จีนเร่งสร้างระบบนิเวศ AI เชื่อมอาเซียน ผ่านศูนย์ความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ โครงสร้างพื้นฐานประมวลผล การพัฒนาบุคลากร ไปจนถึงแพลตฟอร์มจับคู่ธุรกิจข้ามพรมแดน ขณะที่งาน China-ASEAN Expo 2026 ยกระดับ AI เป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน
ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กลายเป็นหนึ่งในภาพที่เด่นชัดที่สุดของงาน China-ASEAN Expo (CAEXPO) ครั้งที่ 23 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–21 กันยายน 2569 ที่นครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงของจีน
งานปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “CAFTA 3.0 Opportunities, Better Life” มีบริษัทมากกว่า 3,400 แห่ง จากกว่า 70 ประเทศและภูมิภาคเข้าร่วม ขณะที่พื้นที่จัดแสดง AI ได้รับการยกระดับอย่างชัดเจน โดยมี “AI Marketplace” ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์มากกว่า 500 รายการ พร้อมนำเสนอโซลูชันที่เชื่อมกับความต้องการของประเทศอาเซียนตั้งแต่การขนส่ง โลจิสติกส์อัจฉริยะ การบริหารเมือง ไปจนถึงอุตสาหกรรมและบริการดิจิทัล
หนึ่งในพื้นที่สำคัญภายในงาน คือการนำเสนอพัฒนาการของ ศูนย์ความร่วมมือด้านการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์จีน–อาเซียน (China-ASEAN Countries AI Application Cooperation Center) ซึ่งเริ่มเดินหน้าอย่างเป็นทางการที่นครหนานหนิงเมื่อเดือนกันยายน 2568 โดยมีเป้าหมายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI เปิดแพลตฟอร์มเทคโนโลยี และพัฒนาบุคลากร เพื่อผลักดันให้เทคโนโลยี AI สามารถนำไปใช้งานจริงในจีนและประเทศอาเซียนได้มากขึ้น
ปั้นคน AI เชื่อมจีน–อาเซียน
เจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่จัดแสดงระบุว่า หนึ่งในภารกิจสำคัญคือ การพัฒนาบุคลากรด้าน AI โดยศูนย์ได้รองรับนักศึกษาจากประเทศอาเซียนแล้วมากกว่า 800 คน ขณะเดียวกันยังมีการจัดคณะแลกเปลี่ยนกับประเทศอาเซียนมากกว่า 30 ครั้ง
นอกจากการฝึกอบรมภายในจีนแล้ว ยังมีการขยายความร่วมมือออกไปยังประเทศอาเซียน โดยมีการจัดตั้งศูนย์หรือจุดความร่วมมือในประเทศต่าง ๆ เช่น ลาว มาเลเซีย และเวียดนาม และเริ่มเปิดใช้งานแล้ว
เจ้าหน้าที่ยังระบุว่า มีโครงการความร่วมมือด้าน AI ข้ามพรมแดนเกิดขึ้นมากกว่า 30 โครงการ ครอบคลุมตั้งแต่ เกษตรอัจฉริยะ การผลิตอัจฉริยะ การบริหารจัดการเมือง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ไปจนถึงอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน
แนวทางดังกล่าวสะท้อนเป้าหมายที่ต้องการนำ AI ออกจากห้องทดลอง ไปสู่การใช้งานในภาคเศรษฐกิจจริง โดยเฉพาะพื้นที่อาเซียน ซึ่งจีนมองว่าเป็นหนึ่งในตลาดและพันธมิตรสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล
จากศูนย์ข้อมูล สู่ “Token” ข้ามพรมแดน
อีกส่วนที่ได้รับความสนใจคือโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรองรับการประมวลผล AI และโมเดลภาษาขนาดใหญ่
เจ้าหน้าที่อธิบายว่า ฮับดังกล่าวมุ่งเน้นธุรกิจหลัก 2 ด้าน คือ การผลิต Token และ การส่งหรือถ่ายโอน Token โดยปัจจุบันมีขีดความสามารถด้านการประมวลผลที่ระดับประมาณ 10,000 P และเชื่อมต่อหรือรองรับโมเดล AI ขนาดใหญ่แล้วมากกว่า 18 โมเดล
