“จุลพันธ์” เสนอ ครม. ขยายความคุ้มครองประกันสังคม 3 กลุ่ม พร้อมนำไทยเข้าร่วม Global Coalition for Social Justice
วันที่ 25 สิงหาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า วันนี้กระทรวงแรงงานได้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา 2 เรื่องสำคัญ ได้แก่ ร่างพระราชกฤษฎีกาขยายความคุ้มครองตามกฎหมายประกันสังคมแก่ลูกจ้างและกิจการ 3 กลุ่ม และการเข้าเป็นภาคีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศว่าด้วยความยุติธรรมทางสังคม (Global Coalition for Social Justice) เพื่อยกระดับการคุ้มครองสิทธิแรงงานและเชื่อมโยงนโยบายแรงงานไทยกับมาตรฐานสากล
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า สำหรับร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการหรือลูกจ้างอื่นที่ไม่อยู่ในบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีสาระสำคัญในการขยายความคุ้มครองไปยังลูกจ้างหรือกิจการ 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) ลูกจ้างของกิจการเพาะปลูก ป่าไม้ และเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมิได้ใช้ลูกจ้างตลอดปีและไม่มีลักษณะงานอื่นนอกเหนือจากกิจการดังกล่าว 2) ลูกจ้างของนายจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดา ซึ่งงานที่ลูกจ้างทำมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย และ 3) ลูกจ้างของนายจ้างซึ่งประกอบการค้าแผงลอย โดยร่างพระราชกฤษฎีกาจะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้น 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
“การขยายความคุ้มครองครั้งนี้เป็นการเพิ่มโอกาสให้ลูกจ้างในกลุ่มที่เดิมไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายประกันสังคมสามารถเข้าถึงหลักประกันและสิทธิประโยชน์ด้านประกันสังคมได้มากขึ้น สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างหลักประกันทางสังคมให้กับแรงงาน” นายจุลพันธ์ กล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกเรื่องสำคัญคือการเสนอขอความเห็นชอบการเข้าเป็นภาคี Global Coalition for Social Justice ซึ่งเป็นเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศที่จัดตั้งโดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ตั้งแต่ปี 2566 โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความยุติธรรมทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ ผลักดันสิทธิแรงงาน และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ผ่านความร่วมมือของภาครัฐ นายจ้าง ลูกจ้าง สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม และองค์กรระหว่างประเทศ
การเข้าเป็นภาคีเครือข่ายดังกล่าวจะช่วยให้ประเทศไทยมีเวทีในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติด้านแรงงาน รวมถึงได้รับการสนับสนุนในการรับมือกับความท้าทายในโลกการทำงานรูปแบบใหม่ เช่น การคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการประกอบธุรกิจบนหลักสิทธิมนุษยชน ตลอดจนช่วยเชื่อมโยงนโยบายแรงงานของไทยกับเวทีสากล และเสริมภาพลักษณ์ของประเทศด้านการคุ้มครองสิทธิแรงงานและมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นสมาชิกองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ตั้งแต่ปี 2462 และปัจจุบันได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศแล้ว 21 ฉบับ และพิธีสาร 2 ฉบับ การเข้าร่วม Global Coalition for Social Justice จึงเป็นอีกกลไกสำคัญในการยกระดับความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างประเทศ และเตรียมความพร้อมประเทศไทยให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานในอนาคต