ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
คอลัมนิสต์ประจำอปท.นิวส์ ย้อนกลับ
อเมริกาจะมาไม้ไหนกับจีน ?
18 มิ.ย. 2565

โลกของจีน : โดย ชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ

อเมริกาจะมาไม้ไหนกับจีน ?

มีข่าวว่า โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กำลังพิจารณาจะยกเลิก “กำแพงภาษี” ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ก่อขึ้นมาสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตามนโยบาย America First เพื่อกีดกันสินค้านำเข้าจากจีน ด้วยเหตุผลว่า จีนค้าขายเก่งกว่าสหรัฐฯ จนเกินไปเลยต้องขึ้นภาษีนำเข้าให้สูงๆ 

การที่สหรัฐฯ จะยอมกลับลำนโยบายดังกล่าว ก็เพื่อหวังจะแก้ปัญหาค่าครองชีพของชาวอเมริกันที่ยามนี้เจอปัญหาเงินเฟ้อในประเทศอย่างรุนแรง อย่างที่ทราบกันว่า ขณะนี้สหรัฐฯ กำลังเผชิญปัญหาภาวะเงินเฟ้อสูงสุดในรอบ 40 ปี 

ช่วง 4 ปี ที่ทรัมป์ครองทำเนียบขาวได้ใช้ยุทธศาสตร์ปิดล้อมตัวเอง ยึดประโยชน์อเมริกาเป็นใหญ่ไม่สนใจประเทศคู่ค้า ขึ้นภาษีกับทุกประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐฯ โดยเฉพาะจีนที่ทรัมป์แสดงอาการเกลียดเข้าไส้ ประกาศทำสงครามการค้า สงครามเทคโนโลยี และสงครามการเงิน รวมถึงสงครามโควิด (กล่าวหาจีนว่า แพร่ไวรัสอู่ฮั่น)

แต่ผลย้อนกลับคือ ชาวอเมริกันที่เคยอยู่ได้เพราะใช้สินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูกจากจีน ต้องเผชิญภาวะข้าวของแพงจนบ่นกันอุบ หลังขึ้นภาษีสินค้าจีนช่วงแรกๆ ก็ยังพอหาทางออกโดยแสวงหาสินค้าประเภทอื่น หรือจากประเทศอื่นในราคาใกล้เคียงมาทดแทน แต่นานวันเข้าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแต่ถดถอยจนเข้าสู่ปี 2022 ที่เกิดแรงกดดันรอบด้าน จนเสียงชาวอเมริกันบ่นดังๆ ว่า “รับไม่ไหวแล้วโว้ย

ชาวอเมริกันที่เคยไปลงคะแนนให้ไบเดนมาแทนที่ทรัมป์เพราะคาดหวังว่าชีวิตจะดีขึ้น แต่กลายเป็นว่า มีชาวอเมริกันต้องถูกยึดบ้านมากขึ้น ต้องออกไปนอนในรถ ต้องกางเต๊นท์นอนริมถนน กลายเป็นคนไร้บ้านมากขึ้น ที่ลำบากคือราคาน้ำมันและอาหารถีบตัวสูงขึ้น จนชาวอเมริกันที่มีรายได้น้อยส่วนหนึ่งไม่อาจหาอาหารกินให้ครบ 3 มื้อ

นโยบาย America Must Lead Again ที่ไบเดนพาสหรัฐฯ เข้าไปแทรกแซงการเมืองยุโรป ไปเปิดศึกกับรัสเซียโดยใช้ยูเครนออกหน้าแทน ทำให้ราคาพลังงานทั่วโลกพุ่งทะยาน อเมริกาที่แม้จะขุดน้ำมันได้เองก็พลอยได้รับผลไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้น การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ การคว่ำบาตรด้านพลังงาน ที่ไบเดนชักนำทั่วโลกให้ร่วมกันเล่นงานรัสเซีย ได้กลายเป็นบูมเมอแรงย้อนกลับมาใส่เศรษฐกิจอเมริกาที่ย่ำแย่อยู่แล้วให้ทรุดหนักลงไปอีก

ช่วงที่รัสเซียยกทัพบุกยูเครนเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ สหรัฐฯ รณรงค์ให้ทั่วโลกรุมประณามและร่วมคว่ำบาตรรัสเซีย แต่สาธารณรัฐประชาชนจีนยึดมั่นใน “มิตรแท้” และรู้ดีว่า ปัญหายูเครนใครคือต้นเหตุ และสหรัฐฯ มุ่งหวังอะไร  จีนจึงยังค้าขายกับรัสเซีย ทำเอาทำเนียบขาวร้อนเป็นไฟถึงขนาดประกาศจะคว่ำบาตรเศรษฐกิจจีนในฐานะให้การสนับสนุนรัสเซียออกนอกหน้า

แต่มาถึงวันนี้ ทำไมพญาอินทรีกลายเป็น “ไก่หงอย

นโยบายกำแพงภาษีสินค้าจากจีนจะหมดอายุวันที่ 6 กรกฎาคม 2022 ไบเดนเพิ่งกล่าวตอนเดินสายเยือนญี่ปุ่นเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า กำลังพิจารณาเรื่องนี้ เพราะตนเองไม่ได้กำหนดมาตรการเพิ่มภาษีสินค้านำเข้าจากจีน เป็นผลงานของรัฐบาลชุดที่แล้ว

