ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
สื่อสาร - คมนาคม ย้อนกลับ
รฟท.เปิดยุทธศาสตร์ขนส่งทางราง ตั้งเป้าสร้างสมดุลทำธุรกิจ-งานบริการ
01 ส.ค. 2563

“นิรุฒ มณีพันธ์” ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย คนใหม่ เปิดใจหลังเข้าบริหารงานมา 2 เดือน พร้อมร่วมคนรถไฟก้าวไปข้างหน้า ด้วยการสร้างสมดุลย์งานบริการประชาชนกับการทำธุรกิจ เปิดยุทธศาสตร์เพิ่มขีดความสามารถระบบขนส่งทางราง ไม่ให้เสียของ

            นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)เปิดเผยว่า นับแต่ 24 เมษายน 2563 ที่ตนเองได้เข้ามานั่งบริหาร รฟท. ถึงตอนนี้ก็ประมาณ  2 เดือนครึ่ง สิ่งที่คิดคือ องค์กรนี้จะเดินไปข้างหน้าได้ต้องมีความพร้อม มีวิธีการทำงานที่ชัดเจน มีเป้าหมายที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม การจะเดินไปข้างหน้าได้นั้น ไม่สามารถทำคนเดียวได้ จำต้องอาศัยคนทั้งองค์กรลุกขึ้นมาเดินไปสู่เป้าหมายด้วยกัน ซึ่งเชื่อว่าทุกคนก็อยากทำ เพราะจากการที่ได้สัมผัส พบว่าพนักงานของ รฟท. รักองค์กร เพียงพวกเขาอยากจะรู้ว่า เป้าหมายอยู่ตรงไหน ต้องเดินไปอย่างไร ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องสำคัญ

                “การเตรียมคนให้พร้อม คือเป็นเรื่องแรกที่ผมมองว่า เป็นเรื่องแรกที่ต้องทำ เราก็บอกว่า ถ้าอย่างนั้นเข้ามาปุ๊ป เรื่องแรกที่ต้องทำคือดูแลคน ดูแลความเป็นอยู่ของเขา เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็อย่ามองข้าม แล้วการเดินทางไปตรวจเยี่ยม ไปดูอุปสรรคปัญหาต่างๆ ของการรถไฟฯ ซึ่งก็มีอยู่ทุกจุด การเดินทางเหล่านี้ไปลงที่หน้างาน ไม่ได้เกิดจากการรับฟัง แต่เกิดจากไปดูไปเห็นจริงๆ ซึ่งก็ได้ความรู้ ได้ข้อมูลมาเยอะมาก หลายเรื่องก็แก้ได้เลย แต่หลายเรื่องก็ต้องเอามาขบคิดกันแก้ แต่ก็ขบคิดในทันทีนั้นเลย บนรถไฟเราจะมีห้องประชุม เราก็จะประชุมกัน บางเรื่องเราก็สั่งการได้เลย ซึ่งก็จะเป็นอีกวิธีการ อีกมิติใหม่ที่คนรถไฟบอกว่า เอะ ... วิธีการนี้ก็ได้ผลนี่ พอเป็นวธีการนี้ก็ได้ผลปุ๊ป คนก็เลยตอบรับพอสมควร”

                “คนรถไฟหลายคนหลังจากที่เราเข้าไปดูแลแล้วนี่ เขาก็ลุกขึ้นมาเพื่อที่จะบอกว่า ผมพร้อมแล้วนะที่จะเดินไปกับท่านผู้ว่าฯ ท่านผู้ว่าฯ ลองดูซิว่า ท่านผู้ว่าฯ มีเป้าหมายอะไร ท่านผู้ว่าฯ บอกมาได้เลย ท่านผู้ว่าฯ อยากจะให้พวกเราเดินอย่างไร พวกเราพร้อม นั่นเป็นภาพที่บอกว่า วันที่ไม่ได้อยู่การรถไฟฯ จะไม่เห็นภาพนี้ พอเข้ามาแล้ว อ้อ ... การถไฟฯ เขามีวัฒนธรรมที่ดี มีความสวยงามของเชาอยู่ตรงนี้ ซึ่งอันนี้ถึงบอกว่า คนรถไฟเขาพร้อม ... ครับ” นายนิรุฒ กล่าว พร้อมเปิดเผยต่อไปว่า

