ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
สื่อสาร - คมนาคม ย้อนกลับ
คมนาคมเตรียมเสนอพิพาททางด่วนเข้า ครม. 28 ม.ค.นี้
08 ม.ค. 2563

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงการยุติข้อพิพาทระหว่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM มูลค่าหนี้ 58,873 ล้านบาท แลกกับการต่อสัญญาสัมปทานออกไป 15 ปี 8 เดือน ว่า เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา กทพ.ได้นัดเจรจาร่วมกับ BEM เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของคณะกรรมการมาตรา 43 ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ร่วมทุน 2556

จากนั้นจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการ (บอร์ด) กทพ.พิจารณาเห็นชอบก่อนเสนอต่อคณะกรรมการตามมาตรา 43 ตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน 2556 พิจารณา และส่งร่างสัญญาดังกล่าวให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบ จากนั้นจะส่งเอกสารที่จำเป็นตามมาตรา 47 พร้อมทั้งร่างสัญญาให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา ก่อนเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบวันที่ 28 มกราคมนี้

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมเผยว่าการขยายอายุสัญญาสัมปทานออกไปอีก 15 ปี 8 เดือนในส่วนของสัญญาระบบทางด่วนขั้นที่ 2 ( A, B, C) ที่จะสิ้นสุดวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 และทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน D ที่จะสิ้นสุดวันที่ 22 เมษายน 2570 รวมถึงโครงการทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด (C+) ที่จะสิ้นสุด 27 กันยายน 2569 เป็นให้สิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2578 พร้อมมีเงื่อนไขว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องยุติข้อพิพาทและถอนฟ้องคดีทั้งหมดทั้งที่ศาลตัดสินไปแล้วและที่อยู่ระหว่างพิจารณาคดีแบ่งเป็น BEM ฟ้องร้อง 15 คดี และ กทพ.ฟ้องร้อง 2 คดี คิดเป็นมูลหนี้ข้อพิพาทประมาณ 137,517 ล้านบาท รวมถึงการยกเว้นค่าผ่านทางทุกด่านตามประกาศวันหยุดประจำปีของสำนักนายกรัฐมนตรีที่มีประมาณ 19 วันต่อปีตลอดอายุสัมปทาน

ขณะเดียวกัน นายสุรงค์ บูลกุล ประธานคณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (บอร์ดกทพ.) เปิดเผยภายหลังประชุมบอร์ด กทพ. วานนี้ (6 ม.ค. ) ว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติแนวทางในการเจรจากับบมจ. ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) เพื่อยุติข้อพิพาทคดีทางด่วน ที่มีมูลค่าที่ 58,873 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขหลักคือ ไม่มีการลงทุนก่อสร้างปรับปรุงทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck ) และยุติข้อพิพาททั้งหมดที่มีต่อกัน 17 คดี โดยจะมีการต่อขยายสัญญาโครงการทางด่วน เป็นระยะเวลา 15 ปี 8 เดือน และได้มีการเจรจากับ BEM อย่างเป็นทางการ ซึ่งบริษัทฯได้ตกลงตามเงื่อนไขที่ คณะทำงานแก้ไขข้อพิพาทฯ ที่มี นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ได้พิจารณาไว้

ดังนั้น ในครั้งนี้ถือว่าการเจรจาระหว่าง กทพ.และ BEM จึงได้ข้อยุติข้อพิพาทร่วมกัน และหลังจากนี้ ทกทพ.จะสรุปรายละเอียดทั้งหมดเสนอต่อคณะกรรมการกำกับฯ ตามมาตรา 43 ที่มี นายชยธรรม์ พรหมศร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นประธาน ซึ่งจะมีการประชุมภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งตามกระบวนการแก้ไขสัญญาตามมาตรา 47 แห่ง พ.ร.บ. การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 และเพื่อไปยังกระทรวงคมนาคม และในขณะเดียวกัน จะส่งร่างสัญญาที่จะแก้ไข ประเด็นที่ไม่มีการปรับปรุงทางด่วนชั้นที่ 2 และยุติข้อพิพาท ส่งสำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณา และส่งต่อกระทรวงคมนาคมเพื่อจะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาภายในสิ้นเดือน ม.ค. นี้

สำหรับ ค่าชดเชยกรณี วงเงิน 4,318 ล้านบาท ศาลปกครองมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2561 ให้ กทพ. จ่ายเงินชดเชยแก่บริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด กรณีมีการสร้างทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ ช่วงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ-รังสิต เป็นทางแข่งขันนั้น จะต้องยกเลิกกันและไม่ถูกบันทึก แต่ในกระบวนการทางบัญชี การคืนหนี้จะต้องหารือกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ว่าจะทำอย่างไร ในการบันทึกหนี้กลับ

นายสุรงค์ กล่าวว่า ในส่วนของพนักงาน กทพ.ได้แสดงความเป็นห่วง ความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมขององค์กร ซึ่งบอร์ดได้นำข้อห่วงใยมาพิจารณา และยืนยันว่าได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดในบทบาทและหน้าที่ของกรรมการ 2 ส่วน คือต้องดำเนินการตามนโยบายที่กระทรวงคมนาคมกำหนดและดูแลผลประโยชน์ขององค์กรให้ดีที่สุด

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 17-31 มกราคม 2563
อปท.เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
20 ม.ค. 2563
“เราต้องดำรงความเป็นสถาบันหลักทางวิชาการในทุกหน้างานของเราให้ได้ ซึ่งการทำงานทุกอย่างต้องมีมาตรฐาน บนพื้นฐานของความเป็นวิชาการ นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องดำเนินการ ดำรงรักษาและสืบต่อไป ” ประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร กรมศิลปากรเป็นหน่วยง...
หนังสือในเครือ
สุดยอดผู้นำท้องถิ่นแห่งปี 2558