ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
อปท.เชิญเป็นแขก ย้อนกลับ
ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ. นครราชสีมา
14 พ.ค. 2564

จังหวัดนครราชสีมา หรือรู้จักในชื่อ โคราช ถือจังหวัดที่มีพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย รวมถึงมีประชากรในเป็นอันดับ 2 อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถือเป็นประตูเข้าสู่ภาคอีสาน หรือกล่าวได้ว่า เป็นศูนย์กลางการคมนาคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อยู่ค่อนข้างมาก ทั้งด้านการปกครองหรือแม้แต่ด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็น การเกษตร อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว โดยตัวเลขของประชากรระบุในปี 2563 มีถึง2,633,203 คน

ซึ่งแน่นอนว่า ทั้งความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์และการที่มีประชากรจำนวนมาก การดูแลให้เกิดความเรียบร้อย อยู่เย็นเป็นสุข มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดยั้งในทุกด้านนั้น ต้องได้บุคคลที่มีความสามาถ ความตั้งใจ และมีวิสัยทัศน์อย่างดีเข้ามาดูแล ซึ่งก็ต้องถือเป็นโอกาสดีของชาวโคราช ที่เมื่อการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นครราชสีมา (นายก อบจ.นครราชสีมา) เมื่อ20 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ผู้ที่พวกเขาเลือกเข้ามานั่งเก้าอี้นายก อบจ. ที่ต้องมาดูแลพวกเขา คือ ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศลหรือ “ดร.หน่อย” กรรมการผู้จัดการใหญ่ของ บริษัทโรงงานแป้งมันเอี่ยมเฮงอุตสาหกรรม จำกัด (ก่อนรับตำแหน่ง)ภรรยาของวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พรรคภูมิใจไทย ในปัจจุบัน โดย ดร.หน่อย ชนะผู้เข้าลงชิงชัยจากทั้งหมด 5 คน โดยได้คะแนนสูงถึง 617,351 คะแนน ทิ้งห่างอันดับที่ 2 ที่ได้ 255,482 คะแนน

อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ฉบับนี้ จึงขอนำท่านผู้อ่านมารู้จักกับ นายก อบจ.หญิงแกร่ง มากความสามารถแห่งเมืองย่าโม โคราช ผู้นี้ให้รู้จักกันดีมากขึ้น โดย ดร.หน่อย เคยกล่าวกับพี่น้องชาวโคราชไว้ว่า ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล เธอมีความพร้อมมีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่ขออาสามาทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนชาว จ.นครราชสีมา และอยากฝากบอกพี่น้องประชาชนชาว จ.นครราชสีมา ทั้ง 32 อำเภอ พร้อมดูแลทำงานในฐานะลูกหลายคุณย่าโม จะทำทุกอย่างทุกมิติให้ดีขึ้น และเสียงสะท้อนที่พี่น้องประชาชนว่าต้องการอะไร แบบไหน ร่วมคิดร่วมทำร่วมตรวจสอบในการทำงาน เราจะมาร่วมกันสร้างคน โดยโครงสร้างนโยบายที่ใช้ คือ ด้านสาธารณสุข, ด้านการสร้างสุขภาพ, ด้านการศึกษาสร้างอนาคตของโคราช, การสนับสนุนสตาร์ทอัพ, ด้านการเกษตรสร้างรายได้, ด้านเศรษฐกิจดี

“การเติบโตของเศรษฐกิจโคราชที่เราต้องรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว เช่น มอเตอร์เวย์, รถไฟความเร็วสูง เป็นต้น ด้านโลจิสติกส์ภูมิภาคและขนส่งเพื่อคุณ ด้านการท่องเที่ยวและกีฬาสร้างสรรค์ -โคราชเที่ยวได้ทุกเดือน, ด้าน E-Sport เมืองโอโซนสร้างสุข, สาธารณูปโภคสร้างคุณภาพชีวิต, ด้านสาธารณูปโภค, ขยะสร้างมูลค่า รวมทั้งการบูรณาการ 3 พี่น้องท้องถิ่น  Co-Working Space เป็นต้น” ดร.หน่อย กล่าวไว้ช่วงหนึ่ง

และแน่นอนว่า สิ่งที่เธอกล่าวได้กลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญถึงความเชื่อมั่นของประชาชนในความไว้วางใจสาวแกร่งผู้นี้ในการบริหารจัดการเมืองย่าโม และถือเป็นอีกปรากฏการณ์ของการเมืองท้องถิ่นไทยที่สะท้อนให้เห็นว่า หญิงตัวเล็กๆ ก็ได้รับการยอมรับ หากมีความเข้มแข็ง และแนวคิดในการพัฒนาที่มั่นคงและเฉียบแหลม ทำให้ได้การยอมรับที่จะบริหารจัดการ หนึ่งในจังหวัดที่มีใหญ่ที่สุดของประเทศไทยอย่างจังหวัดนครราชสีมาได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ ดร.หน่อย กล่าวไว้ ไม่น่าจะเกินเลยไปในการสร้างฝันให้เป็นจริง เพราะเธอนั้นมีดีกรีการศึกษาการศึกษาไม่แพ้ใคร ตั้งแต่ปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอกโดยจบปริญญาเอก ปรัชญาดุษฐีบันฑิต สาขารัฐประสานศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย EAU Eastern Asia University ได้ศึกษาเกี่ยวกับด้านการเมือง การปกครอง ทั้งสาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ แถมยังผ่านหลักสูตรการอบมรมเกี่ยวกับการเมืองการปกครองจากสถาบันชื่อดังอีกหลายรุ่นอาทิ พรรคการเมืองกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย รุ่นที่ 7 สถาบันพระปกเกล้า, การบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน รุ่นที่ 11 สถาบันพระปกเกล้า, หลักสูตรนักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติ (นสช.) รุ่นที่ 1 สถาบันการสร้างชาติ, หลักสูตรนักบริหารการยุติธรรมทางปกครองระดับสูง (บยป.) รุ่นที่ 5 วิทยาลัยการยุติธรรมทางปกครอง เป็นต้น  ด้านการทำงานธุรกิจนั้นเคยดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แป้งมันเอี่ยมเฮงอุตสาหกรรม จำกัด ที่ถือเป็นยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งของเมืองย่าโม

นอกจากนี้ ดร.หน่อย ยังได้รับความไว้วางใจจากภาคประชาชนสถาบันการศึกษาหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการดำรงตำแหน่งอีกหลายแห่ง เช่น อดีตคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา, อดีตที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะยุติธรรมและการตำรวจวุฒิสภา, อดีตผู้ทรงคุณวุฒิด้านสังคมหรือการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน, อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจจังหวัดนครราชสีมา, อดีตคณะกรรมการร่วมใจสงเคราะห์ชุมชนสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์และประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ชมรม TO BE NUMBER ONE เอี่ยมเฮง เป็นต้น

ดร.หน่อย กล่าวว่า การลงสนามนายก อบจ.นครราชสีมา ตัวเองพร้อมมาก พร้อมทั้งตัว พร้อมทั้งใจที่อยากจะทำงานและพัฒนาให้กับพ่อแม่พี่น้องคนโคราชบ้านเกิดของหน่อยและขอขอบคุณมากที่พ่อแม่พี่น้องชาวโคราชทั้ง 32 อำเภอ และตำบลต่างๆ ได้ให้โอกาส หน่อยไปแนะนำตัวว่า เป็นใคร จากไหน ทำไมถึงอยากลง นายก อบจ.ก็เพราะอยากสร้างคน สร้างโคราชโฉมใหม่ อยากเห็นการพัฒนาบ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง

“อยากให้พ่อแม่พี่น้อง โดยเฉพาะสังคมผู้สูงวัย ผู้สูงอายุมีชีวิตชีวาเป็นผู้สูงอายุอย่างทรงคุณค่า ส่วนปัญหาของพ่อแม่พี่น้องแต่ละอำเภอตนไปพบมาแล้วและสิ่งต่างๆ ที่ได้รับมาหน่อยจะนำไปกำหนดเป็นนโยบาย เพื่อที่จะดูแลพ่อแม่พี่น้องประชาชนให้ตรงกับที่ต้องการ และอยากให้พ่อแม่พี่น้องมาร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตรวจสอบ และการขับเคลื่อนทำประชาคมแผนงานต่างๆ โดยเฉพาะการบูรณาการ 3 พี่น้องท้องถิ่น คือ อบต., เทศบาล และ อบจ.”

อย่างไรก็ตาม หลังการรับเลือกตั้ง ดร.หน่อย เดินหน้านโยบายทันที เช่น จากที่กระทรวงมหาดไทยเห็นชอบให้โคราชเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ดร.หน่อยและอบจ.โคราช ก็เข้าให้การสนับสนุนผู้ว่าราชการจังหวัด และศึกษาแนวทางต่อยอด ซึ่งโคราชจะได้รับการพัฒนาให้เป็นฐานอุตสาหกรรมหลายประเภท รวมถึงการพัฒนาพื้นที่อารยธรรมอีสานใต้ และเชื่อมต่อกับเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC  ทั้งในด้านกิจรรมการผลิต การวิจัยและพัฒนา การขนส่งและโลจิสติกส์