                อีกเรื่องหนึ่งที่ได้สัมผัสและเห็นแล้วใน 2 เดือน ก็คือ รถไฟอยู่คู่ชุมชน หลังซึ่งก็คือเป้าหมายของการก่อตั้งการรถไฟฯ ขึ้นมาด้วยบริบทของการเข้ามาดูแลประชาชน เป็นตัวเลือกในการขนส่งผู้คนและสินค้ามาโดยตลอด ตั้งแต่ล้นเกล้า รัชกาลที่ 5 ก่อตั้งขึ้นมา คือบริบทของการรถไฟฯ เป็นอย่างนั้น อยู่คู่กับชุมชน เพราะฉะนั้น สิ่งที่จะเดินไปข้างหน้าเพื่อทำธุรกิจอะไรก็ตาม จะต้องไม่ลืมบริบทนี้ แต่โจทย์คือ จะเอาบริบทนี้ให้คงอยู่ในขณะเดียวกับการทำธุรกิจไปด้วยได้อย่างไร จะสร้างสมดุลย์ได้อย่างไร แล้วประชาชนที่อยู่กับรถไฟมาตลอด จะให้เขามีความสุข หรือมีความเป็นอยู่ที่ดีกับการที่อยู่คู่กับคนรถไฟได้อย่างไร นั่นเป็นโจทย์ที่จะต้องไม่มีวันลืม ไม่ว่าในอดีต ปัจจุบัน หรือในอนาคต คือจะไม่ทิ้งประชาชน

“มันเป็นความมท้าทายมากครับ ก็คือว่า ถ้าเราจะอยู่กับบริบทดั่งเดิมโดยที่เราไม่คิดจะก้าวหน้าไปก็ง่ายครับ

ก็อยู่กันไป แต่ในขณะเดียวกันเราก็จะย่ำอยู่กับที่ การรถไฟฯ มี 2-3 จุดที่ประชาชนอย่างเห็น อันที่หนึ่ง การรถไฟฯ ยังคงรับใช้ประชาชนมั้ย อย่างที่บอก ในขณะเดียวกันประชาชนกลุ่มหนึ่ง ก็อยากเห็นการรถไฟฯ มีกำไร เราอีกก็ต้องบอกว่า เราอยู่กับประชาชนได้โดยการที่เราจะต้องจัดความเรียบร้อยให้กับประชาชน ในขณะเดียว ในมุมของการทำกำไรเราก็ต้องทำ มันต้องมีจุดบาลานซ์ให้ได้ จุดบาลานซ์ตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ”  

“ถามว่าในอดีตเราเคยหาจุดบาลานซ์นี้ไฟม ผมยังเรียนว่า เราอาจจะยังไม่ชัดเจนในการหาจุดบาลานซ์นี้ แต่ในบริบทของผมก็คือ เราต้องหาความชัดเจนให้ได้ รับใช้ประชาชนด้วย ทำธุรกิจได้ด้วย แล้ววันหนึ่งเราจะมีกำไรเข้ามา เอากำไรนั้นมาเป็นส่วนหนึ่งของการบริการประชาชนได้อีก สิ่งที่มันหมุนไปอย่างนี้ จะทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น รวมทั้งการรถไฟฯ เองก็จะอยู่ได้อย่างยั่งยืน”

สำหรับการดำเนินงานในช่วงโควิดระบาด การรถไฟฯ ได้ดูแลในเรื่องนี้อย่างไร ผู้ว่าการรถไฟฯ เปิดเผยว่า เรื่องโควิดถือเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องที่รัฐเองมีมาตรการที่ชัดเจน เข้มข้น การถไฟฯ เองเป็นองค์กรที่บริการประชาชน เป็นส่วน

