ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
เกษตรนำไทย ย้อนกลับ
รมว.เกษตรฯ เปิดงาน “เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ปี 2563”
27 มิ.ย. 2563

รมว.เกษตรฯ เปิดงาน “เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ปี 2563” เชิญชวนเลือกซื้อสินค้าจากเกษตรกร พร้อมสนับสนุนให้ภาครัฐให้ความรู้ด้านวิชาการ เทคโนโลยี และการตลาด แก่เกษตรกร

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเปิดงาน “เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ปี 2563” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 มิถุนายน ถึง 5 กรกฎาคม 2563 ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งองค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์และเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะเงาะและทุเรียนซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัด และเป็นแหล่งผลิตเพื่อการส่งออกของประเทศ

โดยจังหวัดศรีสะเกษมีนโยบายส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรและการแปรรูปสินค้าทางการเกษตรของจังหวัดให้มีคุณภาพ มีความปลอดภัย และได้มาตรฐาน มุ่งสู่การเป็นตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ สามารถแข่งขันได้ รวมทั้งสามารถลดต้นทุนภาคการเกษตรให้กับเกษตรกร สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรของจังหวัด อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวและการบริการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและภาคประชาชน ตลอดจนได้กำหนดให้เป็นเทศกาลประจำปีของจังหวัดศรีสะเกษอีกด้วย ซึ่งกิจกรรมภายในงานมีการแสดงนิทรรศการด้านการเกษตร และนวัตกรรม การนำสินค้าทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และของดีศรีสะเกษ มาจัดจำหน่ายภายในงานโดยเกษตรกรผู้ผลิตของจังหวัด

ทั้งนี้ ในส่วนของผลผลิตทางการเกษตรที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดอย่างมาก ได้แก่ ทุเรียน และเงาะ ตลอดจนผลไม้ชนิดอื่นๆ อาทิ มังคุด ลองกอง สละ สะตอ ฯลฯ เป็นพืชเศรษฐกิจที่เป็น Product Champion ที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร และสร้างรายได้ให้จังหวัดมากกว่าปีละ 700 ล้านบาท ถือว่ามีความสำคัญ ที่จะต้องพัฒนาในเรื่องคุณภาพ และการสร้างตราสินค้า (Branding) ด้วย

นายเฉลิมชัย กล่าวต่อไปว่า การจัดงานเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษถือเป็นการสนับสนุนการเปิดโอกาสให้พี่น้องเกษตรกรได้ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ผลผลิตทางการเกษตร เป็นการสร้างสรรค์คุณค่าเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรของจังหวัด ที่สำคัญเพื่อเป็นการส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและภาคประชาชน ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้จะทำให้ผู้ผลิตและผู้บริโภค ตลอดจนพ่อค้าได้พบกันโดยตรง ซึ่งภาคราชการจะเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงในเรื่องของแหล่งความรู้ด้านวิชาการ เทคโนโลยีและการตลาด โดยมุ่งเน้นให้เกษตรกรเลือกผลิตตามศักยภาพของพื้นที่และตามความต้องการของตลาด โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัด เช่น ทุเรียน เงาะ และไม้ผลไม้ยืนต้นอื่นๆ ซึ่งเป็นพืชที่ให้ผลตอบแทนสูง และตลาดโลกมีความต้องการอยู่มาก

ซึ่งขบวนการผลิตจะประสบความสำเร็จได้นั้น ตัวเกษตรกรเองจะต้องใฝ่ศึกษาข้อมูลด้านวิชาการ ข้อมูลด้านการตลาด และศึกษาแนวทางจากคนที่ประสบความสำเร็จด้านการเกษตร เพื่อประกอบเป็นแนวทางในการดำเนินกิจกรรมของตัวเอง การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรในทุกห่วงโซ่การผลิต ส่วนเกษตรกรสาขาอื่นๆ ก็สามารถที่จะเลือกกิจกรรมด้านการเกษตรให้สอดคล้องกับศักยภาพพื้นที่ของตัวเองและความต้องการของตลาดต่อไป

"ในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 สินค้าเกษตรมีมูลค่าเพิ่ม 10% จึงอยากให้พี่น้องเกษตรกรภูมิใจว่าอาชีพเกษตรกรรมนี้ จะเป็นอาชีพที่ช่วยให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้าได้ แต่เกษตรกรต้องมีการพัฒนาคุณภาพและสร้างมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร ซึ่งเป้าหมายในการดำเนินงานคือเราต้องเริ่มต้นและเดินหน้าเป็นครัวของโลกให้ได้ จึ่งมั่นใจว่าสินค้าภาคการเกษตรไทย จะเป็นสินค้าที่มีความต้องการของคนทั่วโลกอย่างแน่นอน" นายเฉลิมชัย กล่าว

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1-15 กรกฎาคม2563
อปท.เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
01 ก.ค. 2563
การศึกษาถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับการพัฒนาประเทศ ดังนั้น ระบบการศึกษาจึงต้องมีมาตรฐานและพัฒนาให้ทัน หรือล้ำสมัยมากขึ้นเป็นลำดับ อย่างไรก็ตาม การศึกษาในบ้านเรา คร่าวๆ จะแบ่งออกเป็นสายสามัญศึกษากับสายอาชีวะ หรือสายวิชาชีพ โดยสายสามัญก็จะเรียนศึกษากันไปถ...
หนังสือในเครือ
สุดยอดผู้นำท้องถิ่นแห่งปี 2558