ระบบยังพยายามเชื่อมกระบวนการตั้งแต่การผลิต Token การส่งข้อมูลข้ามพรมแดน ไปจนถึงบริการสนับสนุนธุรกิจ รวมถึง การชำระเงินด้วยเงินหยวนข้ามพรมแดน
เจ้าหน้าที่ระบุว่า การเชื่อมต่อบางส่วนสามารถทำเวลาได้ประมาณ 20 มิลลิวินาที เพื่อรองรับธุรกิจที่ต้องการส่งข้อมูลและใช้บริการ AI ระหว่างจีนกับประเทศอื่นด้วยความเร็วสูง
ในภาพที่กว้างขึ้น จีนยังพัฒนาเส้นทางและเกตเวย์สำหรับการรับส่งข้อมูลระหว่างจีนกับต่างประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและแบนด์วิดท์ของการเชื่อมต่อกับภูมิภาคอาเซียน รองรับธุรกิจดิจิทัลและบริการ AI ที่ต้องประมวลผลข้อมูลข้ามพรมแดนในปริมาณมาก
จับคู่ “AI จีน” กับความต้องการอาเซียน
ไม่ใช่เพียงเรื่องเทคโนโลยี แต่ภายในพื้นที่จัดแสดงยังเน้นกลไกที่จะช่วยนำ AI ไปสู่ตลาดจริง
หนึ่งในนั้นคือ แพลตฟอร์มเชื่อมโยงอุปสงค์และอุปทานข้ามพรมแดน ซึ่งถูกออกแบบให้เทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และบริการ AI จากบริษัทจีน สามารถจับคู่กับความต้องการของ หน่วยงานภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมในประเทศอาเซียน
กล่าวอย่างง่าย คือบริษัทจีนที่มีเทคโนโลยีสามารถนำโซลูชันขึ้นระบบ ขณะที่หน่วยงานหรือธุรกิจในอาเซียนสามารถค้นหาเทคโนโลยีที่ตรงกับความต้องการของตนเองได้
แนวทางนี้สอดคล้องกับทิศทางของ CAEXPO ปีนี้ ซึ่งเพิ่มพื้นที่สำหรับนำเสนอ “ความต้องการจากอาเซียน” โดยเฉพาะโครงการด้าน AI เมืองอัจฉริยะ โลจิสติกส์ และการพัฒนาอุตสาหกรรม เพื่อเปลี่ยนงานแสดงสินค้าให้เป็นพื้นที่จับคู่โครงการและการลงทุนมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการสร้างเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจด้าน AI ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าเชื่อมโยงบริษัทประมาณ 55 แห่งจากหลากหลายสาขา เข้าด้วยกัน ครอบคลุมผู้ประกอบการในส่วนต่าง ๆ ของห่วงโซ่อุตสาหกรรม AI เพื่อให้บริษัทสามารถเข้าถึงทรัพยากร เทคโนโลยี และการสนับสนุนในรูปแบบที่เป็นระบบมากขึ้น
ประโยคเดียว สร้างสคริปต์–สตอรีบอร์ด–วิดีโอ
อีกหนึ่งตัวอย่างที่ทำให้เห็นการใช้งาน AI แบบจับต้องได้ คือแพลตฟอร์มด้านการผลิตคอนเทนต์
ภายในงานมีการสาธิต AI Story Studio ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเริ่มต้นจากข้อความเพียงหนึ่งประโยค แล้วให้ AI พัฒนาต่อเป็น บทหรือสคริปต์ สร้างภาพสตอรีบอร์ด และต่อยอดไปจนถึงการสร้างวิดีโอ
แพลตฟอร์มดังกล่าวยังสามารถเชื่อมต่อกับโมเดลและแพลตฟอร์มโอเพนซอร์สอื่น ๆ เพื่อนำเครื่องมือ AI หลายประเภทมาใช้ในกระบวนการผลิตคอนเทนต์
ขณะเดียวกัน ยังมีการนำเสนอแอปพลิเคชันสำหรับผลิต วิดีโอสั้นด้วย AI รองรับการสร้างคอนเทนต์หลายรูปแบบ โดยผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดแอปและทดลองผลิตวิดีโอด้วย AI ได้โดยตรง สะท้อนการแข่งขันของ AI จีนที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงโมเดลภาษา แต่กำลังเข้าสู่อุตสาหกรรมคอนเทนต์ วิดีโอ และเศรษฐกิจครีเอเตอร์อย่างเต็มตัว
เปิดทรัพยากร AI ให้มหาวิทยาลัยอาเซียน
การศึกษาเป็นอีกหนึ่งส่วนของความร่วมมือ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า โรงเรียนและมหาวิทยาลัยในอาเซียนสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ เพื่อเข้าถึงทรัพยากรและระบบการเรียนการสอนด้าน AI