หนึ่งของรัฐ เพราะฉะนั้น ก็ต้องมีมาตรการหรือมีวิธีการที่รองรับมาตรการของรัฐที่ชัดเจน ในการที่ต้องสวมแมส (Mask) ในการที่จะต้องมี โซเชียล ดีสแทนซิ่ง (Social Distancing) อย่างไรก็ตาม มาตรการของรัฐแบ่งเป็นหลายระยะ ผ่อนคลายมาเรื่อยๆ ขณะที่มาตรการของการรถไฟฯ ก็เช่นกัน ซึ่งในวันนี้ก็ยังเข้มข้นอยู่ รวมถึงในส่วนของบริการประชาชนด้วย ในขณะเดียวกันระหว่างที่เดินรถ จากที่มาตรการโควิดทำให้ต้อฃเดินรถน้อยลง แต่ก็ได้ใช้วิกฤติเป็นโอกาสในการที่จะดูแลรถให้ดีขึ้น ดูแลสถานีให้สะอาด ทบทวนเรื่องการให้บริการต่างๆ รถเองก็ให้เสียน้อยลง ในขณะเดียวกัน การเข้าไปดูแลบริการประชาชนก็ไม่ขาดตกบกพร่อง

นายนิรุฒ เปิดเผยถึงยุทธศาตร์ของการรถไฟฯ ต่อจากนี้ไปด้วยว่า จะมุ่งไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการขนส่งทางรางของประเทศ โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลได้วางโอกาสไว้ให้แล้ว เช่น การลงทุนสร้างรางคู่ จากเดิมที่เป็นรางเดี่ยว เพิ่มโอกาสที่จะเดินรถได้อย่างตรงเวลามากขึ้น ไม่ต้องมาหลีกกัน รัฐบาลได้ลงทุนเพิ่มขึ้นในรถไฟความเร็วสูงที่จะทำให้ประชาชนเดินทางได้อย่างรวดเร็วบนราง หรืออย่างกรณีของสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งจะเป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน นั่นก็เป็นโอกาส

“ในเมื่อสิ่งที่รัฐมอบโอกาสให้กับเรารถไฟ ก็เป็นโจทย์ของเราจะให้บริการประชาชนบนสิ่งที่เรามีอยู่ดีที่สุดได้อย่างไร โจทย์อย่างนี้เป็นเรื่องที่เราต้องมานั่งขบคิดมากเลยว่า บนโอกาสนั้นเราต้องเทก (take) มันได้ได้อย่างไร ถ้าเราปล่อยให้มีราง โดยเราไม่ขวนขวายหารถใหม่ๆ มา เราไม่ขวนขวายให้เอกชนมาลงทุนในการเดินรถบ้าง ขวนขวายโอกาสทุกโอกาสที่จะสร้างโฮกาสบนรางของเราให้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด นั่นหมายความว่า เราจะเสียของ จะกลายเป็นรางที่ไม่มีรถวิ่ง ลงทุนไปตั้งเป็นแสนๆ ล้าน แต่จะมีรถวิ่งอยู่ไม่กี่ขบวนต่อวัน อาจจะไม่ใช่แล้ว”

“รางคู่นั่นหมายถึง สามารถออกรถได้ 20 นาที คันหนึ่งก็ได้ แล้วตามๆ กันไป ก็เหมือนกับเราเห็นรถไฟฟ้า เพราะฉะนั้น เราต้องไม่ให้เสียของ ซึ่งเป็นโจทย์ยากมาก เพราะการที่จะซื้อรถไฟสักขบวนหนึ่งหรือหัวจถจักรสักฝูงหนึ่ง ไม่ใช่ใช้เวลาวันสองวัน เพราะฉะนั่นเราต้องวางแผน ณ วันนี้ วันที่รางคู่เสร็จ วันนั้นจะเป็นจุดนัดพบที่เรามีรถวิ่งอยู่บนราง พอดีเป็นจังหวะที่ผมเข้ามาแล้ว น่าจะเป็นจังหวะที่พอดีกับการหารถมาวิ่ง เราต้องหาโอกาสให้ได้ ถ้าไม่ได้จะเสียของ ถ้าเราได้อย่างที่คิด คนที่ได้ประโยชน์เต็มๆ นอกจากการรถไฟฯ แล้ว ประชาชนได้เต็มๆ ประชาชนสามารถใช้รถไฟเร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งการขนส่งสินค้า ซึ่งต่อไปจะเป็นโลจิสติกส์ (Logistics) ที่สำคัญที่สุดของประเทศนี้ครับ” นายนิรฒ กล่าว

ผู้ว่าการรถไฟฯ ยังกล่าวให้ความสำคัญถึงด้านความปลอดภัยด้วยว่า ถือเป็นเรื่องหลักเช่นกัน โดยเฉพาะกับ

