ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
คุณภาพชีวิต ย้อนกลับ
"หมอยง พารู้จัก "โรคนิปาห์" ไม่ใช่โรคระบาดใหม่ แต่มีอัตราการตายสูง
24 ม.ค. 2569

วันที่ 24 มกราคม 2569 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์อธิบายถึง "นิปาห์" ไวรัสที่กำลังระบาดอยู่ที่อินเดีย โดยระบุว่า โรคนิปาห์ ไม่ใช่โรคใหม่รู้จักกันมานาน ระบาดครั้งแรกในปี 2541  ที่ประเทศมาเลเซีย มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คน การระบาดในครั้งนั้นได้ทำการศึกษาวิจัยอย่างรวดเร็ว ทำให้ทราบว่า เริ่มเหตุเกิดจากภาวะเอลนิญโญ มีภาวะแห้งแล้ง และมีการเผาป่ากันมากในสุมาตรา อินโดนีเซีย ควันไฟมีอิทธิพลทำให้ค้างคาวบินหนีขึ้นทางทิศเหนือ มาอยู่ในมาเลเซีย (เป็นข้อสันนิษฐาน) ค้างคาวกินผลไม้ และผลไม้นั้นหล่นลงมาในคอกหมู หมูกินผลไม้นั้นต่อ เลยเกิดการระบาดในหมู และจากหมูจึงมาสู่คน เหตุเกิดครั้งแรกที่ริมแม่น้ำสุไหงนิปาห์ "สุไหง" แปลว่าแม่น้ำ คือแม่น้ำนิปาห์นั่นเอง จึงได้ตั้งชื่อไวรัสนี้และโรคนี้ตามชื่อแม่น้ำนิปาห์

ในการระบาดครั้งนั้น มีการฆ่าทำลายหมูมากกว่า 1 ล้านตัว และมีผู้ป่วยเป็นหลักร้อย กว่าจะรู้ว่ามาจากหมู เพราะผู้ป่วยเกือบทุกคนมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับหมู เช่น คนฆ่าหมู เลี้ยงหมู ขับรถส่งหมู โรคได้ระบาดลงทางทิศใต้ของมาเลเซียเข้าสู่สิงคโปร์ ไม่ได้ระบาดขึ้นเหนือ เพราะมีมุสลิมอยู่ทางภาคเหนือมากกว่าทางภาคใต้ และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นแนวแบ่งเขต ทำให้โรคไม่ระบาดเข้าสู่ประเทศไทย เพียงเข้าสู่สิงคโปร์เท่านั้น หลังจากทำลายหมู มากกว่า 1 ล้านตัว ก็สามารถควบคุมโรคนี้ได้ และเป็นที่ทราบดีว่าไวรัสนี้อยู่ในค้างคาว และค้างคาวเป็นสัตว์ที่บินไปมาได้ไกล

หลังจากนั้นก็มีโรคระบาดประปราย โดยเฉพาะในเอเชียใต้ และบางประเทศมาโดยตลอด แต่ส่วนใหญ่จะพบเป็นรายๆ และโรคนี้ถือว่าเป็นโรคที่มีอัตราตายสูงโรคนิปาห์ที่ระบาดอยู่ในอินเดียนั้น อย่างที่ทราบกันดีว่าก่อนหน้านี้ก็มีการระบาดประปราย แต่ไม่เป็นกลุ่มก้อนเท่าครั้งนี้ การระบาดมักจะมาจากค้างคาวเข้าสู่มนุษย์ โรคนี้สามารถที่จะติดต่อระหว่างมนุษย์สู่มนุษย์ได้ ทางการสัมผัสสิ่งคัดหลั่ง แต่พบได้ค่อนข้างน้อย จึงไม่ระบาดเป็นวงกว้าง และถือว่าเป็นโรคหนึ่งที่ระบาดจากสัตว์สู่คน

โรคนี้จะมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว หายใจหอบได้ มีระยะฟักตัวสั้นประมาณ 4-5 วัน และโรคจะรุนแรงทรุดลงอย่างรวดเร็ว ไม่มีวิธีรักษาโดยตรง การรักษาจะเป็นการรักษาตามอาการประคับประคอง จึงทำให้โรคนี้มีอัตราการเสียชีวิตสูง ถึงร้อยละ 40-50

การป้องกันที่ดีที่สุดจึงเป็นการป้องกันจากสัตว์สู่คน เช่น การไม่ไปสัมผัสกับสัตว์ป่า โดยเฉพาะจำพวกค้างคาว หลีกเลี่ยงการรับประทานผลไม้ที่มีรอยฟันสัตว์แทะ หรือร่วงหล่นตามพื้น ล้างผลไม้ให้สะอาดทุกครั้งก่อนการบริโภค การปลอกเปลือกผลไม้โดยเฉพาะในฤดูมะม่วง จะเป็นการป้องกันที่ดี หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ป่วย โดยเฉพาะหมู ค้างคาว ควรมีการป้องกันอย่างเต็มที่ และดูแลเรื่องอนามัยส่วนบุคคล เรื่องของความสะอาดอย่างไรก็ตามไม่ควรตื่นตระหนก โรคนี้ยังไม่เคยพบในคนประเทศไทย แต่ค้างคาวมีเชื้อโรคนี้จะไม่มีอาการ การติดต่อระหว่างคนสู่คนเกิดขึ้นได้ แต่น้อยกว่าโรคอื่นๆ มาก นอกจากสัมผัสโดยตรงกับสิ่งคัดหลั่งของผู้ป่วย และยังจัดโรคนี้อยู่เป็นโรคติดต่ออันตรายร้ายแรง.

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16 - 31 ธันวาคม 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
02 ธ.ค. 2568
ต้องยอมรับว่า การปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยที่มั่นคง หัวใจสำคัญด้านหนึ่งต้อง มาจากฐานราก หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ การปกครอง ส่วนท้องถิ่นต้องเข้มแข็ง ซึ่งประเทศไทยเราเอง ก็พัฒนาขึ้นมาเป็นลำดับโดยเฉพาะเมื่อรัฐธรรมนูญ 2540 เปิดศักราชใหม่ให้กับการกระจายอำนาจลงสู่...