ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
คอลัมนิสต์ประจำอปท.นิวส์ ย้อนกลับ
กรณีตัวอย่างการไต่สวนของ ป.ป.ช.
07 ต.ค. 2564

เขียนให้คิด : โดย ซีศูนย์

กรณีตัวอย่างการไต่สวนของ ป.ป.ช.

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ช่วงนี้โควิด-19 กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนทั่วโลก จนไม่ค่อยกังวลกันมากเหมือนต้นปีที่ผ่านมา แต่ก็ระวังไว้ด้วยนะครับ เพราะข่าวเจ้าเชื้อนี้กลายพันธ์เก่ง ยังไงรัฐบาลก็ควรตรึกตรองให้แน่นอนก่อนจะเปิดประเทศเต็มที่จนปราศการควบคุมที่ดีนะครับ ยิ่งบ้านเราระบบอุปถัมภ์เกื้อกูลมันมากเกิน

ส่วนสังคมท้องถิ่นเราก็เตรียมตัวเลือกตั้ง อบต. 5 พันกว่าแห่ง ปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ แต่บรรดาผู้บริหารท้องถิ่นที่อยู่กันตอนนี้ ท่านต้องพ้นหน้าที่ทันทีที่ประกาศ กกต.ออกมา วันไหนอย่าเผลอไปเซ็นอะไรเข้านะครับ เป็นเรื่องเอาง่ายๆ เว้นแต่มีเหตุเพทภัยใดเกิดมาช่วงนั้นอีกก็ว่ากันไป

เรามาว่ากันต่อในเรื่อง ป.ป.ช.ที่เคยเล่าหลายครั้งเหมือนกันว่า เมื่อมีเรื่องร้องเรียนเข้าไป เขาก็จะไต่สวนเบื้องต้นหรือส่งหน่วยงานต้นสังกัดไปทำอย่างไรก็เป็นไปตามกฎหมาย ถ้าไต่สวนแล้วไม่มีมูลพอ จะรับไว้ดำเนินการก็ไม่รับหรือยก หรืออาจส่งไปให้หน่วยงานอื่นทำแทน ว่ากันไป ที่ไม่รับก็หาใช่ว่า ผู้ถูกกล่าวหาทำอะไรถูกต้องตามจริงไปหมด แต่อาจเป็นเพราะไม่อาจแสวงหาหลักฐานมาประกอบการพิจารณาว่า มีมูลอย่างไรเพียงพอรับไว้ไต่สวนให้ชัดเจนหรือไม่ จะยกกรณีศึกษาสักเรื่องครับ

เรื่องมีอยู่ว่าที่ อบจ.แห่งหนึ่ง มีการจัดทำโครงการแผนพัฒนา 3 ปี เพิ่มเติมเป็นยุทธศาสตร์จังหวัด ด้านส่งเสริมการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว ยุทธศาสตร์การพัฒนาของ อปท.ในเขตจังหวัด เกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แนวทางการพัฒนา เสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาระบบคมนาคมและขนส่ง งบประมาณ 30 ล้านบาท ซึ่งได้ทำโครงการติดตั้งเครื่องผสมคอนกรีต (แพล้นท์ปูน) อัตโนมัติ พร้อมอุปกรณ์ครบชุด กำลังผลิตไม่น้อยกว่า 50 ลบ.เมตรต่อชั่วโมง รวมทั้งปรับปรุงพื้นที่และติดตั้งระบบสาธารณุปโภค สาธารณูปการ จำนวน 2 แห่ง ในพื้นที่ 2 อำเภอ

โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ อบจ. มีเครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้างขั้นพื้นทางและเส้นทาง และสามารถซ่อมแซมปรับปรุงถนนคอนกรีตเสริมเหล็กได้เองด้วยเครื่องจักรของ อบจ. ทำให้สามารถลดต้นทุนการก่อสร้างหรือการซ่อมแซมลงได้ เป็นการประหยัดงบประมาณของ อบจ.ในระยะยาว และสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ตอบสนองความต้องการของชาวบ้านได้ทันท่วงทีและมากขึ้นกว่าเดิม โดยให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมด้วยกับโครกงการนี้

ต่อมาผู้อำนวยการกองช่าง ของ อบจ.แห่งนี้ก็ได้เสนอขออนุมัติโครงการดังกล่าวต่อนายก อบจ. โดยใช้งบประมาณโครงการจากเงินกู้ของสถาบันการเงินจำนวน 20 กว่าล้าน เมื่อนายก อบจ.อนุมัติโครงการ ผู้อำนวยการกองช่างจึงมีบันทึกเสนอขออนุมัติกู้เงินจากสถาบันการเงินเพื่อดำเนินโครงการ โดยขอรวมไปกับโครงการจัดซื้อรถผสมคอนกรีต ขนาด 6 ลูกบาศก์เมตร เป็นรถสิบล้อแรงม้าไม่น้อยกว่า 330 แรงม้า 2 เพลา จำนวน 6 คัน เป็นเงิน 20 ล้านบาทเศษ และโครงการจัดซื้อแบบเหล็กถนนชนิดสองหน้า (2 side - Roadform) พร้อมลิ่มขนาดกว้าง 0.15 เมตร และ 0.20 เมตร ความยาว 3 เมตร จำนวน 500 ตัว เป็นเงิน 1,000,000 บาท รวมทั้งสิ้น 3 โครงการ เป็นเงินงบประมาณ 50,000,000 บาท ซึ่งนายก อบจ.ก็อนุมัติเช่นกัน และให้แจ้งกองแผนและงบประมาณเพื่อขออนุมัติต่อสภา อบจ.แห่งนั้น

