มุ่งยกระดับขนส่งสาธารณะปลอดภัย เข้าถึงทุกกลุ่มประชาชน
จังหวัดน่าน เดินหน้าขับเคลื่อนระบบขนส่งสาธารณะระดับชุมชน บูรณาการความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สำนักงานขนส่งจังหวัดน่าน และสำนักส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดน่าน เตรียมความพร้อมการจัดบริการรถโดยสารสาธารณะเส้นทางสาย 2495 “ท่าวังผา–บ้านบรรณโสภิษฐ์ ตำบลชนแดน อำเภอสองแคว” ระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตร มุ่งเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางถนน และส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงบริการด้านการศึกษา การแพทย์ และบริการภาครัฐได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุมทิวลิป โรงแรมดิ อิมเพรสน่าน ได้มีการจัดกิจกรรม “สรุปและเตรียมความพร้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดบริการขนส่งสาธารณะ” โดยมีผู้แทนจากสำนักงานขนส่งจังหวัดน่าน สำนักส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดน่าน และเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ตามแนวเส้นทางให้บริการ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและหารือแนวทางการดำเนินงาน เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการจัดบริการขนส่งสาธารณะ โครงสร้างพื้นฐาน จุดจอดรถ และการบริหารจัดการในระดับพื้นที่ ให้สามารถพัฒนาไปสู่การให้บริการที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
ผลสำรวจสะท้อนความต้องการของประชาชน เร่งพัฒนาทางเลือกการเดินทางที่ปลอดภัย
จากผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ จำนวน 402 คน พบว่า ร้อยละ 96.5 เห็นควรให้เปิดบริการรถโดยสารสาธารณะเส้นทางสาย 2495 โดยเร็ว สะท้อนถึงความต้องการทางเลือกในการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว นักเรียน ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องเดินทางไปใช้บริการด้านสุขภาพหรือประสานงานกับหน่วยงานราชการ
ผลสำรวจยังพบว่า ครัวเรือนในพื้นที่ร้อยละ 67.9 ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะหลัก ขณะที่ผู้ตอบแบบสำรวจร้อยละ 49.8 มีอายุต่ำกว่า 25 ปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเยาวชนและนักเรียน ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการเพิ่มทางเลือกในการเดินทางที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดการพึ่งพารถจักรยานยนต์และส่งเสริมความปลอดภัยในการเดินทาง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้ถนนที่มีความจำเป็นต้องเดินทางเป็นประจำ
สำหรับวัตถุประสงค์ในการเดินทางของประชาชน พบว่า ร้อยละ 49.6 เดินทางเพื่อการเรียนและการศึกษา ร้อยละ 49.0 เดินทางเพื่อทำธุระส่วนตัวและติดต่อราชการ และร้อยละ 39.6 เดินทางเพื่อเข้ารับบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาล ข้อมูลนี้สะท้อนบทบาทของระบบขนส่งสาธารณะในการสนับสนุนการดำเนินชีวิตประจำวัน ลดข้อจำกัดด้านการเดินทาง และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการที่จำเป็นของประชาชนในพื้นที่
เสนอแนวทางจัดบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้โดยสาร
ภายในเวทีประชุมได้มีการนำเสนอข้อเสนอแนะจากประชาชน เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาออกแบบบริการให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตของผู้ใช้บริการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่
การจัดสิทธิประโยชน์สำหรับกลุ่มเปราะบาง เสนอให้พิจารณาส่วนลดค่าโดยสารร้อยละ 50 หรือการให้บริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ รวมถึงการจัดทำบัตรโดยสารรายเดือนและ Student Pass เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
การกำหนดเวลาเดินรถให้เหมาะสม เสนอให้พิจารณาเวลาเดินรถเที่ยวแรกประมาณ 05.00–05.30 น. เพื่อรองรับนักเรียน ผู้ที่ต้องเดินทางไปทำงาน และประชาชนที่มีนัดหมายเข้ารับบริการทางการแพทย์ พร้อมเสนอให้พิจารณาความถี่ของเที่ยวรถในช่วงเวลาเร่งด่วน โดยมีข้อเสนอให้รถออกทุก 15 นาที ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการศึกษาความเหมาะสมด้านจำนวนผู้โดยสาร ต้นทุนการดำเนินงาน และความพร้อมของผู้ให้บริการ
การเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัย ให้ความสำคัญกับการจัดจุดจอดรถที่เหมาะสม มีป้ายแสดงข้อมูลเส้นทางและเวลาเดินรถชัดเจน ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้โดยสารทุกช่วงวัย
