณาความดีความชอบ
พล.ต.ท.ศิร์ธัชเขตฯ กล่าวว่า“ลูกน้องเราสละเวลาบอกความจริงกับเรา สิ่งที่ดีที่สุด ที่เราจะตอบแทนได้ คือ ทำให้เห็นว่าเสียงของเขามีผล แนวทางการบริหารที่มอบให้ในวันนี้ ส่วนหนึ่งจึงมาจากเสียงเหล่านี้”
นำวิสัยทัศน์และนโยบาย ผบ.ตร. สู่แนวปฏิบัติในพื้นที่
ผบช.ภ.7 ระบุว่า ตำรวจภูธรภาค 7 ในฐานะหน่วยในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหน้าที่นำวิสัยทัศน์ของ ผบ.ตร. “เป็นองค์กรบังคับใช้กฎหมาย ที่ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา” นโยบายการบริหารงาน 9 ข้อ และคุณลักษณะผู้นำหน่วยที่ดี FIT FAIR FUN มาแปลงเป็นยุทธศาสตร์และแนวทางปฏิบัติระดับพื้นที่ โดยให้ตำรวจภูธรจังหวัดกำหนดแผนงาน และให้สถานีตำรวจนำไปสู่การปฏิบัติ พร้อมกำหนดบทบาท ของผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับให้ชัดเจน ดังนี้
• ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด แปลงนโยบายเป็นเป้าหมายรายจังหวัด กำกับและแก้ไขปัญหา
• รองผู้บังคับการ เป็นเจ้าภาพผลลัพธ์ ไม่ใช่เพียงเจ้าภาพเอกสาร
• หัวหน้าสถานีตำรวจ ต้องรู้ คน งาน ปัญหา และประชาชนในพื้นที่
ตัวอย่างการนำนโยบาย ผบ.ตร. มาเป็นแนวปฏิบัติของ ภ.7
• “คืนเวลาให้ตำรวจ” สู่การลดการประชุม ให้ภาคเรียกประชุมเฉพาะตำรวจภูธรจังหวัด ให้สถานีรายงานเหตุตรงถึง ศปก.ภ.7 และลดการรายงานซ้ำซ้อน
• ยุติการฝากเร่งรัดคดี สู่การจัดชุดพนักงานสอบสวนพี่เลี้ยงจาก บก.กค.ภ.7 และ บก.สส.ภ.7 ลงไปสนับสนุนสถานีตำรวจ
• การตั้งจุดตรวจต้องมีเหตุผล สู่ข้อกำชับให้ตอบได้ว่าตั้งเพราะอะไร ห้ามสวมผ้าคลุมปกปิดใบหน้า และห้ามเรียกรับผลประโยชน์
• การยกระดับสวัสดิการและคุณภาพชีวิตตำรวจ สู่การให้ผู้บังคับบัญชาดูแลปัญหาหนี้สิน และประสานสหกรณ์ออมทรัพย์เรื่องอัตราดอกเบี้ย
• ผู้บังคับบัญชาที่ดีต้องให้สวัสดิการ ให้ความรู้ และกล้าดำเนินการเมื่อมีการกระทำผิด สู่การยกย่องตำรวจที่มีผลงานโดดเด่นให้เป็นวิทยากร ควบคู่กับการดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเป็นธรรมเมื่อมีการกระทำผิด
วิสัยทัศน์ หลักบริหาร 4 ประการ และจุดเน้น 5 เสา
วิสัยทัศน์ของตำรวจภูธรภาค 7 จึงเป็นการนำวิสัยทัศน์ของ ผบ.ตร. ลงสู่ระดับพื้นที่ คือ “ตำรวจภูธรภาค 7 บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา” พร้อมหลักบริหาร 4 ประการ ได้แก่ ยืนหยัดความถูกต้อง มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน ประชาชนเป็นศูนย์กลาง และใส่ใจผู้ใต้บังคับบัญชา และกำหนดจุดเน้นการบริหารงาน 5 เสา ได้แก่
1. พิทักษ์ ปกป้อง และเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้ภารกิจถวายความปลอดภัยเป็นภารกิจสำคัญสูงสุด และน้อมนำแนวทางจิตอาสาพระราชทานมาดำเนินการ
2. ดูแลความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เน้นปราบปรามยาเสพติดและอาวุธปืน ผู้มีอิทธิพล การค้ามนุษย์ สแกมเมอร์ หนี้นอกระบบ และสถานบริการที่ปล่อยให้เด็กและเยาวชนเข้าใช้บริการโดยผิดกฎหมาย สร้าง “วัคซีนไซเบอร์” ให้ประชาชนรู้เท่าทันการหลอกลวง และใช้หลักตำรวจชุมชน (Community Policing)
3. บังคับใช้กฎหมายและอำนวยความยุติธรรม ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ให้หมดไปกับการที่ผู้เสียหายต้องฝากเร่งรัดคดี และเร่งรัดคดีออนไลน์
4. สร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้ประชาชน ทำสถานีตำรวจให้เป็น “โรงพักเพื่อประชาชน” แบบ One Stop Service และเข้าถึงที่เกิดเหตุโดยเร็ว
5. ดูแลสวัสดิการและพัฒนาหน่วย ลดภาระหนี้สิน ดูแลสวัสดิการ ลดการประชุมและงานรายงานซ้ำซ้อน เพื่อคืนเวลาให้ตำรวจได้ดูแลประชาชน
นโยบายที่เกิดจากเสียงของกำลังพล
• เปิดช่องทาง LINE OA “เจดีย์ 1 ชวนคุย” ให้ข้าราชการตำรวจทุกระดับร้องทุกข์ แจ้งเบาะแส และเสนอแนะตรงถึง ผบช.ภ.7 โดยรักษาความลับ ตามที่กำลังพลร้อยละ 85 ต้องการ
• ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ตามที่กำลังพลเสนอ
• จัดตั้งทีมเฉพาะกิจจากกำลังพลที่มีความสามารถพิเศษ ด้านไอที ไซเบอร์ การผลิตสื่อ และโดรน ซึ่งมีผู้แสดงความพร้อมกว่า 399 นาย พร้อมมาเป็นส่วนหนึ่งของทีม
ในส่วนของงบประมาณ ผบช.ภ.7 กำชับให้ทุกหน่วยใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและโปร่งใส จัดสรรให้งานบริการประชาชนและภารกิจหลักก่อน ใช้ข้อมูลจุดเสี่ยงในการจัดสายตรวจ และใช้เทคโนโลยีแทนการเดินทางที่ไม่จำเป็น
พล.ต.ท.ศิร์ธัชเขตฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ประชาชนวัดการทำงานของเราจากวันที่เขาเดือดร้อน แล้วตำรวจช่วยเขาได้ หากพวกเราทำหน้าที่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย มุ่งเน้นประโยชน์ต่อประชาชน ผมพร้อมยืนหยัดเป็นกำแพงปกป้องทุกคนอย่างเต็มที่ ไม่หวั่นเกรงต่ออิทธิพลใด ๆ”
ปุณณภา สวัสดี/นครปฐม