ประชาชนเองและกับชาวบ้านที่อยู่ริมทางรถไฟ เช่น การเดินรถจะต้องเดินรถบนรางที่มีความปลอดภัย ไม่ใช่เดินรถไปแล้วมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งทำมาหากินอยู่บนรางรถไฟ อย่างนั้นความเสี่ยงเกิดขึ้นทันที เพราะฉะนั้น สิ่งที่เข้าไปจัดการก็คือ การที่บางทีชาวบ้านไม่รู้ เห็นคนนั้นเข้าไปขายริมทางรถไฟ ก็เข้าไปขายต่อๆ กันไป กลายเป็นตลาดขึ้นมาอยู่กลางทางรถไฟ พอรถไฟมาก็ต้องชะลอกัน ต้องอาศัยความมีประสบการณ์ของคนขับว่า ข้างหน้ามีตลาด แล้วชะลอรถ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเกิดครับ ถ้าวันนั้นเขาลืมไป

เพราะฉะนั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นตรงนี้อันตรายมาก เป็นสิ่งที่ต้องขอใช้คำว่า จะไม่ประนีประนอมกับความปลอดภัยของประชาชนที่อยู่ข้างทางรถไฟ ก็เลยเข้าไปบริหารจัดการ ถามว่าเมื่อเข้าไปบริหารจัดการ แม่ค้าแม่ขายหมดอาชีพทำมาหากินหรือ ก็คือไม่ “เราเข้าไปบอกแม่ค้าแม่ขายว่า เขยิบไปข้างทางมั้ย แล้วที่เคยขายบนรางรถไฟนี่ ไปจ่ายค่าเช่าให้ใครเหรอ มาอยู่ข้างทาง เราจัดล็อกให้ ปลอดภัยแน่นอนชัดเจน คนซื้อคนขายปลอดภัยหมด แถมมาลงทะเบียนกับการรถไฟฯ มั้ย จ่ายเงินถูกครับ ไม่ต้องไปจ่ายให้ใคร ส่วนหนึ่งที่ดินของการรถไฟฯ ไม่ใช่มุ่งหน้าทำมาหากินโดยไม่มองชาวบ้าน ภาระกิจอันนหนึ่งก็คือ การเอาที่ดินของการถไฟฯ มารับใช้ชาวบ้านด้วย เป็นส่วนหนึ่งของการอยู่ร่วมกับชุมชนด้วย เราไม่ได้มองเรื่องเงินอย่างดียว” ผู้ว่าการรถไฟ กล่าว

อีกอันหนึ่งก็เรื่อง บางทีชาวบ้านอยากอยู่ตรงนี้ อยากจะไปตรงนี้ มีทางรถไฟขวาง ก็ไปสร้างทางถนนเล็กๆ ข้าม ซึ่งเรียกว่า ทางลัดผ่าน อันนี้อันตรายมาก ซึ่งไม่อยากให้ชาวบ้านมองว่าตรงนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะว่ารถไฟมาเร็ว แล้วรถไฟเป็นขบวนใหญ่ ระยะเบรกไกล เพราะฉะนั้น เบรกไม่ทัน ซึ่งเกิดการสุญเสียชีวิตมามากแล้ว เลยไม่อยากให้เป็นเรื่องที่น่าเศร้าเหมือนในอดีต เรื่องนี้ก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะเข้าไปบริหารจัดการ ในขณะเดียวกันก็จะทำความเข้าใจกับชุมชน ทางลัดผ่าน จะทำเป็นทางจริงๆ เลย ที่จดทะเบียนกัน อย่างนี้เป็นต้น ผู้ว่าการรถไฟฯ กล่าวในที่สุด

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1-15 สิงหาคม 2563
อปท.เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
14 ส.ค. 2563
การใช้จ่ายเงินไม่ว่าจะมากน้อยแค่ไหน หรือถ้ายิ่งมาก สิ่งที่จำเป็นตามมาก็คือ ต้องมีการตรวจสอบและติดตาม นัยหนึ่งก็เพื่อให้การใช้จ่ายเงินนั้น ถูกนำไปใช้ตรงตามเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ อีกนัยหนึ่งแน่นอนก็เพื่อตรวจสอบว่า มีการทุจริต เบียดบัง มุบมิบเงินไปเป็นขอ...
หนังสือในเครือ
สุดยอดผู้นำท้องถิ่นแห่งปี 2558