ข้อเสนอเหล่านี้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนและหารือร่วมกัน เพื่อให้การจัดบริการรถโดยสารสาธารณะสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างเหมาะสมและมีโอกาสดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
เตรียมความพร้อม 4 ด้าน เสริมบทบาท อปท. ขับเคลื่อนระบบขนส่งระดับชุมชน
การประชุมครั้งนี้ให้ความสำคัญกับบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนและเข้าใจบริบทของพื้นที่ โดยมุ่งเตรียมความพร้อมใน 4 ด้านสำคัญ ดังนี้
1. ด้านการวางแผนและงบประมาณ
ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณาบรรจุโครงการก่อสร้างและปรับปรุงจุดจอดรถโดยสารไว้ในแผนพัฒนาท้องถิ่น รวมถึงวางแผนจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับความจำเป็นของพื้นที่ พร้อมประสานความร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนพิจารณารูปแบบความร่วมมือกับภาคเอกชนตามกรอบอำนาจหน้าที่และระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านขนส่งสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง
2. ด้านการจัดการพื้นที่และการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวก
ประสานหน่วยงานเจ้าของทางเพื่อขออนุญาตใช้พื้นที่สำหรับจัดตั้งจุดจอดรถอย่างถูกต้อง พร้อมออกแบบศาลาพักคอยให้มีความมั่นคง แข็งแรง ปลอดภัย และสามารถป้องกันแดดและฝนได้อย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงหลักการออกแบบเพื่อคนทุกกลุ่ม (Universal Design) เช่น ทางลาดสำหรับผู้ใช้รถเข็น พื้นที่ขึ้นลงรถที่สะดวก ป้ายข้อมูลที่อ่านง่าย ระบบไฟส่องสว่าง และการพิจารณาติดตั้งกล้องวงจรปิดตามความเหมาะสม เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสาร
3. ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนและการลดข้อขัดแย้งในพื้นที่
เปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับตำแหน่งจุดจอดรถ โดยคำนึงถึงความสะดวกในการเข้าถึง ความปลอดภัยในการขึ้นลงรถ และผลกระทบต่อบ้านเรือน ร้านค้า และผู้ใช้เส้นทาง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ ตัดแต่งกิ่งไม้ และแก้ไขสิ่งกีดขวางที่อาจบดบังทัศนวิสัยหรือส่งผลต่อความปลอดภัยในการจอดรับส่งผู้โดยสาร
4. ด้านการบำรุงรักษาและการดูแลในระยะยาว
วางแนวทางมอบหมายหน่วยงานภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กองช่างหรือหน่วยงานด้านสาธารณสุข ให้รับผิดชอบดูแลความสะอาด ตรวจสอบสภาพจุดจอดรถ และซ่อมแซมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และร้านค้าในพื้นที่ ในการช่วยสอดส่องดูแลความเรียบร้อยและแจ้งเหตุผิดปกติ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับผู้โดยสาร
ผนึกกำลังทุกภาคส่วน มุ่งสู่ระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม
การเตรียมความพร้อมเปิดบริการรถโดยสารสาธารณะสาย 2495 เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะระดับพื้นที่ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งสำนักงานขนส่งจังหวัดน่าน สำนักส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดน่าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน ผู้ให้บริการ และประชาชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันกำหนดรูปแบบการให้บริการที่เหมาะสมกับสภาพการเดินทางและความต้องการของผู้ใช้บริการ
การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดให้มีรถโดยสารเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการจัดจุดจอดที่ปลอดภัย การกำหนดเวลาเดินรถที่เหมาะสม การดูแลค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และการออกแบบบริการที่คำนึงถึงประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่มีข้อจำกัดในการเดินทาง
ทั้งนี้ การดำเนินงานในระยะต่อไปจะต้องอาศัยการประสานงานและพิจารณาความพร้อมในด้านต่าง ๆ อย่างรอบด้าน เพื่อให้การจัดบริการรถโดยสารสาธารณะเส้นทางสาย 2495 สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง และนำไปสู่การลดข้อจำกัดในการเดินทาง เพิ่มโอกาสทางการศึกษา ส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในอำเภอท่าวังผา อำเภอสองแคว และพื้นที่เชื่อมโยง ให้สามารถเดินทางได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเท่าเทียมมากยิ่งขึ้น
#สานพลังสร้างระบบขนส่งสาธารณะ #ขนส่งสาธารณะน่าน #รถมินิบัสน่าน #รถโดยสารสาย2495 #อปทน่าน #ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่าน #เดินทางสะดวกปลอดภัย #น่านเมืองน่าอยู่ #ท่าวังผาสองแคว