ตำราหลายรายการได้รับการจัดทำเป็น ภาษาอังกฤษ เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในประเทศอาเซียนได้ โดยเป้าหมายคือสร้างบุคลากรที่สามารถนำ AI ไปประยุกต์ใช้จริงในแต่ละประเทศ ไม่ใช่เพียงนำเข้าเทคโนโลยีสำเร็จรูปจากจีน
แนวทางดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับการจัดกิจกรรมด้าน AI ภายใน CAEXPO ปีนี้ ซึ่งมีทั้งความร่วมมือระดับธุรกิจและกิจกรรมสำหรับเยาวชนจีน–อาเซียน เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนด้าน AI และอนาคตดิจิทัลของภูมิภาค
หุ่นยนต์อีกภาพของ “AI จีน” ที่ต้องการไปตลาดโลก
นอกเหนือจากซอฟต์แวร์และศูนย์ข้อมูล หุ่นยนต์ถือเป็นอีกหนึ่งภาพสำคัญในพื้นที่ AI ของงาน
ผู้เข้าชมสามารถเห็นหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และหุ่นยนต์อัจฉริยะหลายประเภทถูกนำมาสาธิตการทำงาน โดยภาพจากงาน CAEXPO ปีนี้ยังปรากฏหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่สามารถทำกิจกรรมและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เข้าชมได้ (Xinhua Spanish)
หนึ่งในบริษัทที่ถูกนำมาอธิบายถึงพัฒนาการของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์จีน คือ Unitree Robotics ที่พัฒนาหุ่นยนต์ตั้งแต่หุ่นยนต์สี่ขาไปจนถึงหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ โดยเน้นการลดต้นทุนควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อทำให้หุ่นยนต์สามารถขยายจากห้องทดลองและโรงงานไปสู่การใช้งานในวงกว้างมากขึ้น
ภาพเหล่านี้ทำให้คำว่า AI ภายใน CAEXPO ไม่ได้หมายถึงเพียง Chatbot หรือโมเดลภาษา แต่ครอบคลุมตั้งแต่ ศูนย์ประมวลผล ระบบรับส่งข้อมูล AI การศึกษา อุตสาหกรรมคอนเทนต์ อีคอมเมิร์ซ เมืองอัจฉริยะ ไปจนถึงหุ่นยนต์
จาก “ขายเทคโนโลยี” สู่การสร้างระบบนิเวศร่วมกับอาเซียน
การยกระดับพื้นที่ AI ใน CAEXPO 2026 สะท้อนทิศทางที่จีนต้องการขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลกับอาเซียนให้ลึกมากขึ้น โดยไม่ได้มองเพียงการส่งออกสินค้าเทคโนโลยี แต่พยายามสร้างระบบตั้งแต่ โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร แพลตฟอร์ม เทคโนโลยี เงินทุน ไปจนถึงตลาดและการใช้งานจริง
ในพิธีเปิด CAEXPO ครั้งที่ 23 ติง เซวียเสียง รองนายกรัฐมนตรีจีน ระบุถึงความสำคัญของการใช้โอกาสจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เพื่อขยายความร่วมมือจีน–อาเซียนด้านเศรษฐกิจดิจิทัล การวิจัยและพัฒนา และการประยุกต์ใช้ AI ในสถานการณ์จริง
สำหรับประเทศอาเซียน ความเคลื่อนไหวนี้จึงอาจเปิดพื้นที่ใหม่ตั้งแต่การเข้าถึงเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน AI การพัฒนาบุคลากร การจับคู่ธุรกิจ ไปจนถึงการร่วมพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ของแต่ละประเทศ
และจากภาพในงาน CAEXPO ปีนี้ AI กำลังถูกวางให้เป็นหนึ่งใน “สะพานดิจิทัล” เชื่อมจีนกับอาเซียน ตั้งแต่ข้อมูลที่วิ่งข้ามพรมแดน ไปจนถึงเทคโนโลยีที่เข้าไปอยู่ในโรงงาน เมือง มหาวิทยาลัย ธุรกิจ และชีวิตประจำวันของผู้คน
ภาพ-ข่าว
วิเคราะห์ : มณีนาถ อ่อนพรรณา เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงสาธารณรัฐประชาชนจีน