ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
อปท.เชิญเป็นแขก ย้อนกลับ
ดร.เทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด
29 ธ.ค. 2563

“แม่สอด”เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดตาก ที่ได้รับการสนับสนุนให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษในแนวทางของระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก เพราะเมืองการค้าที่ติดต่อได้กับเมืองเมียวดีในประเทศเมียนมา และกลุ่มเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขงและอ่าวเบงกอล (GMS and BIMSTEC) ซึ่งการค้าชายแดนชายแดนไทย-พม่าที่ด่านแม่สอดมีมูลค่าปีละไม่ต่ำกว่า 70,000 ล้านบาท และยังมีความพยายามผลักดันยกฐานะแม่สอดให้เป็นจังหวัดด้วย ดังนั้น ความสำคัญของแม่สอดจึงมีอยู่ไม่น้อย

“แม่สอด” 1 ใน 9 อำเภอของจังหวัดตาก แบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 10 ตำบล ประกอบด้วยตำบลแม่สอด ตำบลท่าสายลวดตำบลแม่กุ ตำบลแม่ปะ ตำบลพะวอตำบลมหาวัน ตำบลแม่ตาวตำบลด่านแม่ละเมาตำบลแม่กาษาตำบลพระธาตุผาแดง มีการปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย เทศบาล 2 ขนาด 4 แห่ง คือ เทศบาลนครแม่สอด เทศบาลตำบลแม่กุ เทศบาลตำบลท่าสายลวด เทศบาลตำบลแม่ตาว และมีองค์การบริหารส่วนตำบล 8 แห่ง

อย่างไรก็ตาม การผลักดัน “แม่สอด” ให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่าย โดยมีความพยายามมาอย่างยาวนาน ซึ่งในวันนี้ อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก จะพาท่านผู้อ่านมารู้จักกับผู้ที่โดดเด่นที่เป็นผู้ริเริ่ม และผลักดันให้เกิดท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ นครแม่สอด และเขตเศรษฐกิจพิเศษนครแม่สอด โดยปัจจุบันบุคคลผู้นี้ยังคงดำรงตำแหน่งสำคัญของแม่สอดด้วย คือ ดร.เทอดเกียรติ ชินสรนันท์นายกเทศมนตรีนครแม่สอด นั่นเอง

ดร.เทอดเกียรติ ชินสรนันท์ หรือที่ใครๆ เรียกขานว่า “นายกฝอ”ในวัย 63 ย่าง 64 ปี เกิดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2500 เริ่มเล่าให้เราฟังว่า เป็นคนใต้ เกิดที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช การศึกษาระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ก็จบที่จากอำเภอทุ่งสง จากนั้นก็มาศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะรัฐศาสตร์ และมาจบปริญญาโทยุทธศาสตร์การพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร-แม่สอด และจบจากที่สถาบันเทคโนโลยีด้วย

นากฝอ ย้อนอดีตให้ฟังว่า พอเรียนจบคุณแม่ก็ให้มาอยู่ที่แม่สอด ซึ่งตอนนั้นก็ไม่รู้จักว่าแม่สอดอยู่ที่ไหนเพราะเติบโตอยู่ภาคใต้มา แต่คุณแม่ก็อยากให้มาอยู่ที่นี่เพราะพี่น้องทางคุณแม่อยู่แถวนี้กันเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นทางแม่สายและแม่สอดดังนั้น ก็เลยย้ายมาอยู่ที่แม่สอดในปี 2522 ก็มาทำมาค้าขายชายแดนส่งของประเภทอาหาร ยารักษาโรคไปยังเมียนมา ตอนหลังก็มาทำธุรกิจที่ดินอยู่ช่วงหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันครอบครัวก็ยังคงมีการขายส่งสินค้าไปเมียนมาหลายอย่างตามคำสั่งซื้อของลูกค้าที่ต้องการ

ส่วนที่ย่างก้าวเข้ามาสู่แวดวงการเมืองท้องถิ่นได้อย่างไรนั้นนายกฝอ เล่าว่า เป็นเพราะมีคนมาชักชวนให้ลงการเมือง แต่คุณแม่ก็คัดค้าน โดยบอกว่าเราหนีร้อนมาพึ่งเย็นมาจากทางใต้ที่ตอนนั้นยังไม่ค่อยสะดวกสบายมากนัก ก็อยากให้ทำมาค้าขายมากกว่าซึ่งเห็นว่าการค้าขายก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีเพราะเป็นการค้าขายชายแดนประจวบเหมาะกับ พอดีพี่สาวกับพี่เขยก็ชวนมาอยู่แม่สอดมาทำการค้าขายด้วยโดยในช่วง 10 ปีตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่แม่สอดนายกฝอ บอกว่า ตั้งใจทำงานเกี่ยวกับการค้าขายตามคำสั่งของคุณแม่มาตลอด

“แต่มาตอนหลังมีคนมาชวนให้เข้ามาทำงานการเมืองในการช่วยเหลือและพัฒนาบ้านเมือง เนื่องจากแต่ก่อนแม่สอดยังไม่ได้มีการพัฒนามากนัก รวมถึงงบประมาณในการพัฒนาก็ไม่มี เหมือนกับเป็นเมืองหลังเขาที่การเดินทางไปมาก็ไม่สะดวกมากนัก ประกอบกับคุณแม่ก็ได้รับการชักชวนจากพรรคพวกเพื่อนฝูงขอให้มาลงการเมือง ก็เลยได้มาลงเล่นการเมืองในปี 2533จนมาถึงปัจจุบันนี้ก็ 30 ปีก็อยู่กับการทำงานในการบริหารงานบ้านเมืองจากเทศบาลตำบลเป็นเทศบาลเมืองและมาเป็นเทศบาลนคร ซึ่ง ณ ขณะนี้ก็ยังเป็นนายกเทศมนตรีอยู่ด้วย”

อย่างไรก็ตาม นายกฝอ ยอมรับว่า การเข้ามาทำงานการเมืองในครั้งแรกๆเหมือนคนตาบอดหูหนวก แต่เมื่อเข้ามาแล้วก็คิดว่าจะทำอะไรให้กับชาวบ้านดีซึ่งจากเดิมที่เป็นพ่อค้ามาก็อาจจะยังไม่ค่อยเก่งมากนัก แต่ก็ตั้งใจและอาศัยความที่เป็นคนใจซื่อมือไม้อ่อน จนกระทั่งได้รับการเลือกตั้ง ซึ่งต้องบอกเลยว่าปัจจุบันนี้แม่สอดเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากเมืองหลังเขากลายเป็นเมืองที่มีความสะดวกสบายและมีการค้าขายชายแดนที่ดีมาก ซึ่งเป็นผลประโยชน์ต่อคนไทย คนแม่สอดและประเทศเป็นอย่างมาก

นายกฝอ ยังเล่าให้ฟังอีกว่า ตัวเขามีนิสัยแบบลูกทุ่งๆ คืออยู่ง่าย ทานง่าย เป็นคนสบายๆ ไม่ถือตัว เป็นกันเองไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมากนักคือแต่ก่อน 30 กว่าปีเป็นอย่างไร ปัจจุบันก็ยังเป็นแบบนั้นเพราะถือว่าการที่พี่น้องประชาชนเลือกให้เข้ามาในตำแหน่งนี้ก็คือการเข้ามาทำงานแทนพี่น้องประชาชนในการที่จะรับอาสา ซึ่งมาแล้วก็จะทำให้ดีที่สุด

แต่ก่อนคิดว่าทำงานสัก 1 สมัยก็มากเพียงพอแล้ว แต่มาตอนนี้ 7 สมัยแล้วที่ได้ข้ามาทำงานนี้ก็เพราะอยากให้แม่สอดเกิดการพัฒนาอย่างดีที่สุด และจากการที่เป็นคนง่ายๆสบายๆไม่ถือตัวทำงานก็ทำจริง โดยทำงานไม่มีวันเสาร์-อาทิตย์ ประกอบกับส่วนหนึ่งจะอยู่ที่กรุงเทพฯ และไปกลับระหว่างแม่สอด

“การทำงานจะเป็นในรูปแบบที่ไม่ได้อยู่แม่สอดทุกวัน เนื่องจากต้องมาติดต่อพูดคุยในการเรื่องงบประมาณเพื่อที่จะนำไปพัฒนาพื้นที่แม่สอด ซึ่งรองนายกเทศมนตรีก็จะมีหน้าที่แทนในการดูแลพี่น้องประชาชนในช่วงที่ไม่อยู่เหมือนกับเป็นพ่อบ้านเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนไปบอกกล่าวนายกรัฐมนตรี อธิบดี ปลัดกระทรวงต่างๆ ถึงความต้องการเพื่อที่จะพัฒนาแม่สอด จนทำให้แม่สอดได้รับการพัฒนาในหลายๆเรื่องและหลายๆอย่าง”

นายกฝอ ยังฝากถึงผู้อ่านด้วยว่า ที่ถึงแม้เราจะทำงานหนักสักเพียงใดแต่เราต้องไม่ลืมที่จะต้องดูแลสุขภาพของตัวเราเองด้วย อย่างเขาที่เป็นคนชอบเล่นกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอลชอบมากเล่นมาตั้งแต่เด็กในตำแหน่งปีกซ้าย และมีฉายาว่าปีกซ้ายมหากาฬ ซึ่งตอนนี้อายุย่าง 64 ปีแล้วก็ยังเล่นฟุตบอลอยู่

“ขอย้ำเลยว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งแต่ก่อนเคยเป็นโรคหัวใจแต่ตอนนี้หายดีจากการออกกำลังกาย กีฬาคือยาวิเศษตามที่มีคำพูดวลีนี้อยู่จริง ประกอบกับเราต้องมีทัศนคติที่ดีในการดำรงชีวิตและการทำงานด้วย ต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุดและมองให้ไกลไปให้ถึง และที่สำคัญอีกอย่างคือต้องมีครอบครัวที่ดี ซึ่งโชคดีมากที่ครอบครัวมีความเข้าใจต่อกัน” นายกฝอ กล่าวในที่สุด

 

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16-31 มกราคม 2564
อปท.เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
14 ม.ค. 2564
องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการบริหารงานท้องถิ่นเพื่อให้เกิดความผาสุกแก่ประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งปกติก็จะมาจากการเลือกตั้งของประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ นั่นเอง อย่างเช่นที่ผ่านไปหมาดๆ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ก็คือ การเลือกตั...
หนังสือในเครือ
สุดยอดผู้นำท้องถิ่นแห่งปี 2558