เรียกว่า ถึงเวลาจะกลับลำก็โยนขี้ให้อดีตประธานาธิบดีทรัมป์

ทรัมป์ก่อกำแพงภาษีสินค้าจีนก็เพราะการเมือง ไบเดนใช้ต่อมาพักหนึ่งแล้วกำลังจะเลิกก็เพราะการเมืองเช่นกัน  เหตุผลคือ ปลายปีนี้จะมีการเลือกตั้งกลางเทอม ในมิติทางการเมืองพรรคเดโมแครตต้องหาวิธีดึงคะแนนเสียงของไบเดนที่กำลังตกต่ำให้กลับคืนมาภายใน 4 เดือนนี้ โดยมุ่งเป้าไปยังการแก้ปัญหาปากท้องชาวอเมริกัน และภาคธุรกิจ

          ก่อนหน้านี้นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการาคลังของสหรัฐฯ เคยเสนอให้รัฐบาลพิจารณาลดอัตราภาษีสินค้าจีนลง เพราะเห็นว่า มีผลกระทบต่อทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจ 

มีผลการศึกษาว่า แม้จะตั้งกำแพงภาษีมาตั้งแต่ปี 2018 จนถึงปัจจุบัน แต่สหรัฐฯ ก็ยังคงขาดดุลการค้าต่อจีนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การลดภาษีในระดับหนึ่งจะช่วยให้ชาวอเมริกันลดค่าใช้จ่ายลงได้ 800 ดอลลาร์ต่อครัวเรือน

อย่างไรก็ตาม สไตล์อเมริกันแล้วคงไม่ยกเลิกทันทีแบบทื่อๆ เชื่อว่า ไบเดนต้องเจรจาต่อรองกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ก่อนตัดสินใจ โดยอาจมีการดึงเชง เช่น ยกเลิกบางประเภทที่เป็นหมวดอาหารและเครื่องใช้ที่ส่งผลกระทบชาวอเมริกันโดยตรง ลดอัตราภาษีให้กับสินค้าบางประเภทที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการอเมริกัน และอาจจะต่ออายุสำหรับกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยซึ่งชาวอเมริกันที่มีรายได้หรือมีฐานะไม่แคร์เรื่องราคาอยู่แล้ว

ผู้นำสหรัฐฯ อาจจะยอมเสียหน้าเรื่องเศรษฐกิจ แต่ในทางการเมืองอเมริกายังคงแสดงท่าทีแทรกแซงการเมืองจีนด้วยการสนับสนุนทางการเมือง “ไต้หวัน” 

เมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นายทหารใหญ่แห่งกองทัพสหรัฐฯ จู่ๆ ได้ออกให้ไต้หวันควรจะเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงจากการรุกรานจากจีน นั่นคือจัดเตรียมอาวุธยุทโธปกรณ์และกำลังพลให้พร้อมรับมือแผ่นดินใหญ่

แม้ในด้านนโยบายระหว่างประเทศสหรัฐฯ บอกว่า ยอมรับเรื่อง “จีนเดียว” แต่ผู้นำสหรัฐฯ ทุกคนก็ยินดีกับการขายอาวุธให้ไต้หวัน โดยเฉพาะรัฐบาลไบเดนขยันปล่อยข่าวว่า ไต้หวันกำลังจะโดนบุกยึดเช่นเดียวกับยูเครน เหมือนจะยุให้ไต้หวันเร่งสะสมอาวุธให้มากขึ้น แถมยังบอกด้วยว่า มี 5 ชาติที่เป็นพันธมิตรสหรัฐฯ พร้อมยกทัพไปช่วยรบหากเกิดสงคราม

ไบเดนรู้ดีว่า ชาวอเมริกันยากจนกำลังอดอยากอยู่ริมถนน และชนชั้นกลางอีกไม่น้อยกำลังเดือดร้อนด้านค่าครองชีพจากปัญหาเงินเฟ้อ แต่รัฐบาลไบเดนยังกล้าทุมงบประมาณหลายหมื่นล้านดอลลาร์ไปช่วยยูเครน แถมพ่วงโปรโมชั่นพิเศษขายอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ไปรบกับรัสเซีย

แต่ถ้าสหรัฐฯ จะหวังให้ถึงขั้นเกิดสงครามจีน-ไต้หวัน เพื่อคิดขายอาวุธแบบยูเครน ก็ถือว่าโง่บรมสำหรับคนที่คิดว่าตัวเองเป็นมหาอำนาจโลก

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1 - 15 กรกฎาคม 2565
อปท.เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
01 ก.ค. 2565
นิเทศศาสตร์ นับเป็นศาสตร์หรือแขนงของการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่เกี่ยวข้องกับศิลปะในการสื่อสารที่จะกระจายข่าวสารให้กับสาธารณชนได้รับทราบ ซึ่งหากย้อนหลังไปสักประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในวิชาที่ได้รับความนิยมค่อนข้างสูงจากนิสิตนักศึกษาที่ต้องการก้าวเข้าสู่กา...
หนังสือในเครือ
สุดยอดผู้นำท้องถิ่นแห่งปี 2558