@@@@@@@@@@@
ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จ.น่าน
อปท. น่าน ผนึกกำลังขนส่งจังหวัด–ท้องถิ่นจังหวัด เตรียมความพร้อมเปิดรถมินิบัสสาย 2495 “ท่าวังผา–ชนแดน สองแคว” มุ่งยกระดับขนส่งสาธารณะปลอดภัย เข้าถึงทุกกลุ่มประชาชน
จังหวัดน่าน เดินหน้าขับเคลื่อนระบบขนส่งสาธารณะระดับชุมชน บูรณาการความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สำนักงานขนส่งจังหวัดน่าน และสำนักส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดน่าน เตรียมความพร้อมการจัดบริการรถโดยสารสาธารณะเส้นทางสาย 2495 “ท่าวังผา–บ้านบรรณโสภิษฐ์ ตำบลชนแดน อำเภอสองแคว” ระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตร มุ่งเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางถนน และส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงบริการด้านการศึกษา การแพทย์ และบริการภาครัฐได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุมทิวลิป โรงแรมดิ อิมเพรสน่าน ได้มีการจัดกิจกรรม “สรุปและเตรียมความพร้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดบริการขนส่งสาธารณะ” โดยมีผู้แทนจากสำนักงานขนส่งจังหวัดน่าน สำนักส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดน่าน และเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ตามแนวเส้นทางให้บริการ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและหารือแนวทางการดำเนินงาน เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการจัดบริการขนส่งสาธารณะ โครงสร้างพื้นฐาน จุดจอดรถ และการบริหารจัดการในระดับพื้นที่ ให้สามารถพัฒนาไปสู่การให้บริการที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
ผลสำรวจสะท้อนความต้องการของประชาชน เร่งพัฒนาทางเลือกการเดินทางที่ปลอดภัย
จากผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ จำนวน 402 คน พบว่า ร้อยละ 96.5 เห็นควรให้เปิดบริการรถโดยสารสาธารณะเส้นทางสาย 2495 โดยเร็ว สะท้อนถึงความต้องการทางเลือกในการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว นักเรียน ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องเดินทางไปใช้บริการด้านสุขภาพหรือประสานงานกับหน่วยงานราชการ
ผลสำรวจยังพบว่า ครัวเรือนในพื้นที่ร้อยละ 67.9 ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะหลัก ขณะที่ผู้ตอบแบบสำรวจร้อยละ 49.8 มีอายุต่ำกว่า 25 ปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเยาวชนและนักเรียน ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการเพิ่มทางเลือกในการเดินทางที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดการพึ่งพารถจักรยานยนต์และส่งเสริมความปลอดภัยในการเดินทาง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้ถนนที่มีความจำเป็นต้องเดินทางเป็นประจำ
สำหรับวัตถุประสงค์ในการเดินทางของประชาชน พบว่า ร้อยละ 49.6 เดินทางเพื่อการเรียนและการศึกษา ร้อยละ 49.0 เดินทางเพื่อทำธุระส่วนตัวและติดต่อราชการ และร้อยละ 39.6 เดินทางเพื่อเข้ารับบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาล ข้อมูลนี้สะท้อนบทบาทของระบบขนส่งสาธารณะในการสนับสนุนการดำเนินชีวิตประจำวัน ลดข้อจำกัดด้านการเดินทาง และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการที่จำเป็นของประชาชนในพื้นที่
เสนอแนวทางจัดบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้โดยสาร
ภายในเวทีประชุมได้มีการนำเสนอข้อเสนอแนะจากประชาชน เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาออกแบบบริการให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตของผู้ใช้บริการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่
การจัดสิทธิประโยชน์สำหรับกลุ่มเปราะบาง เสนอให้พิจารณาส่วนลดค่าโดยสารร้อยละ 50 หรือการให้บริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ รวมถึงการจัดทำบัตรโดยสารรายเดือนและ Student Pass เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
การกำหนดเวลาเดินรถให้เหมาะสม เสนอให้พิจารณาเวลาเดินรถเที่ยวแรกประมาณ 05.00–05.30 น. เพื่อรองรับนักเรียน ผู้ที่ต้องเดินทางไปทำงาน และประชาชนที่มีนัดหมายเข้ารับบริการทางการแพทย์ พร้อมเสนอให้พิจารณาความถี่ของเที่ยวรถในช่วงเวลาเร่งด่วน โดยมีข้อเสนอให้รถออกทุก 15 นาที ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการศึกษาความเหมาะสมด้านจำนวนผู้โดยสาร ต้นทุนการดำเนินงาน และความพร้อมของผู้ให้บริการ
การเพิ่มความสะ