น้ำท่วมบ้านบางไผ่ หมู่ 2 อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ยืดเยื้อกว่า 20 วัน ระดับน้ำยังสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านต้องอพยพไปอยู่ศูนย์พักพิง แต่ยังต้องพายเรือกลับมาตรวจดูบ้านทุกวัน หลังน้ำเริ่มเปลี่ยนสี ส่งกลิ่นเหม็น แหนและวัชพืชไหลทะลักเข้าบ้าน ขณะที่ข้าวของเครื่องใช้จมน้ำเสียหายจำนวนมาก หวั่นหลังน้ำลดต้องคัดของทิ้งอีกหลายรายการ ด้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเผย น้ำหนุนจากแม่น้ำบางปะกงล้นคันกั้นดิน ทำให้ชาวบ้านรับมือไม่ไหว แม้พยายามป้องกันแล้วก็ตาม ตนเองพายเรือกลับมาดูบ้านก็ต้องพายดูบ้านของลูกบ้านด้วยเช่นกัน
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ยังคงส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่บ้านบางไผ่ หมู่ 2 ตำบลบางไผ่ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งมีบ้านเรือนประชาชนตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง ปัจจุบันระดับน้ำยังท่วมสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านหลายครอบครัวต้องอพยพออกไปอาศัยอยู่ด้านนอกและที่ศูนย์พักพิง หลังน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนจนไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ ขณะเดียวกัน แม้จะต้องอพยพออกจากบ้านแล้ว แต่ชาวบ้านยังคงเป็นห่วงทรัพย์สินที่อยู่ภายในบ้าน จึงต้องพายเรือฝ่ากระแสน้ำกลับมาตรวจสอบข้าวของแทบทุกวัน ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่ยืดเยื้อมานานกว่า 20 วัน และยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลงอย่างชัดเจน
สภาพภายในบ้านที่ถูกน้ำท่วมขังเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าเป็นห่วง น้ำเริ่มมีสีคล้ำและส่งกลิ่นเหม็น ขณะที่แหนและวัชพืชต่าง ๆ ไหลทะลักเข้ามาสะสมภายในบ้าน เกาะตามผนังและสิ่งของเครื่องใช้ที่จมอยู่ใต้น้ำ โดยเฉพาะบ้านชั้นเดียวที่เจ้าของบ้านไม่สามารถยกข้าวของหนีน้ำได้ทัน ทำให้ทรัพย์สินจำนวนมากจมอยู่ใต้น้ำเป็นเวลานาน หลังจากน้ำลดลง ชาวบ้านยังต้องเผชิญกับภาระทำความสะอาดบ้าน ขจัดคราบโคลนและสิ่งสกปรก รวมถึงตรวจสอบว่าข้าวของชิ้นใดพอจะนำกลับมาใช้ได้ ส่วนสิ่งของที่ชำรุดเสียหายก็จำเป็นต้องคัดทิ้ง ซึ่งหมายถึงค่าใช้จ่ายและความเสียหายที่ต้องแบกรับเพิ่มเติม
นายตะวัน วนาภรณ์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ตำบลบางไผ่ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า พื้นที่ดังกล่าว ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักต่อเนื่องประมาณ 4-5 วันในช่วงแรก ทำให้เกิดน้ำท่วมขังจากน้ำฝนสะสม ก่อนที่สถานการณ์จะรุนแรงขึ้นเมื่อน้ำจากพื้นที่ด้านบนไหลลงมา ประกอบกับน้ำในแม่น้ำบางปะกงหนุนสูงในช่วงน้ำทะเลหนุน จนระดับน้ำสูงกว่าคันกั้นดินริมคลองและไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน แม้ชาวบ้านจะพยายามยกข้าวของขึ้นที่สูงและหาทางป้องกันน้ำตามวิถีที่เคยทำมา แต่เมื่อน้ำหนุนสูงจนล้นแนวกั้น ก็ทำให้มาตรการป้องกันที่เตรียมไว้ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ทรัพย์สินภายในบ้านได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก
ส่วนกรณี ที่มีการคาดการณ์ว่าน้ำอาจท่วมต่อเนื่องอีกกว่า 30 วัน นายตะวันยอมรับว่า หากระดับน้ำยังคงหนุนสูงจนไม่สามารถระบายน้ำออกได้ ชาวบ้านก็ต้องประคับประคองสถานการณ์และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าตามสภาพในแต่ละวัน พร้อมหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเร็ว และสำหรับเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยครัวเรือนละ 9,000 บาทนั้น นายตะวันมองว่า แม้ความเสียหายของแต่ละครอบครัวจะไม่เท่ากัน แต่เงินจำนวนดังกล่าวก็ยังพอช่วยแบ่งเบาภาระและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้บางส่วน ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วมยาวนาน ซึ่งนอกจากจะต้องสูญเสียทรัพย์สินแล้ว ชาวบ้านยังต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากและเฝ้ารอวันที่จะได้กลับเข้าบ้านของตัวเองอีกครั้ง ตอนนี้ตนเองก็ทำได้เพียงพายเรือกลับมาทรัพย์สินที่บ้านและก็ต้องพายเรือดูบ้านของลูกบ้านโดยรอบ ในทุกวันๆ เพื่อความสบายใจของลูกบ้านที่ต้องอพยพหนีน้ำไปอยู่ด้านนอก
นิราช ทิพย์ศรี/อาษา/ปรีญาภรณ์/จันทร์พิทักษ์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา 0909535645