ส่วนในสถานการณ์ดควิด-19 ระบาดที่โคราช ดร.หน่อย ลงทำงานอย่างเต็มที่ ล่าสุด รวม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครราชสีมา องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)นครราชสีมาและ สสจ.นครราชสีมา ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการดำเนินการสนับสนุนส่งเสริมระบบบริการด้านการสาธารณสุขและส่งมอบเวชภัณฑ์ วัสดุการแพทย์ วัสดุวิทยาศาสตร์การแพทย์ จำนวน 15 รายการ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6,923,620 บาท เพื่อตอบโต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด–19 และเสริมสร้างสุขภาพประชาชน

ทั้งนี้ อบจ.นครราชสีมา เป็นผู้สนับสนุนด้านวิชาการ บุคลากร งบประมาณ วัสดุ อุปกรณ์ และอื่นๆ ที่จำเป็นเมื่อ สสจ.นครราชสีมา ร้องขอเพื่อการดำเนินการ 3 ด้าน ประกอบด้วยการพัฒนาระบบสาธารณสุขและส่งเสริมสุขภาพ,การป้องกันควบคุมโรค และการป้องกันและการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นการดำเนินงานตามมติที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมาและคณะอนุกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ตอบโต้โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้มอบหมายให้ อบจ.นครราชสีมา เป็นผู้ร่วมดำเนินการและ สสจ.นครราชสีมา เป็นผู้รับมอบบ

ดร.หน่อย เปิดเผยว่า อบจ.ได้จัดหาวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อและร่วมสนับสนุน ปรับปรุงสถานที่เพื่อใช้เป็นโรงพยาบาลสนามจังหวัดนครราชสีมา 2 แห่ง ภายในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา ประกอบด้วย ติดตั้ง Partition, กล้อง CCTV ชนิดไร้สาย, ปุ่มเรียกฉุกเฉินไร้สาย จอแสดงผลและปุ่มกดเรียก, อ่างล้างมือ, พัดลมสนาม ดูดอากาศออกสู่ภายนอก พร้อมสวิตซ์ไฟฟ้าปิด – เปิด, ติดตั้งสายไฟปลั๊กไฟ มุ้ง ลิ้นชักพลาสติกข้างเตียงผู้ป่วยทุกเตียง, ป้ายทางหนีไฟ, ติดตั้ง จัดหา วัสดุอุปกรณ์อื่นๆ ตามที่ได้รับการประสานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง, ดำเนินการเก็บรวบรวมมูลฝอยติดเชื้อเพื่อนำไปกำจัดตามหลักสุขาภิบาล,

ติดตั้งเต้นท์และระบบไฟฟ้าส่องสว่าง บริเวณหน้าโรงพยาบาลสนามและ นำส่งผู้ป่วยที่รักษาหายจากโรงพยาบาลสนามกลับบ้าน โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้น 1,500,000 บาท และอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดซื้อจัดหาวัสดุและเวชภัณฑ์ ได้แก่ แอลกอฮอล์เจล แอลกอฮอล์สเปรย์และหน้ากากอนามัยเพื่อมอบให้แก่ประชาชน โดยอบจ.นครราชสีมา ขอผนึกกำลังเราให้ชาวโคราชผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน “โคราชต้องรอด” นายก อบจ.นครราชสีมา กล่าว

ยืนยัน "ถึง..หน่อย..จะเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง แต่...หน่อย..มีความมุ่งมั่น จะตั้งใจทำงานด้วยสมองด้วยกำลังของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ให้กับประชาน คนเราเกิดมาเท่าเทียมกันหมดหน่อย..เชื่อมั่นว่า โคราชของเราถ้าเรามีความตั้งใจ มุ่งมั่นที่จะพัฒนา โคราชไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ เช่น จ.ขอนแก่น และ จ.บุรีรัมย์ โคราชเป็นเมืองหน้าด่าน เป็นเมืองหลวงของภาคอีสาน”

“แล้วถ้าคนรุ่นหลังจะมาพัฒนาต่อยอดเป็นนายก อบจ.คนต่อไป...หน่อย...จะทำเป็นโมเดลไว้ให้...ลูกหลานใครจะเป็นนายก..ต่อก็มาทำต่อ เพื่อให้คนโคราช เมืองโคราชก็มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง" ดร.หน่อย  กล่าวไว้อย่างน่าฟังยิ่ง

 

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1-15 มิถุนายน 2564
อปท.เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
31 พ.ค. 2564
สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา-19หรือโควิด-19ในประเทศไทยในเวลานี้ยังอยู่ในอาการผวากันอยู่เพราะแนวโน้มที่จะลดลงยังไม่มีความชัดเจน โดยประชาชนเองอยู่ในขั้นดูแลตัวเองสูงสุด ขณะที่รัฐบาลก็ใช้ยาแรงมากขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ด้านหนึ่งที่ดูจะเป็นเรื่องน่าวิตก ...
หนังสือในเครือ
สุดยอดผู้นำท้องถิ่นแห่งปี 2558