ผู้อำนวยการกองช่างคนดังกล่าว จึงมีบันทึกแจ้งกองแผนและงบประมาณให้ขออนุมัติกู้เงินต่อสภา อบจ. ซึ่งในการประชุมสภา อบจ.นั้น ได้จัดให้เปิดการประชุมวิสามัญ สมัยที่ 2 ขึ้นราวต้นเดือนธันวาคม ได้มีการบันทึกวาระการประชุมเห็นชอบให้ อบจ.กู้เงินจากสถาบันการเงินเพื่อดำเนินการโครงการดังกล่าวได้ ต่อมา อบจ.แห่งนี้ ได้มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อขออนุมัติกู้เงินจากสถาบันการเงิน แต่เรื่องนี้เข้าใจว่า ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็คงจะรู้ทันว่า อาจมีเรื่องไม่ชอบมาพากลในการจัดทำโครงการ เพราะเป็นการจัดซื้อเครื่องจักรขนาดใหญ่ จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการกู้เงินจังหวัดขึ้นเพื่อพิจารณาคำขอของ อบจ.ในโครงการดังกล่าว

ต่อมาจังหวัดก็ได้มีหนังสือตอบไปยัง อบจ. แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองฯ ว่า ที่ประชุมมีมติ ม่เห็นชอบให้ อบจ.กู้เงินในโครงการดังกล่าว และได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า หาก อบจ.มีความประสงค์จะขอกู้ต้องเพิ่มเติมรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ โดยต้องให้ความเห็นเกี่ยวกับความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการขอกู้เงินใช้ในโครงการดังกล่าว การดำเนินกิจกรรมตามโครงการดังกล่าว เป็นการไปแข่งขันกับกิจการของเอกชนหรือไม่ อย่างไร ประโยชน์ที่ อบจ.จะได้รับ และแผนการดำเนินงานของโครงการดังกล่าว หากได้รับการอนุมัติให้กู้เงินแล้ว ตลอดจนงบประมาณเพิ่มเติมที่ อบจ.ต้องจัดเตรียมไว้ในอำนวยการ การจัดการและการซ่อมแซม บำรุงรักษาเพื่อให้เกิดความคุ้มค่า ในการดำเนินการดังกล่าว จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการขอกู้เงินในโครงการดังกล่าว ซึ่งก็เป็นข้อที่จังหวัดตั้งประเด็นเพื่อความชัดเจนรอบคอบครับท่านผู้อ่าน

ซึ่งต่อมา อบจ.แห่งนี้ ได้มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอีกครั้งหนึ่ง ส่งรายละเอียดข้อมูลของโครงการเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการกู้เงินจังหวัดได้ให้ความเห็น แต่หลังจากนั้นครับท่านผู้อ่าน อบจ.ก็ยังไม่ได้รับแจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการกู้เงิน และยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการจังหวัดแต่อย่างใด จนเวลาต่อมา อบจ.แห่งนี้ก็ยังไม่ได้ดำเนินโครงการดังกล่าว

เรื่องนี้เมื่อได้รับข้อทักท้วงจากจังหวัดที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการกู้เงิน ซึ่งมีความเห็นในลักษณะที่การกู้เงินของ อบจ.ยังไม่มีความชัดเจน และยังไม่มีการกู้เงินแม้นายก อบจ.จะเห็นชอบและผ่านสภาแล้วก็ตาม เมื่อหน่วยงานของรัฐที่กำกับดูแลทักท้วงไว้เช่นนั้น ก็ระงับการดำเนินโครงการไป จึงไม่เกิดความเสียแก่ทางราชการ คือ อบจ.แห่งนั้น

ถ้าเรื่องเป็นเช่นนี้ ป.ป.ช.เขาพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำที่จะส่อไปในทางไม่สุจริตอย่างไรก็ยังไม่ปรากฏ จึงไม่รับเรื่องไว้ไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไป กลับกัน ถ้าเรื่องนี้ อบจ.แห่งนี้ไม่ฟังจังหวัด ยังคงดึงดันจะไปกู้เงินต่อ และกระทำการอันมีลักษณะเอื้อประโยชน์กับใครอย่างไรแล้วก็คงไม่จบเช่นนี้นะครับ ติดตามตอนต่อไปครับ

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16-31 ตุุลาคม 2564
อปท.เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
15 ต.ค. 2564
ประเทศไทยจัดได้ว่า เป็นประเทศเกษตรกรรมในอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งแน่นอนว่าประชากรส่วนใหญ่ของประเทศก็ต้องมีอาชีพเป็นเกษตรกร อย่างไรก็ตาม ราคาพืชผลทางการเกษตรที่ขึ้นๆ ลงๆ และโน้มเอียงไปทางตกต่ำอยู่บ่อยๆ แถบทุกปี จึงเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรไทย...
หนังสือในเครือ
สุดยอดผู้นำท้องถิ่นแห่งปี 2558