ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
พลังงาน / สิ่งแวดล้อม ย้อนกลับ
เตือนเกษตรกรเตรียมปรับแผนการผลิต หลังพบปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ มีเพียง 35%
10 ต.ค. 2561

พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสมเกียรติ  ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำเขื่อนอุบลรัตน์พร้อมจัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งในปี 2561/62 พบว่าสถานการณ์น้ำในเขื่อน ณ วันที่ 8 ต.ค. 61 มีปริมาณน้ำจำนวน 871 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 36 มากกว่าปี 2558 ซึ่งเป็นปีที่มีปริมาณน้ำในเขื่อนน้อยเพียง 28 % ซึ่งในเบื้องต้นการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง โดยความต้องการใช้น้ำเขื่อนอุบลรัตน์ในช่วงฤดูแล้ง ปี 2561/62 (พ.ย. 61 - เม.ย. 62) รวม 446 ล้าน ลบ.ม. แยกเป็น น้ำอุปโภคบริโภค 123 ล้าน ลบ.ม., น้ำรักษาระบบนิเวศ 37 ล้าน ลบ.ม., น้ำเพื่ออุตสาหกรรม 20 ล้าน ลบ.ม. รวมถึงการระเหยหรือรั่วซึมอีก 266 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งคาดว่าจะไม่มีน้ำเพียงพอที่จะสนับสนุนภาคการเกษตร  

ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การ ณ วันที่ 1 พ.ย. 61 ซึ่งถือว่าสิ้นฤดูฝน คาดว่าจะมีน้ำใช้การได้ 350 ล้าน ลบ.ม. ดังนั้น ในฤดูแล้งนี้อาจจะต้องใช้น้ำจาก Dead Storage 96 ล้าน ลบ.ม.ดังนั้น ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการป้องกันและบรรเทาผลกระทบ ทั้งแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยการแก้ปัญหาระยะสั้น ต้องเร่งระดมการปฏิบัติการฝนหลวงเติมน้ำ วางแผนจัดสรรน้ำให้เพียงพอสำหรับอุปโภคบริโภค น้ำรักษาระบบนิเวศ น้ำเพื่อการเกษตรต่อเนื่อง และต้องแจ้งเตือนเกษตรกรล่วงหน้า และส่งเสริมอาชีพอื่นๆ ทดแทนรายได้ เพื่อให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด อย่าให้เกษตรกรลงทุนเสียเปล่า ต้องเตรียมการช่วยเหลือในทุกวิถีทาง  

ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาระยะกลางในปี 2562 จะต้องมีการปรับเกณฑ์เก็บกักน้ำ (Rule Curve) ให้มีความยืดหยุ่นสอดคล้องกับสภาพอากาศในแต่ละปี โดยมี สทนช. ทำหน้าที่กำกับการบริหารจัดการในภาพรวม ขณะที่แผนระยะยาวจะต้องวางแผนปรับเพิ่มความจุเขื่อนอุบลรัตน์ และ เพิ่มการผันน้ำจากแม่น้ำโขงมาเขื่อนอุบลรัตน์ ผ่านโครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง ซึ่งอยู่ในแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำอยู่แล้วโดยทุกหน่วยต้องเตรียมแผนงาน มาตรการรองรับและบูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อให้ผ่านวิกฤตไปได้  โดยมอบให้ สทนช. เป็นหน่วยงานกลางในการกำกับดูแล 
ด้านนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)  เปิดเผยว่า สทนช. ได้มอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งรับผิดชอบเขื่อนใหญ่ ปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพราะช่วงหลังจาก 15 ต.ค. ไปแล้ว ปริมาณฝนจะลดน้อยลง จึงควรพิจารณาเก็บน้ำไว้ในเขื่อนให้มากที่สุดโดยลดการระบายน้ำลง ซึ่งจากข้อมูลสถานการณ์น้ำพบว่าเขื่อนอุบลรัตน์ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในเขื่อนอยู่ที่ 36 % ซึ่งหากปริมาณฝนลดลงตามการคาดการณ์ เขื่อนอุบลรัตน์จะต้องวางแผนปรับลดการระบายน้ำให้สามารถรับมือกับภัยแล้งได้ไปตลอดจนถึงช่วงต้นฤดูฝนหน้า 

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดความเสียหายในช่วงฤดูแล้งของปี 2561 ต่อ 2562 จนกว่าฝนใหม่จะมา สทนช. ได้มอบหมายให้มีการจัดทำแผนบูรณาการร่วม เพื่อรับมือกับสถานการณ์ โดยในส่วนของเขื่อนอุบลรัตน์ได้ประเมินสถานการณ์และวางแผนปรับลดการระบายน้ำลง พร้อมกันนี้กรมชลประทานเองก็จะนำแนวทางการรับมือกับภัยแล้งในปี 2559 มาใช้ ซึ่งคาดว่าน้ำจะใช้การหมดในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน และใช้น้ำที่ต่ำกว่า dead storage ในช่วงกลางตุลาคมนี้ และจะระดมความร่วมมือของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำจังหวัดขอนแก่น โดยประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ประมง ปศุสัตว์ เกษตร อุตสาหกรรม และสิ่งแวดล้อม เพื่อกำหนดมาตรการงดทำนาปรัง ลดการเลี้ยงปลากระชัง เฝ้าระวังคุณภาพน้ำพอง  กำจัดผักชวาที่ขวางทางระบายน้ำ รวมถึงร่วมกันบริหารจัดการน้ำโดยใช้น้ำท่าธรรมชาติเป็นหลัก

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16-30 กันยายน พ.ศ.2561
เศรษฐกิจกับมุมมอง CEO ดูทั้งหมด
09 ก.พ. 2560
รายงานข่าวแจ้งว่า กระทรวงยุติธรรม ของประเทศสหรัฐอเมริกา เผยแพร่รายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2559 บริษัท Bio-Rad ยอมรับข้อเสนอจ่ายค่าปรับเป็นเงิน 55 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อจะได้ไม่ต้องรัฐโทษทางอาญาและแพ่ง ในคดีจ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่รัฐในหลายประเทศรว...
หนังสือในเครือ
สุดยอดผู้นำท้องถิ่นแห่งปี 2558