กรมชลฯ ผนึกกำลัง สทนช. เดินหน้าบริหารน้ำทั้งระบบ เชื่อมโครงข่ายคลองเร่งระบายสู่เจ้าพระยา–อ่าวไทย ลดน้ำท่วมขัง บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน
วันนี้ (17 ตุลาคม 2569) นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ในจังหวัดปทุมธานี ฉะเชิงเทรา และกรุงเทพมหานคร เพื่อหารือแนวทางเร่งระบายน้ำที่ยังท่วมขัง เชื่อมการทำงานของประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำให้สอดคล้องกัน โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนตลอดเส้นทางน้ำ โดยมี นายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา และ ผู้อำนวยการโครงการรวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่สำรวจและรายงานผลการดำเนินงานในแต่ละจุด
.
โดยจุดแรก คณะลงพื้นที่สถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการเร่งระบายน้ำจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยใช้ทั้งการเปิดประตูระบายน้ำตามธรรมชาติในช่วงที่ระดับน้ำเอื้ออำนวย และเดินเครื่องสูบน้ำช่วยระบายเมื่อระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูง พร้อมวางแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำตลอดแนวคลองรังสิต เพื่อลดน้ำท่วมขังในพื้นที่ให้เร็วขึ้น
.
จากนั้นไปยังประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำจุฬาลงกรณ์ ปัจจุบันเดินเครื่องสูบน้ำทั้ง 3 สถานีพร้อมเสริมเครื่องสูบน้ำไฮโดรโฟลว์อีก 2 เครื่อง และแบบทุ่นลอย 1 เครื่อง เพิ่มกำลังระบายน้ำ โดยเฉพาะช่วงที่แม่น้ำเจ้าพระยามีระดับน้ำสูงจนไม่สามารถระบายผ่านประตูได้ตามปกติ ช่วยเร่งนำน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขังอย่างต่อเนื่อง
.
จากนั้น คณะได้ติดตามการบริหารน้ำบริเวณประตูระบายน้ำกลางคลองรังสิต ที่ประตูระบายน้ำกลางคลอง 8–9 และคลอง 12–13 ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการรับและควบคุมน้ำจากพื้นที่นครนายก ให้ไหลผ่านโครงข่ายคลองรังสิตอย่างเหมาะสม พร้อมตรวจสอบการไหลของน้ำบริเวณประตูระบายน้ำปากคลองซอยที่ 8 สายล่าง (รังสิตใต้) เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนเชื่อมการทำงานของประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำแต่ละแห่งให้สอดคล้องกัน สามารถทยอยระบายน้ำจากพื้นที่ด้านในออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่เพิ่มผลกระทบต่อชุมชนตามแนวคลอง
.
สำหรับพื้นที่ฝั่งตะวันออก คณะลงพื้นที่จุดตัดคลองพระองค์ไชยานุชิต–คลองสำโรง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นเส้นทางระบายน้ำสำคัญที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบสภาพการไหลของน้ำและพิจารณาจุดเสริมเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ ช่วยเร่งระบายน้ำที่สะสมอยู่ในระบบคลอง โดยคำนึงถึงความสามารถในการรับน้ำของคลองปลายทาง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียง
.
ในส่วนของจุดบริเวณสะพานมอเตอร์เวย์ใต้คลองพระองค์ไชยานุชิต กรมชลประทานได้นำรถขุดแบคโฮลงโป๊ะขุดลอกสันดอนที่กีดขวางทางน้ำ ทำให้น้ำไหลผ่านได้สะดวกและรวดเร็ว พร้อมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 8 เครื่อง บริเวณหน้าโครงการสูบผันน้ำเชื่อมโยงโครงการพระองค์ไชยานุชิต–อ่างเก็บน้ำบางพระ เพื่อเสริมกำลังเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่
.
จากนั้นลงพื้นที่ไปยัง ประตูระบายน้ำกลางคลองหลวงแพ่ง ซึ่งเป็นบริเวณรอยต่อจังหวัดฉะเชิงเทราและกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการบริหารน้ำจากคลองนครเนื่องเขต เชื่อมต่อไปยังคลองประเวศบุรีรมย์ เพื่อช่วยระบายน้ำจากพื้นที่บางน้ำเปรี้ยวและหนองจอก ก่อนจะลงพื้นที่จุดน้ำล้นข้ามคัน บริเวณแนวเสาวภาผ่องศรี–สมบูรณ์ ถนนทางหลวงชนบท นย.3001 ช่วงคลองชวดงูเห่า อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำสะสมและกระแสน้ำไหลผ่านถนน โดยคณะได้ติดตามสถานการณ์น้ำและร่วมหารือแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนทั้งสองฝั่งให้ได้มากที่สุด ก่อนลงพื้นที่จุดติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำคลองท่าลาดเป็นจุดสุดท้าย เพื่อติดตามการเร่งระบายน้ำและข้อจำกัดในพื้นที่
.
ทั้งนี้ นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวทิ้งท้ายว่า การลงพื้นที่ร่วมกับกรมชลประทานในครั้งนี้ ทำให้เห็นสภาพปัญหาและข้อจำกัดของการระบายน้ำในแต่ละจุด ซึ่งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จะร่วมกับกรมชลประทานวางแผนบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เชื่อมโยงโครงข่ายคลอง ประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำให้ทำงานสอดคล้องกัน พร้อมเร่งสำรวจจุดที่ยังมีน้ำท่วมขัง เพื่อหาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำให้เต็มศักยภาพ โดยคำนึงถึงระดับน้ำต้นทางและปลายทางเป็นสำคัญ เพื่อเร่งระบายน้ำผ่านแม่น้ำสายหลักออกสู่อ่าวไทยให้เร็วที่สุด โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ลดพื้นที่น้ำท่วมขัง บรรเทาความเดือดร้อน และช่วยให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด